วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"Bunka Fashion School" วิถีแห่งแฟชั่นสไตล์ญี่ปุ่น

หากพูดถึงคำว่า “แฟชั่น” แล้ว คำๆนี้คงคุ้นชินหูอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มสาวๆผู้หญิงๆ ซึ่งบางคนถึงขนาดหลงใหลแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจ

และบางคนก็รักที่จะแต่งกายให้มีแฟชั่น อัพเดตตามเทรนด์แฟชั่นอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งที่ชอบและรักถึงขั้นอยากที่จะเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายในแบบฉบับเฉพาะของตนเองก็มีให้เห็นจำนวนมาก

Business On My Way สัปดาห์นี้ขอพาไปสัมผัสหนึ่งในสถานที่ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการสานฝันให้ใครที่คิดอยากตัดเย็บเสื้อผ้าเอง อยากเป็นดีไซเนอร์มีแบรนด์เสื้อผ้าของตนเองกับ “โรงเรียนบุนกะแฟชั่น” (BUNKA FASHION SCHOOL)

“คุณแมว” (สมพร สุนทรธำรง) ผู้อำนวยการโรงเรียนบุนกะแฟชั่น เล่าว่า โรงเรียนบุนกะแฟชั่นเกิดขึ้นจากที่กลุ่มเครือสหพัฒน์ฯร่วมมือกับ Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสถาบันแฟชั่นที่มีชื่อเสียงและได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 ของโลกที่ก่อตั้งมายาวนาน ซึ่งปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 98

“บุนกะที่เมืองไทยก่อตั้งในปี 2548 โดยปีนี้เข้าสู่ปีที่ 12 ซึ่งที่ไทยเราถือเป็นโรงเรียนเครือข่ายแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังนำหลักสูตรมาตรฐานเดียว Bunka Fashion College ญี่ปุ่น มาเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน โดยมีการแปลเป็นภาษาไทยเพื่อง่ายในการเรียนอีกด้วย”

ทั้งนี้ โรงเรียนบุนกะเมืองไทยยังคงเน้นการเรียนการสอนเป็นระบบ โดยจะเริ่มเรียนตั้งแต่พื้นฐานการตัดเย็บ การใช้เข็มและด้าย วิธีการใช้จักรเย็บผ้า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม จากนั้นจะขยับระดับความยากขึ้นไป อาทิ ตัดเย็บชิ้นงานง่ายๆ กระโปรง เสื้อเชิ้ต เป็นต้น

คุณแมวเล่าว่า โรงเรียนบุนกะแฟชั่นจะให้ความรู้และฝึกฝนทักษะแฟชั่นอย่างครบวงจร ทั้งด้านการออกแบบ การสร้างแพตเทิร์น การเลือกสรรวัตถุดิบ เทคนิคการตัดเย็บ เทคนิคการปรับแก้ และการตกแต่งเครื่องแต่งกาย ซึ่งหลักสูตรที่เราสอนถือว่าได้มาตรฐานระดับสากล และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก โดยเฉพาะเรื่องโนว์ฮาวการสร้างแพตเทิร์น ซึ่งถือเป็นเคล็ดลับในการรังสรรค์แฟชั่น

นอกจากเน้นหนักในด้านการตัดเย็บ ทางโรงเรียนยังเสริมความรู้วิทยาการด้านแฟชั่นที่ทันสมัยอื่นๆในชั่วโมงเรียนด้วย ทั้งเรียนรู้ด้านสิ่งทอ, ประวัติศาสตร์แฟชั่น,เรียนรู้เทคนิคการใช้สี, ทฤษฎีการดีไซน์ และการวาดภาพแฟชั่น เป็นต้น ซึ่งหากแบ่งสัดส่วนการเรียน 60% เน้นด้านการตัดเย็บ และอีก 40% จะเรียนด้านทฤษฎี

ในด้านครูผู้สอนคุณแมวเล่าว่า โรงเรียนเรา ก็มีความโดดเด่นในด้านการถ่ายทอดความรู้ เช่นที่ว่ามีความรู้เทคนิคอะไรเกี่ยวกับด้านแฟชั่นจะสอนผู้เรียนหมด (ไม่มีกั๊ก) โดยทางโรงเรียนก็จะเน้นครูที่จบจากบุนกะทั้งจากญี่ปุ่นและเมืองไทยมาเป็นครูผู้สอน

“เหตุที่เลือกครูที่จบจากบุนกะ เพราะเชื่อว่าการถ่ายทอดหลักสูตรต้องใช้ความเข้าใจที่ถ่องแท้ ถึงจะเป็นการให้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งครูที่จบจากบุนกะก็เสมือนมีจิตวิญญาณที่บุนกะได้ถ่ายทอดให้รุ่นสู่รุ่น อีกทั้งยังไม่ต้องปรับความเข้าใจในแบบฉบับวิถีของบุนกะอีกด้วย”

คุณแมวยังได้เล่าถึงความน่าสนใจในหลักสูตรด้วยว่า ทางบุนกะประเทศไทยจะมีให้เลือกเรียนทั้งแบบระยะยาว 2 ปี และหลักสูตรแบบระยะสั้น โดยหลักสูตรระยะยาวของเราจะใช้เวลาเรียนน้อยกว่าที่ญี่ปุ่น 1 ปี โดยปีที่ 3 ที่ญี่ปุ่นจะมีการแยกสาขาในการเรียน ซึ่งจะเรียนแฟชั่นชั้นสูงกว่าปีที่ 2 อีกขั้น ทั้งนี้ สำหรับหลักสูตรในชั้นปีที่ 1 จะเริ่มเรียนจากพื้นฐานให้สำหรับนักเรียนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านแฟชั่น โดยเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อสร้างความเข้าใจตั้งแต่ความรู้เบื้องต้น ทั้งการวัดสัดส่วนสรีระ การสร้างแพตเทิร์นแม่แบบที่เป็นเอกลักษณ์ของบุนกะ

ส่วนหลักสูตรในชั้นปีที่ 2 ก็จะสอนทักษะการออกแบบตัดเย็บในระดับที่สูงขึ้น เช่น Formal Wear, Draping และ Pattern Magic เป็นต้น ควบคู่กับการเรียนภาคทฤษฎีที่จะสร้างความเข้าใจในระบบอุตสาหกรรมสิ่งทอ ความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจแฟชั่น เป็นต้น

นอกจากหลักสูตรระยะยาว ทางโรงเรียนยังมีหลักสูตรระยะสั้นให้ได้ทดลองเรียนก่อน โดยมีให้เลือกเรียนหลากหลายประเภท อาทิ หลักสูตรการตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษ, การตัดเย็บเสื้อผ้าเด็ก, การตัดเย็บชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ และการวาดภาพแฟชั่น ฯลฯ

“นักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากเราจะได้รับ Certificate จากโรงเรียน ซึ่งรับรองโดย Bunka Fashion College ญี่ปุ่น อีกทั้งผู้จบการศึกษายังมั่นใจได้อีก เพราะทางโรงเรียนมีการได้รับรองอย่างถูกต้องจากกระทรวงศึกษาธิการ” คุณแมวกล่าว

ด้านค่าใช้จ่ายในการศึกษาในแบบหลักสูตรระยะยาวเฉลี่ยปีละ 275,000 บาท (รวมค่าอุปกรณ์การเรียน และทัศนศึกษา) ด้านระยะสั้นจะอยู่ที่ประมาณคอร์สละ 8,000 บาท โดยโรงเรียนตั้งอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าเกตเวย์ เอกมัย ชั้น 5 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WWW.BUNKAFASHION.COM

ท้ายสุดคุณแมวกล่าวด้วยว่า ใครที่คิดจะเป็นดีไซเนอร์ที่ดี คนคนนั้นจะต้องรู้เทคนิคการตัดเย็บพื้นฐานที่ดีก่อน จากนั้นจะสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาออกแบบเสื้อผ้าโดยการใส่ไอเดียในแบบเฉพาะตัวของตนเองได้ ซึ่งทางโรงเรียนก็มีวิสัยทัศน์ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้กับวงการแฟชั่น หรืออุตสาหกรรมเสื้อผ้าของเมืองไทยต่อไป.