วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนับสนุนการศึกษาไทยครั้งใหญ่! รู้จัก ซอฟต์แวร์จัดการเอกสาร Thai WPS

ใครที่คิดค้นผลิตซอฟต์แวร์ขึ้นสักตัว ก็หวังที่จะเห็นการเติบโตของยอดขายและผลกำไรที่จะตามมา ซึ่งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรต่างๆ ก็คงต้องคำนึงถึงความประสิทธิภาพ และตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุดเป็นหลัก แต่สำหรับ Thai WPS ซอฟต์แวร์จัดการเอกสารที่เกิดจากความร่วมมือของประเทศไทยและจีน ที่ทำให้คนไทยได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่ตอบโจทย์การทำงานเอกสารได้มากที่สุด กลับมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กและนักศึกษา มากกว่าที่จะนึกถึงยอดขายเพียงอย่างเดียว 

Thai WPS : ไทยแลนด์ 4.0 

นายพงศ์พรหม ยามะรัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตลาด ไทย ดับเบิ้ลยูพีเอส กล่าวว่า ศักยภาพของผู้ใช้จะทำให้การใช้งานซอฟต์แวร์มีประสิทธิภาพที่สุด จึงเกิดแนวคิดพัฒนาการศึกษาไทย สร้างสิทธิ เสรีภาพในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันทั้งประเทศ ก่อนที่จะเดินไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ด้วยการที่คุยมาค่อนข้างนานว่า Thai WPS เกิดจากความร่วมมือกันของจีนและไทย ที่จะทำให้เกิดซอฟต์แวร์สัญชาติไทยขึ้นอย่างจริงจังครั้งแรกในประเทศนั้น เราต้องการจะเข้ามาในหลายๆ มิติ สิ่งที่ประกาศก่อนเลย คือผมไม่พูดเรื่องการประกาศเป้าหมาย เราจะขึ้นไปเป็นอันดับที่เท่าไร ยอดขายเท่าไร ผมว่าดูที่ผลงาน

แต่ไม่ใช่สิ่งที่มาคิดริเริ่ม เราต้องคิดก่อนว่าเราจะเจาะเข้าไปในตลาดไหนในยุคไทยแลนด์ 4.0 เราจะช่วยสร้างประเทศไทยอย่างไร โดยทางเราจะเป็นหัวหอกในการช่วยสร้างคำว่า Digital Nation ให้ประสบความสำเร็จ ให้ทั้งรัฐบาลใช้เราให้ได้ประโยชน์ทั้งการสร้าง Digital Nation ให้ได้ การประกาศนี้จะมาพร้อมกับการสนับสนุนการศึกษาไทยครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 

Thai WPS สุดยอดแหล่งเรียนรู้

มูลค่าในการสนับสนุนครั้งนี้อยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาทเป้าหมายคือนักเรียน นักศึกษา แหล่งเรียนรู้ประมาณ 14 ล้านคน ครูอีก 3 แสนคน การศึกษาไม่ได้อยู่ในโรงเรียนอย่างเดียว การศึกษาต้องอยู่ 360 องศารอบตัวเรา มันคือโรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์อบรม วิสาหกิจชุมชน ไม่เอาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ใช้เพื่อความรู้ นี่คือเรื่องของการศึกษาที่เราโฟกัสชัดเจนว่าจะ อัพเกรดคนทั้งชาติให้ได้ เพราะฉะนั้นมุ่งเน้น โรงเรียน มหาวิทยาลัย อาชีวศึกษา ทั้งในเมือง นอกเมือง สิ่งสำคัญคือจะเน้นใครก่อน เราอย่าไปเอาคำว่ามหาวิทยาลัยที่คนอื่นเข้าใจ เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่หมด ทุกคนต้องเท่าเทียม จะไป 4.0 ได้ต้องสร้างโอกาส สิทธิ เสรีภาพในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันทั้งประเทศตั้งแต่วันนี้ นี่คือจุดประสงค์ของเรา

Thai WPS กระทรวงดิจิทัลฯ

ถามว่าทำไมต้องให้กระทรวงดิจิทัลฯ เป็นผู้แจกจ่ายซอฟต์แวร์?  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานตลาด ไทย ดับเบิ้ลยูพีเอส บอกว่า ในปัจจุบันขอบเขตของกระทรวงดิจิทัลฯ ค่อนข้างควบคุม กระทรวงศึกษาธิการจะเน้นเรื่องของการศึกษาในระบบ หลายโรงเรียนเองก็ไม่ได้อยู่ในระบบกระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน เพราะฉะนั้นขอบเขตมันคนละแบบกัน ไม่ครอบคุม นั่นหมายถึงต้องมาช่วยแยกแยะว่า สิ่งที่ถูกต้องคืออะไร บางโรงเรียนเขาไม่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ถ้าเราไปที่กระทรวงศึกษาธิการจะไม่ถูกนับทันที เพราะฉะนั้นให้กระทรวงดิจิทัลฯเป็นคนกำหนดขอบเขตให้ถูกต้องก่อน เพื่อนสร้างสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกันทั้งประเทศ ทำให้ครบทุกพื้นที่

ทั้งยังจะมีการเซ็น MOU เรื่องของการสนับสนุนทางการศึกษา ส่วนในเรื่องของการลงรายละเอียดว่า 14 ล้านคนนี้แผนปฏิบัติการคืออะไร เรามีแผนอยู่แล้ว ซึ่งก็คงต้องเอาแผนนี้เป็นตัวตั้งให้กระทรวงดิจิทัลฯพิจารณา เราพูดชัดเจนว่า ทุกคนต้องเท่าเทียม แต่จุดที่เป็นจุดอ่อนของประเทศเช่น อาชีวศึกษา อาจจะต้องจัดการอย่างเร่งด่วน เริ่มต้นให้เห็นก่อนถัดมาก็คือกระทรวงดิจิทัลฯ มีโครงการอินเทอร์เน็ต 24,700 หมู่บ้าน เราไม่เคยเห็นเลยว่าพอเสร็จแล้วมันจะสร้างศักยภาพให้คนได้ยังไง เราไม่เคยเห็นแผนนี้ เราสามารถเอาแผนนี้ไปเสียบในโรงเรียนท้องถิ่น การศึกษาท้องถิ่นได้ นี่คือจุดโฟกัสตัวที่สอง ที่สามารถจะพัฒนาศักยภาพคน แล้วเดินต่อขึ้นตลาดโลกได้เลย นี่เราพูดถึงเรื่องซอฟต์แวร์นะ การพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีดิจิทัล เราไม่ได้พูดถึงการสร้างฮาร์ดแวร์เหมือนสมัยก่อน เราสำรวจแล้ว 30 ปีที่ผ่านมามันไม่เวิร์ก

Thai WPS คืออนาคต

หลายคนสงสัยว่าจะสร้างความมั่นใจได้อย่างไรว่านักเรียนนักศึกษาจะใช้ซอฟต์แวร์นี้ได้จริง? พงศ์พรหม บอกอีกว่าแน่นอนว่าเราได้เริ่มเข้าไปคุยกับทางมหาวิทยาลัยแล้ว ปริมาณค่อนข้างเยอะ เรากำลังทำโครงการพัฒนาทักษะในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เริ่มจากการส่งคนไปบ่มเพาะและพัฒนา เช่น กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลหลายแห่ง เพราะฉะนั้นเราเริ่มจากการปูพื้นก่อน ไม่ใช่นำซอฟต์แวร์เราไปใช้แล้วไม่เกิดประโยชน์ แต่การที่ทำแบบนี้ต้องเร็วและครอบคลุม ต้องไปให้สุดและไปให้ถึง

นอกจากนั้น นายพงศ์พรหม ยังเสริมอีกว่า สิ่งต่อไปที่อยากจะเสนอคือเรื่องการพัฒนาคนอย่างจริงจัง เราไม่ใช่บริษัทร่ำรวย แต่เรามองว่าประเทศประสบความสำเร็จเราก็ประสบความสำเร็จ เราสื่อสารไปยังภาคธุรกิจว่าขอให้ทุกท่านเปลี่ยนโจทย์ ทำยังไงให้ประเทศไทยเจริญ ให้เราเกาะกระแสในการเติบโตของเอเชียได้ เดี๋ยวกำไรจะมาเอง แต่มันต้องเกิดการเปลี่ยนโจทย์ตั้งแต่วันนี้ว่าเราจะช่วยสร้างประเทศตรงจุดไหนดี เพราะฉะนั้นขอโฟกัสเรื่องการพัฒนาคน ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนของประเทศนี้ ปัจจุบันนี้มาตรฐานการศึกษาไทยอยู่อันดับที่ 8 ของอาเซียน เราต่ำกว่าลาวแล้ว อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อนข้างเศร้าใจกับการที่คนยุคใหม่เห่อของแบรนด์เนม แต่อีกฝั่งเรามีอันดับการศึกษาตกต่ำขนาดนั้น ประชาชนไม่ผิด แต่เราต้องช่วยกันแก้ระบบตั้งแต่วันนี้