วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ผอ.กองพุทธ-นายช่างโยธา’ ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องคดีเงินทอนวัด

ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน และอดีตนายช่างโยธา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ ปปป. พร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาคดีเอี่ยวเงินทอนวัด ขณะนี้ผู้ต้องหา 5 คน จาก 19 คน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว...

วันที่ 22 ก.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา โดยตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติผิดมิชอบ ได้แจ้งข้อหา ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง มาตรา 147 และมาตรา 162 ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ

หลังพบว่า นายฉัตรชัย มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนะ อดีต ผอ.พศ. โดยเป็นตัวแทนในการจัดสรรงบบูรณปฏิสังขรณ์ให้กับวัดในเครือ 12 วัด ภาคเหนือ 9 วัด และภาคใต้ 3 วัด ของพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค จังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าคณะอำเภอชนแดน รวมมูลค่าความเสียหายที่โกงไป 19,375,000 บาท และเมื่อมีการร้องเรียนในเรื่องของเงินทอนวัด และนายฉัตรชัยได้อาสาขอเป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยการทำเอกสารเท็จ และเกลี้ยกล่อมพระที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว โดยนายฉัตรชัยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพตนเองขณะรับทราบข้อกล่าวหา

ขณะที่ นายฉัตรชัย ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าราชการ พระชั้นผู้ใหญ่ ในการทุจริต และที่ผ่านมาตั้งแต่รับตำแหน่ง ตนพยายามที่จะปรับเปลี่ยนระบบขององค์กรให้โปร่งใสที่สุด ส่วนเส้นทางการเงิน นายฉัตรชัยระบุว่าเป็นอำนาจทางกฎหมายที่จะสามารถตรวจสอบได้ และนายฉัตรชัย เป็น 1 ในเป้าหมายที่มีการตรวจค้นบ้านที่จังหวัดระนอง ได้มีการยึดเอกสาร บัญชีเงินฝาก และฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของนายฉัตรชัยตรวจสอบ

นายพยงค์ สีเหลือง อดีตนายช่างโยธา ชำนาญงานกองพุทธศาสนสถาน ได้เดินทางมามารับทราบข้อกล่าวหาในมาตรา 147 มาตรา 157 และ มาตรา 86 คือการให้ความสะดวกสนับสนุนในการที่ผู้อื่นกระทำความผิด ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติผิดมิชอบอีกด้วย โดย นายพยงค์ มีพฤติการณ์คอยรับคำสั่งจากนายฉัตรชัย ในการติดต่อกับวัดในการเจรจาและการรับเงิน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระบุว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ แต่ทาง ปปป.มีหลักฐานที่เชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอน การสอบสวนที่มีพระผู้ใหญ่มาเกี่ยวข้องนั้น ยังไม่มีการแจ้งข้อกล้าวหา เพราะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการ

สำหรับสำนวนทั้ง 23 คดี ที่มีการกล่าวอ้างพระสงฆ์ 4 รูป ที่เกี่ยวข้องกับการรับเงิน ขณะนี้พบว่า ยังอยู่ในประเทศไทย ยืนยันจะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย และในวันที่ 26 ก.ย. ทาง ปปป.จะส่งสำนวนของ 23 คดีให้กับทาง ป.ป.ช.ในการตรวจสอบ แต่ในส่วนของเส้นทางการเงิน ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมให้กับ ปปง. พร้อมเชื่อว่ายังมีมากกว่า 19 ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ต้องหา 5 คน จาก 19 คน ได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว คือ 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. 2.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 3.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ. 4.นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. 5.นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ.