วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ ชี้ทำงานกับทุกฝ่ายเหมือนวงมโหรีปี่พาทย์ ต้องหลากหลายจึงไพเราะ

นายกฯ ยันลงพื้นที่ไม่หวังประชานิยม พบนักการเมืองไม่ได้คิดดึงมาเป็นพวก ย้ำยินดีพูดคุยทุกพรรค ยกเว้นพวกบางพรรคที่ไม่อยากมาคุยด้วย พร้อมชี้การทำงานร่วมกันทุกฝ่ายเสมือนวงมโหรีปี่พาทย์ ที่บรรเลงเพลงที่ไพเราะผสมผสานกัน...

เมื่อเวลา 20.15 น.วันที่ 22 ก.ย.2560 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ตอนหนึ่งว่า ในการบริหารราชการแผ่นดิน มีความจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมโยงทุกระดับ รัฐบาลยังมีความจำเป็นและเห็นความสำคัญอย่างมากในการลงพื้นที่ทุกภูมิภาค เพื่อพบปะประชาชน เพื่อรับทราบปัญหา ทุกครั้งที่ไปคงไม่ใช่ว่าไปพบพี่น้อง แล้วได้พูดคุยกับทุกท่านที่มาตรงนั้น เพื่อรับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ทำให้รับทราบปัญหาในหลายๆ เรื่อง และได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่แก้ปัญหาไปแล้ว 

"อย่ามองว่า ไปเพื่อจะไปทำงานการเมือง ไปทำประชานิยม ไปเรียกคะแนนเสียง ไม่ได้ต้องการอย่างนั้น ต้องการทราบความต้องการที่แท้จริง จะได้หาวิธีการทำงานเพื่อจะตอบโจทย์ของประชาชนโดยตรง นี่คือประโยชน์ของการลงพื้นที่ของ ครม.ที่ต้องการทำงานร่วมกับภาคและจังหวัด ซึ่งก็ที่เปรียบเสมือนวงมโหรีปี่พาทย์ ถึงแม้ว่าเราจะมีเครื่องดนตรีดีด สี ตี เป่า มีความหลากหลาย และต่างก็เล่นตามโน้ตของตัวเอง คือ สรุปว่าทั้งวงก็ต้องบรรเลงในทำนองและจังหวะของเพลงนั้น จึงจะเป็น เสียงดนตรีที่ไพเราะ ผสมผสานกัน" นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รัฐบาลและคสช. ไม่ได้มุ่งหวังเพียงทำงานให้แล้วเสร็จเราจะต้องมีผลงานตามกำหนดเวลาเท่านั้น แต่ต้องปฏิบัติทุกภารกิจให้ เกิดผลสัมฤทธิ์นะครับ คือสำเร็จอย่างสัมฤทธิ์ จับต้องได้ เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ว่าทำให้แล้วๆ ไป นั่นก็คือการบรรลุวัตถุประสงค์ของการทำงานร่วมกันทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ บางอย่างนั้นรัฐบาลไม่อาจดำเนินการได้ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วยระบบราชการเพียงอย่างเดียวที่ยังคงมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เราริเริ่มให้มีกลไกประชารัฐที่จะช่วยเติมเต็ม และลดจุดอ่อนเหล่านั้น โดยการทำงานร่วมกันของทุกฝ่านสู่กุญแจความสำเร็จ

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็น คือ ตนได้มีโอกาสพบกับบรรดานักการเมือง จากพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีความยินดีที่มีการพบปะพูดคุยกัน นั่นคือเรียกว่าการปรองดองคือไม่ได้หมายความว่าจะต้องมาเป็นพวกกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน เรายังไม่ไปพูดถึงตรงนั้นเลยเราเพียงแต่ว่า เราจะร่วมมือกันได้อย่างไร ในวันหน้า เพราะว่าท่านเหล่านั้นก็เป็นนักการเมืองอาชีพ คือทุกคนก็ อยู่ในกระบวนการบริหารราชการแผ่นดินมาทุกพรรค เราก็ยินดีที่จะพบปะพูดคุย เว้นแต่บางท่าน หรือบางพรรคไม่อยากคุยด้วย ตนก็ไม่ทราบจะทำยังไงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ตนพยายามที่จะลดข้อขัดแย้ง ที่หลายๆ คนก็เรียกร้อง ว่ารัฐบาลไม่พูดไม่คุย ไม่ฟังใคร ไม่ฟังนักการเมืองอะไร ตนก็ฟัง พอฟังเสร็จก็หาว่าตนพยายามดึงมาเป็นพวกอีก ไม่ใช่นะ ดึงมาพูดคุยกัน เพื่อให้เข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ แล้วเมื่อท่านเป็นนักการเมือง เข้ามาบริหารประเทศ จะเห็นว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่รัฐบาลนี้ทำไว้ดีแล้ว ท่านก็น่าที่จะรับไปสานต่อให้สำเร็จ เพราะตน รัฐบาลและคสช. ไม่สามารถจะทำให้สำเร็จได้ ในระยะเวลาอันสั้น ถึงแม้ว่าจะ 3 ปีก็ตาม บางอย่างนี่มีปัญหามาหลายสิบปี 

พล.อ.ประยุทธ์​ กล่าวด้วยว่า อย่างแผนในการระบายน้ำภาคกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อให้ลงสู่ทะเลได้โดยเร็ว ในบริเวณพื้นที่อ.บางบาล และบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงแม้ว่าจะเป็นแผนของใครทำไว้ก็ตาม เราก็ต้องมาปรับเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ว่าตนจะไปตัดของทุกคนทิ้งหมด เพียงแต่ว่าเอามาดูความเหมาะสม จะทำได้หรือไม่ จะผ่านความเห็นชอบประชาชนหรือเปล่า ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจประชาชน นำสู่การปฏิบัติให้ได้ขอความร่วมมือประชาชนด้วย วันนี้รัฐบาลก็ต้องมาคลี่ออก ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หลายท่านก็บอกว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่ทีแรก ขออนุญาตชี้แจง ไม่ได้มาแก้ตัวว่าทำไมไม่ทำ เราต้องทำอย่างอื่นก่อนด้วย อันไหนที่ทำก่อน อันไหนที่ได้ทั่วถึงมาก เราต้องเร่งทำก่อน เพราะประชาชนเดือดร้อนหลายพื้นที่ ต้องใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้านบาท เหมือนกัน อยากให้พิจารณา แต่ถ้าบอกว่าไม่ควรทำเลย ไม่ต้องทำ ก็ยุติทั้งหมด ก็ทำอะไรไม่ได้อีก แล้วทุกคนก็มีผลกระทบกับน้ำท่วม ฝนแล้ง มาโดยตลอดนะ.