วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นั่งรถรางไต่เขา...ไปดูหุ่นขี้ผึ้ง บน “สกาย เทอร์เรซ 428”

ทริป Hong Kong Best Experiences with KTC & Hong Kong Tourism Board เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะเปิดมุมมองใหม่ๆของการท่องเที่ยวบนเกาะฮ่องกง โดยเฉพาะในฝั่ง Central และ Old Town ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและความคลาสสิก ที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวในฝั่งเกาลูน

โดยเฉพาะการนั่งรถราง The Peak Tram อายุเกือบ 130 ปี ขึ้นสู่วิคตอเรียพีค ยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งเกาะฮ่องกง และ Sky Terrace 428 จุดชมวิวฮ่องกงแบบ 360 องศา

เดอะ พีค แทรม ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในรถรางที่เก่าแก่ที่สุดในโลกสายหนึ่ง เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1888 เป็นรถรางที่ทำหน้าที่พานักท่องเที่ยวไต่ระดับความสูงกว่า 400 เมตรจากระดับน้ำทะเลขึ้นสู่ยอดเขาวิคตอเรีย ตั้งแต่ 7 โมงเช้าไปจนถึง 24.00 น. ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ ไม่มีวันหยุด ไปยังตึกพีค ทาวเวอร์ ซึ่งออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมโมเดิร์น เป็นอาคารสูงตั้งอยู่บนยอดเขา ถ้าจะให้โรแมนติก ต้องพาคนรู้ใจ ไปไต่ยอดเขาวิคตอเรียในช่วงฤดูหนาว ที่ว่ากันว่า อุณหภูมิลดต่ำถึงประมาณ 4 องศาเลยทีเดียว

เสียงไกด์ฮ่องกงพูดภาษาอังกฤษชัดเจน อธิบายนักท่องเที่ยวจากยุโรปว่า อารมณ์ของการชมวิวที่ตึกพีค ทาวเวอร์ โดยเฉพาะจาก Sky Terrace 428 ในช่วงกลางวันกับกลางคืนจะให้ความรู้สึกต่างกัน ในช่วงกลางวัน เราจะเห็นความระยิบระยับของแสงแดดที่ต้องผิวน้ำ แต่ตอนกลางคืน เราจะเห็นดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า และบางดวงก็ใกล้เสียจนอยากจะเอื้อมมือไปคว้ามาเลยทีเดียว...สำหรับประสบการณ์อย่างหลังนี่ คงต้องหาโอกาสกลับไปสัมผัสอีกสักครั้ง

นอกจากจุดชมวิวแล้ว บนชั้นต่างๆของพีค ทาวเวอร์ ยังมีร้านค้าขายของที่ระลึก เสื้อผ้า นาฬิกาแบรนด์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ไอศกรีม ให้ได้นั่งจิบกาแฟชมวิวกันด้วย

แต่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมากที่สุด เห็นจะเป็น พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซ ฮ่องกง ซึ่งถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซแห่งแรกในเอเชีย เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2000 แต่ก็พยายามที่จะหาจุดขายใหม่ๆมานำเสนอ อย่างล่าสุด โซน K-pop เกาหลี ที่รวมเอาหุ่นขี้ผึ้งของบรรดาดาราซีรีส์เกาหลี ทั้ง แบยอนจุง, นิชคุณ, ลีมินโฮ, ดงบังชินกิ, คิมฮยอนจุง, ซงซึงฮยอน มาให้เหล่าสาวกได้ถ่ายรูปคู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหุ่นดาราเกาหลีล่าสุดอย่าง คิมซูฮยอน พระเอกโรแมนติกจากซีรีส์ดัง You Who Came From The Star ก็ทำให้บรรดาสาวกเกาหลีอดกรี๊ดไม่ได้แม้จะเป็นแค่หุ่นขี้ผึ้งก็ตาม

หุ่นขี้ผึ้งที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษอีกคนหนึ่ง เห็นจะเป็นหุ่น คุณป้ายาโยอิ คุซามะ ที่นั่งอยู่ท่ามกลางห้องแห่งโลกศิลปะของเธอ ที่เป็นสีเหลืองลายจุดสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์งานศิลปะที่เรียกว่า Polka Dot ของคุณป้าที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นคนบ้า วัย 84 ปีคนนี้

และด้วยความปลื้มในตัวคุณป้า เราอดไม่ได้ที่จะขอถ่ายรูปคู่กับเธอที่ดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ ด้วยผมสีแดงและชุดเดรสสีเหลืองลายจุดสีดำ เช่นเดียวกับรูปคู่ที่ถ่ายกับหุ่นขี้ผึ้งของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และ มหาตมะ คานธี ที่เพิ่งถ่ายมาก่อนหน้านี้

โซนของคุณป้ายาโยอิ ใช้เอฟเฟกต์ของแสงและกระจกสะท้อนแบบขนาน เพื่อสร้างความรู้สึกของความไม่มีที่สิ้นสุด ที่เจ้าตัวบอกในช่วงที่พิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซเตรียมเปิดตัวหุ่นขี้ผึ้งของเธอ และเธอบอกว่า ศิลปะของเธอที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะทำให้คนที่เข้ามาเยี่ยมชมได้สวมกอดพลังงานทางบวกและปลุกพลังนั้นออกมาอย่างเต็มที่

นอกจากหุ่นขี้ผึ้งนับ 100 ตัวแล้ว โซนหนึ่งที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าที่ควรในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือ โซนสุดท้ายก่อนจะถึงทางออก ที่เป็นขั้นตอนการปั้นหุ่นขี้ผึ้ง ตั้งแต่การขึ้นรูป การปั้นใบหน้า การใส่ดวงตา ไปจนถึงการเลือกสีผมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด และหุ่นขี้ผึ้งตัวสุดท้ายก่อนที่เราจะเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ก็คือ หุ่นมาดามทุซโซ ผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั่นเอง

การเดินทางไปยังเดอะพีค ทาวน์ และพิพิธภัณฑ์มาดามทุซโซ ง่ายมากแค่นั่งรถราง Peak Tram จากสถานี Peak Tram Lower Terminus ที่ Garden Road ใกล้กับสถานี MTR Central ทางออก J2 ใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที คุณจะได้สัมผัสกับสีสัน...สวรรค์ฮ่องกงแล้ว

ลงจากเดอะพีค ทาวเวอร์ เพื่อให้ได้สัมผัสฮ่องกงมุมต่างๆ งานนี้ Hong Kong Tourism Board หรือการท่องเที่ยวฮ่องกง จัดให้นั่งรถรางเก่าแก่อีกสายหนึ่ง ที่เรียกว่า Ding Ding ซึ่งถือว่าเป็นระบบขนส่งมวลชนชนิดแรกที่ให้บริการในเกาะฮ่องกงมานานกว่า 100 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ.1904 และยังคงให้บริการโดยคงรูปแบบเดิมไว้อยู่จนถึงทุกวันนี้
รถรางของฮ่องกง เป็นรถ 2 ชั้น ไม่ติดแอร์ ถ้านั่งในหน้าหนาวคงสบาย แต่ถ้าเป็นหน้าร้อนอย่างในช่วงที่เราไปนั้น ก็เรียกว่าได้เหงื่อกันพอสมควรล่ะ และถ้าอยากจะถ่ายรูปสวยๆ ก็ต้องนั่งที่ดาดฟ้าด้านบน ซึ่งแน่นอนครีมกันแดดแบบ 50+ ต้องพกติดกระเป๋าไว้กันหน้าไหม้...

ความคลาสสิกของการนั่ง Ding Ding คือ ทั้งรถยนต์และรถรางวิ่งอยู่บนทางเดียวกัน ต้องสับหลีกให้ดีๆ ซึ่งก็ต้องถือว่าคนขับรถรางที่นี่เก่งมาก เพราะแทบไม่เคยมีอุบัติเหตุให้ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ระหว่างรถรางกับรถยนต์บนถนนเดียวกันนี้ เส้นทางการให้บริการของ Tram จะอยู่บนฝั่งฮ่องกงเท่านั้น มีทั้งหมด 6 สาย ให้บริการตั้งแต่ 06.00-24.00 น. ระหว่างเมือง Kennedy Town และ Shau Kei Wan ในชั่วโมงเร่งด่วนจะมีรถออกทุกๆ 1.5 นาที และยังมีรถรางสำหรับนักท่องเที่ยวที่พาชมเมืองแบบ City tour ด้วย

ปิดทริปฮ่องกง ด้วยเบอร์เกอร์จากร้านฟู้ดทรัก ชื่อดังบริเวณลานกิจกรรมเซ็นทรัล ฮาร์เบอร์ฟรอนต์ ซึ่งกิจการฟู้ดทรัก...ถือเป็นอีกจุดขายใหม่ที่การท่องเที่ยวฮ่องกงต้องการจะโปรโมตในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งในฝั่งฮ่องกงและเกาลูน โดยร้านที่จะทำธุรกิจรูปแบบนี้ได้ต้องผ่านการอนุมัติจากรัฐบาลในฐานะธุรกิจสตาร์ทอัพที่รัฐสนับสนุนก่อนจึงจะเปิดดำเนินกิจการได้

เรียกว่า ฮ่องกง...ทริปนี้ ได้เปิดมุมมองใหม่ นอกจากไหว้พระ ช็อปปิ้ง กิน...แล้ว ยังพบว่า ฮ่องกง...มีดีกว่าที่คิดเยอะเร้ย......!!!