วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝึกซ้อมเหมือนจริง ชัก ‘ราชรถปืนใหญ่’

กำลังพลกว่า 2 พันคน ร่วมฝึกซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-2-3 โดยพร้อมเพรียง ถูกต้องตามราชประเพณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฉุดชัก “ราชรถปืนใหญ่” ในริ้วขบวนที่ 3 อัญเชิญพระบรมโกศ เคลื่อนเวียนอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ ผู้คุมการฝึกกำชับต้องราบรื่นไม่มีติดขัด ขณะที่การติดตั้งประติมากรรมรอบพระเมรุมาศ ผอ.ช่างสิบหมู่ มั่นใจเร่งให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้

ที่ลานหน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 ก.ย. กองทัพภาคที่ 1 นำโดย พล.ต.ณัฐวัฒน์ อัคนิบุตร ที่ปรึกษาอนุกรรมการจัดขบวนในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช นัดหมายทุกหน่วยปฏิบัติในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1-2-3 กว่า 20 หน่วยงาน อาทิ สำนักพระราชวัง ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) กรมการขนส่งทหารบก กรมพลาธิการทหารบก กรมสรรพาวุธทหารบก หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ นักเรียนโรงเรียนนายร้อย–สามเหล่าทัพ ดุริยางค์ทหารบก ทหารเรือ ตำรวจม้า นักเรียนโรงเรียนวชิราวุธ รวมทั้งสิ้นกว่า 2,000 คน เข้าร่วมฝึกซ้อมเสมือนจริง ทั้งนำอุปกรณ์จริงที่ใช้ในพระราชพิธีทั้งหมดเข้าร่วมฝึกซ้อม เช่น เครื่องสูง กลองชนะ สำหรับราชรถราชยานใช้พระยานมาศสามลำคานจำลอง รถบรรทุกทหารขนาด 4 และ 10 ตัน ทดแทนราชรถพระนำ และพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถปืนใหญ่องค์ซ้อม

การฝึกครั้งนี้ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่การอัญเชิญพระบรมโกศจำลองขึ้นพระยานมาศ สามลำคาน ในริ้วขบวนฯที่ 1 เมื่อเคลื่อนไปถึงริ้วขบวนที่ 2 ที่ตั้งรออยู่ จึงอัญเชิญขึ้นสู่รถบรรทุกที่จำลองแทนพระมหาพิชัยราชรถ จากนั้นริ้วขบวนฯที่ 2 เคลื่อนไปยังจุดที่สมมติว่าเป็นพระเมรุมาศ เพื่ออัญเชิญพระบรมโกศลงสู่ราชรถปืนใหญ่ แล้วเคลื่อนเวียนอุตราวัฏ (เวียนซ้าย) รอบพระเมรุมาศ แล้วจบลงด้วยความพร้อมเพรียงและถูกต้องตามราชประเพณีทุกประการ ทั้งยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการเปิดให้สื่อมวลชนทุกแขนงได้สังเกตการณ์ บันทึกภาพการฉุดชัก“ราชรถปืนใหญ่” ที่ใช้ในริ้วขบวนฯที่ 3 โดย “ทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์” ทั้งมีการซ้อมร่วมของทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ที่ประจำแถวแซงเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และแถวแซงเสด็จพระบรมโกศ ที่มีความเข้มแข็งและพร้อมเพรียงเป็นอย่างยิ่ง และหลังการฝึก พล.ต.ณัฐวัฒน์เรียกตัวแทนทุกหน่วยเข้าประชุมเพื่อสรุปผล โดยระบุว่าให้ทุกหน่วยไปฝึกซ้อมแยกให้เกิดความเข้าใจในการปฏิบัติของตัวเองทุกขั้นตอน เพราะหัวใจสำคัญในวันพระราชพิธีจริง คือการอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่พระเมรุมาศอย่างไรให้ราบรื่นไม่ติดขัด ดังนั้น หากต้องซ้อมดึกถึงเที่ยงคืนก็ต้องทำ สำหรับในการซ้อมครั้งหน้าคือวันที่ 28 ก.ย.นี้ จะต้องปฏิบัติได้โดยที่ไม่ต้องมีการบอกขั้นตอนในพระราชพิธี

ขณะเดียวกัน ในส่วนการจัดสร้างประติมากรรมประดับพระเมรุมาศ วันเดียวกัน นายสมควร อุ่มตระกูล ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กล่าวถึงความคืบหน้างานศิลปกรรมพระเมรุมาศ ว่า งานจิตรกรรมฉากบังเพลิงลงสีรายละเอียดเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการผนึกชิ้นงานลงบนฉากและเก็บรายละเอียดชิ้นงานรอใส่เข้ากับกรอบฉากบังเพลิงในบุษบกองค์ประธาน สำหรับงานจิตรกรรมฝาผนังโครงการพระราชดำริสำหรับติดตั้งบนพระที่นั่งทรงธรรม เขียนสีแล้วเสร็จ ขณะนี้ได้นำชิ้นงานผนึกลงบนผนังในพื้นที่พระที่นั่งทรงธรรมในตำแหน่งที่ 2 บริเวณด้านทิศใต้ของพระที่นั่งทรงธรรม และตำแหน่งที่ 3 บริเวณด้านทิศเหนือเสร็จแล้ว สำหรับภาพจิตรกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำแหน่งที่ 1 บริเวณผนังกึ่งกลางพระที่นั่งทรงธรรม มีขนาดใหญ่ที่สุด อยู่ระหว่างตัดเส้นเก็บรายละเอียด และกลุ่มจิตรกรรม จะนำชิ้นงานมาผนึกลงบนผนังในวันที่ 23 ก.ย.นี้ จากนั้นจะตกแต่งภาพให้เสร็จสมบูรณ์ ส่วนงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศขณะนี้เขียนสีใกล้แล้วเสร็จทั้งหมด จะทยอยติดตั้งให้แล้วเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนนี้ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้าจะเริ่มนำครุฑประดับหัวเสาขนาดใหญ่ 1.70 เมตร จำนวน 4 องค์ และราชสีห์ เข้าติดตั้งด้วย ส่วนบริเวณสระอโนดาต ติดตั้งโขดหินไว้ครบทุกด้าน จะทยอยนำสัตว์หิมพานต์ที่เขียนสีแล้วเสร็จมาจัดวาง และวันที่ 25 ก.ย. วิทยาลัยเพาะช่าง มทร.รัตนโกสินทร์ จะขนย้ายประติมากรรมช้าง 10 ตระกูลและช้างหิมพานต์ จำนวน 30 ตัว มาจัดวางบริเวณสระอโนดาตด้านทิศเหนือ อย่างไรก็ตาม แม้จะนำสัตว์หิมพานต์มาประดับสระอโนดาตแล้ว แต่จะต้องมีการระดมความคิดเห็นร่วมกันระหว่างประติมากรกับภูมิสถาปัตย์อีกครั้งว่าจะจัดวางในรูปแบบใดให้เหมาะสม ดูแล้วเกิดความงาม ส่งเสริมพระเมรุมาศให้โดดเด่น จะเร่งให้เสร็จก่อนสิ้นเดือนนี้

ส่วนบรรยากาศถวายสักการะพระบรมศพพระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าวันที่ 22 ก.ย. ประชาชนจากทั่วทุกหนระแหง ยังคงหลั่งไหลเข้ามารอคิวในพื้นที่ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด และมีฝนตกในช่วงบ่าย โดยประชาชนส่วนใหญ่นั่งคอยอยู่ในเต็นท์พักคอยคิว ส่วนหนึ่งยืนคอยคิวอยู่ที่บริเวณถนนราชดำเนินในบริเวณหน้าศาลหลักเมือง ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก และเจ้าหน้าที่ต้องนำร่มออกแจกจ่าย โดยมีทหาร เทศกิจ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง กลุ่มจิตอาสา คอยดูแลจัดระเบียบในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น จุดคัดกรองทั้ง 5 จุดรอบสนามหลวง เจ้าหน้าที่ยังคงตรวจเข้มผู้ที่จะเข้ามาในสนามหลวง เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 ก.ย. มีทั้งสิ้น 56,357 คน รวม 323 วัน มี 10,996,550 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,748,629.25 บาท รวม 323 วัน เป็นเงิน ทั้งสิ้น 815,394,035.51 บาท

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า บัดนี้สำนักพระราชวังมีประกาศขอเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ วันที่ 30 ก.ย.นี้เป็นวันสุดท้าย เพื่อจะได้จัดเตรียมการพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพให้สมพระเกียรติต่อไปนั้น ขอแสดงความชื่นชมประชาชน โดยเฉพาะจิตอาสาที่ร่วมกันทำดีเพื่อพ่อถวายแด่พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีผู้เข้าถวายสักการะพระบรมศพจำนวนกว่า 10 ล้านคน สำหรับห้วงเวลาที่เหลืออยู่อีกประมาณ 1 เดือนนับจากวันนี้ เราทุกคนยังคงมีงานขั้นสุดท้ายร่วมกัน อาทิ การปลูกดอกดาวเรือง หรือดอกไม้ที่มีสีเหลือง ณ ที่พักอาศัย อาคารสถานที่ ให้ออกดอกเบ่งบานทั่วแผ่นดิน ซักซ้อม พระราชพิธีสำคัญในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะขบวนพระราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณีให้มีความพร้อมและงดงาม ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้รัฐบาลก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสถวายความ จงรักภักดี แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นครั้งสุดท้ายอย่างทั่วถึง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนโครงการ “จิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ” ยังคงเปิดรับสมัครต่อไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ ยกตัวอย่างพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริภาจุฑาภรณ์ มีพระดำริบูรณะวิหารปฏิบัติธรรม วัดธาราทิพย์ประดิษฐ์ ต.แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9

โดยทรงตั้งพระทัยจะเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง ตามศิลปะล้านนาไทย แบบร่วมสมัย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับพุทธประวัติและไตรภูมิจักรวาล รวมทั้งบทพระราชนิพนธ์พระมหาชนกในรัชกาลที่ 9 และขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน ได้ลองติดตามศึกษาศาสตร์พระราชา ในรูปแบบหนังสือเสียง ชื่อ “The Visionary ถอดรหัสกษัตริย์ผู้มองเห็นอนาคต”