วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มอ้างเป็น ตร.กองปราบ แต่งเครื่องแบบถ่ายลงโซเชียล หลอกเงินชาวบ้าน

ตำรวจยโสธร ร่วมชุดสืบร้อยเอ็ด รวบหนุ่มอ้างเป็น ตร.กองปราบ ตีสนิทหญิงสาว หลอกเงินชาวบ้าน อ้างช่วยพาญาติออกจากเรือนจำได้ ... 

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.เทวฤทธิ์ สุขฉิมมา สวป.สภ.เมืองยโสธร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองยโสธร และเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวน สภ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ร่วมกันจับกุมนายนิพัฒน์ พรมนิกร อายุ 26 ปี ชาว ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดยโสธร ในความผิดฐาน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยสามารถจับกุมได้ที่ริมถนนบ้านท่าวารี ต.แสนสุข อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

สืบเนื่องจาก นายนิพัฒน์ ได้มีพฤติการณ์ไปหลอกลวงคนอื่นว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปรามปราม และมักจะโพสต์รูปตัวเองที่แต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงในโซเชียลพร้อมกับแสดงบัตรเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดคอมมานโด กองปราบปราม ชื่อ ร.ต.ต.สุพัฒน์ ตะกะศิลา ทั้งยังอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.เมืองยโสธร

นอกจากนี้ ยังหลอกยืมเงินชาวบ้าน และตีสนิทหญิงสาว ที่ชอบตำรวจ จนมีชาวบ้านหลายคนหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจจริงๆ ต่อมาตำรวจนายหนึ่งที่ถูกแอบอ้างชื่อ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยโสธร รวมถึง ไปหลอกญาติของผู้ต้องขังรายหนึ่งว่า คุ้นเคยกับผู้คุมเรือนจำ จ.ยโสธร สามารถไปติดต่อขอตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำได้ เพื่อให้มาเป็นลูกน้องของตัวเองและจะได้ช่วยงานของตำรวจ ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่าย จำนวน 2,000 บาท แต่ญาติของผู้ต้องหารายดังกล่าวไม่เชื่อ จึงได้มาแจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ พร้อมกับได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายนิพัฒน์ ไปตรวจค้นภายในบ้านพัก ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย หรือเครื่องแบบตำรวจที่สวมใส่ เพื่อถ่ายรูปโชว์บุคคลอื่นแต่อย่างใด

สอบสวนเบื้องต้น นายนิพัฒน์ ให้การว่า เครื่องแบบตำรวจที่ตนสวมใส่ถ่ายรูปนั้น แฟนสาวได้นำไปทิ้งนานแล้ว พร้อมรับว่าได้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง เนื่องจากชื่นชอบ และอยากเป็นตำรวจมานานแล้ว ประกอบกับตัวเองเคยช่วยงานตำรวจมานานหลายปี จึงรู้จักการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว นายนิพัฒน์ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนข้อหาแต่งเครื่องแบบตำรวจ นั้นต้องรอการสอบสวนต่อ.