วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทริปอเมริกาของนายกฯลุงตู่

ค่อนข้างจะชัดเจนว่าต้นเดือน ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางไปเยือน สหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ ทำเนียบขาว จากการนำร่องของ รมว.พาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์ ที่พาตัวแทนไปหารือกับ สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพย์สินทางปัญญา กสทช. กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า พอจะเห็นเค้าโครงการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ

มีประเด็นสำคัญอีกเรื่องอันเนื่องมาจากข้อร้องเรียนของ กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ คัดค้านการนำเข้า เนื้อสุกรจากสหรัฐฯ โดยที่ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร สุรชัย สุทธิธรรม อ้างว่าจะกระทบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั้งระบบ เพราะ หมูสหรัฐฯมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง หรือแร็ตโตปามีน ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ ประชาชนผู้เลี้ยงสุกรอีกประมาณ 2 แสนครัวเรือนจะได้รับผลกระทบโดยตรง

ด้านการค้าการลงทุนต้องถือว่าสหรัฐฯเป็นพันธมิตรการค้ากับไทยมายาวนาน มีมูลค่าการค้ามากที่สุด นอกจากจะรักษาความสมดุลด้านการค้าแล้ว การเจรจาการลงทุนก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชื่นชมการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ช่วยทำให้พัฒนาการของประเทศไทยดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้ช่องว่างความร่วมมือทางด้านทหารใกล้ชิดกันมากขึ้น

หนึ่งในยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่จะคุยกันไม่พ้นเรื่องของ คาบสมุทรเกาหลี และ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ไม่เฉพาะ ทรัมป์ เท่านั้น สื่ออเมริกา ก็คงให้ความสนใจไม่น้อย

ประเด็นเรื่องของสิทธิบัตรยา การละเมิดลิขสิทธิ์ทางการค้าที่มีความกังวลจาก กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนมองว่าการเจรจาจะนำไปสู่การเร่งรัดอนุมัติสิทธิบัตรยาของต่างประเทศที่ตกค้างกว่า 3,000 ฉบับ ซึ่งบริษัทผู้ผลิตยาพยายามกดดันไทยมาโดยตลอด

ผลกระทบคือคนไทยต้องใช้ยาที่มีราคาแพงขึ้น

ความต้องการของสหรัฐฯที่จะเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรแปรรูปจากสหรัฐฯในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรได้ยื่นหนังสือคัดค้านกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะปริมาณหมูที่เลี้ยงอยู่ในประเทศไทยเพียงพอต่อการบริโภคอยู่แล้ว ร้อยละ 98 ของการผลิตทั้งหมดเพื่อป้อนตลาดในประเทศเท่านั้น

การใช้สารเร่งเนื้อแดงของสุกรสหรัฐฯ เป็นสารต้องห้าม ที่กรมปศุสัตว์ไม่ให้ใช้ในการเลี้ยงสุกร มีการควบคุมอย่างเข้มงวด อันตรายจากสารเร่งเนื้อแดง แม้ปัจจุบันยังไม่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ สหภาพยุโรป หรืออียู ให้ความสำคัญในมาตรฐานด้านอาหารไม่เห็นด้วยและปฏิเสธการใช้สารดังกล่าวเช่นกัน

ปัญหาที่กระทบกับผู้บริโภคคนไทยและอุตสาหกรรมสุกรไทย อาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาประเทศมหาอำนาจ แต่ในฐานะรัฐบาลไทยที่ต้องคุ้มครองคุณภาพชีวิตของคนไทย ควรจะเตรียมหาทางออกเรื่องเหล่านี้ให้ดี

เพราะคนไทยไม่ใช่หนูทดลอง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th