วันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทริปอเมริกาของนายกฯลุงตู่

โดย หมัดเหล็ก

ค่อนข้างจะชัดเจนว่าต้นเดือน ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินทางไปเยือน สหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ ทำเนียบขาว จากการนำร่องของ รมว.พาณิชย์ อภิรดี ตันตราภรณ์ ที่พาตัวแทนไปหารือกับ สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพย์สินทางปัญญา กสทช. กระทรวงเกษตรฯ เพื่อเตรียมการล่วงหน้า พอจะเห็นเค้าโครงการเจรจาระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศ

มีประเด็นสำคัญอีกเรื่องอันเนื่องมาจากข้อร้องเรียนของ กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศ คัดค้านการนำเข้า เนื้อสุกรจากสหรัฐฯ โดยที่ นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกร สุรชัย สุทธิธรรม อ้างว่าจะกระทบกับอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูทั้งระบบ เพราะ หมูสหรัฐฯมีการใช้สารเร่งเนื้อแดง หรือแร็ตโตปามีน ที่ไม่อนุญาตให้ใช้ในประเทศไทย นอกจากนี้ ประชาชนผู้เลี้ยงสุกรอีกประมาณ 2 แสนครัวเรือนจะได้รับผลกระทบโดยตรง

ด้านการค้าการลงทุนต้องถือว่าสหรัฐฯเป็นพันธมิตรการค้ากับไทยมายาวนาน มีมูลค่าการค้ามากที่สุด นอกจากจะรักษาความสมดุลด้านการค้าแล้ว การเจรจาการลงทุนก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ชื่นชมการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ช่วยทำให้พัฒนาการของประเทศไทยดีขึ้น ทั้งด้านเศรษฐกิจ ตลาดหุ้น ความมั่นคงและความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้ช่องว่างความร่วมมือทางด้านทหารใกล้ชิดกันมากขึ้น

หนึ่งในยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่จะคุยกันไม่พ้นเรื่องของ คาบสมุทรเกาหลี และ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย ไม่เฉพาะ ทรัมป์ เท่านั้น สื่ออเมริกา ก็คงให้ความสนใจไม่น้อย

ประเด็นเรื่องของสิทธิบัตรยา การละเมิดลิขสิทธิ์ทางการค้าที่มีความกังวลจาก กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนมองว่าการเจรจาจะนำไปสู่การเร่งรัดอนุมัติสิทธิบัตรยาของต่างประเทศที่ตกค้างกว่า 3,000 ฉบับ ซึ่งบริษัทผู้ผลิตยาพยายามกดดันไทยมาโดยตลอด

ผลกระทบคือคนไทยต้องใช้ยาที่มีราคาแพงขึ้น

ความต้องการของสหรัฐฯที่จะเปิดตลาดนำเข้าเนื้อสุกรแปรรูปจากสหรัฐฯในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรได้ยื่นหนังสือคัดค้านกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะปริมาณหมูที่เลี้ยงอยู่ในประเทศไทยเพียงพอต่อการบริโภคอยู่แล้ว ร้อยละ 98 ของการผลิตทั้งหมดเพื่อป้อนตลาดในประเทศเท่านั้น

การใช้สารเร่งเนื้อแดงของสุกรสหรัฐฯ เป็นสารต้องห้าม ที่กรมปศุสัตว์ไม่ให้ใช้ในการเลี้ยงสุกร มีการควบคุมอย่างเข้มงวด อันตรายจากสารเร่งเนื้อแดง แม้ปัจจุบันยังไม่มีผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ สหภาพยุโรป หรืออียู ให้ความสำคัญในมาตรฐานด้านอาหารไม่เห็นด้วยและปฏิเสธการใช้สารดังกล่าวเช่นกัน

ปัญหาที่กระทบกับผู้บริโภคคนไทยและอุตสาหกรรมสุกรไทย อาจจะดูเป็นเรื่องไม่สำคัญในสายตาประเทศมหาอำนาจ แต่ในฐานะรัฐบาลไทยที่ต้องคุ้มครองคุณภาพชีวิตของคนไทย ควรจะเตรียมหาทางออกเรื่องเหล่านี้ให้ดี

เพราะคนไทยไม่ใช่หนูทดลอง.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th