วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ผอ.กองพุทธ-นายช่างโยธา’ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัด

ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน และอดีตนายช่างโยธา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ ปปป. พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีเอี่ยวเงินทอนวัด ขณะนี้ผู้ต้องหา 5 คน จาก 19 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว...

วันที่ 22 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติผิดมิชอบ ได้แจ้งข้อหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง มาตรา 147 และมาตรา 162 ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ

หลังพบว่า นายฉัตรชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนะ อดีต ผอ.พศ. โดยเป็นตัวแทนในการจัดสรรงบบูรณปฏิสังขรณ์ให้กับวัดในเครือ 12 วัด ภาคเหนือ 9 วัด และภาคใต้ 3 วัด ของพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค จังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าคณะอำเภอชนแดน รวมมูลค่าความเสียหายที่โกงไป 19,375,000 บาท และเมื่อมีการร้องเรียนในเรื่องของเงินทอนวัด และนายฉัตรชัยได้อาสาขอเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการทำเอกสารเท็จ และเกลี้ยกล่อมพระที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว โดยนายฉัตรชัยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพตนเองขณะรับทราบข้อกล่าวหา

ขณะที่ นายฉัตรชัย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าราชการ พระชั้นผู้ใหญ่ ในการทุจริต และที่ผ่านมาตั้งแต่รับตำแหน่ง ตนพยายามที่จะปรับเปลี่ยนระบบขององค์กรให้โปร่งใสที่สุด ส่วนเส้นทางการเงิน นายฉัตรชัยระบุว่าเป็นอำนาจทางกฎหมายที่จะสามารถตรวจสอบได้ และนายฉัตรชัย เป็น 1 ในเป้าหมายที่มีการตรวจค้นบ้านที่จังหวัดระนอง ได้มีการยึดเอกสาร บัญชีเงินฝาก และฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของนายฉัตรชัยตรวจสอบ

นายพยงค์ สีเหลือง อดีตนายช่างโยธา ชำนาญงานกองพุทธศาสนสถาน ได้เดินทางมามารับทราบข้อกล่าวหาในมาตรา 147 มาตรา 157 และ มาตรา 86 คือการให้ความสะดวกสนับสนุนในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติผิดมิชอบอีกด้วย โดย นายพยงค์ มีพฤติการณ์คอยรับคำสั่งจากนายฉัตรชัย ในการติดต่อกับวัดในการเจรจาและการรับเงิน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระบุว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ แต่ทาง ปปป.มีหลักฐานที่เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอน การสอบสวนที่มีพระผู้ใหญ่มาเกี่ยวข้องนั้น ยังไม่มีการแจ้งข้อกล้าวหา เพราะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการ

สำหรับสำนวนทั้ง 23 คดี ที่มีการกล่าวอ้างพระสงฆ์ 4 รูป ที่เกี่ยวข้องกับการรับเงิน ขณะนี้พบว่า ยังอยู่ในประเทศไทย ยืนยันจะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย และในวันที่ 26 ก.ย. ทาง ปปป.จะส่งสำนวนของ 23 คดีให้กับทาง ป.ป.ช.ในการตรวจสอบ แต่ในส่วนของเส้นทางการเงิน ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมให้กับ ปปง. พร้อมเชื่อว่ายังมีมากกว่า 19 ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ต้องหา 5 คน จาก 19 คน ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว คือ 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. 2.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 3.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ. 4.นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. 5.นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ.

ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน และอดีตนายช่างโยธา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ ปปป. พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีเอี่ยวเงินทอนวัด ขณะนี้ผู้ต้องหา 5 คน จาก 19 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว... 22 ก.ย. 2560 15:42 22 ก.ย. 2560 16:31 ไทยรัฐ