วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือนเห่อผัวฝรั่ง ใช่ชีวิตดีเสมอไป

ดร.ดุสิตา

ชีวิตจริงของพยาบาลนางหนึ่ง จากจังหวัดทางตอนเหนือของไทย ซึ่งใช้ชีวิตอยู่กินกับสามีชาวไทยมา 20 ปี เธอให้นิยามชีวิตตัวเองว่า “ต้องทั้งอดและทนเยอะ” เพราะหน้าที่ของความเป็นแม่ และความเป็นเมีย ส่วนเขา...ชายผู้เป็นสามี ไม่เคยคิดจะช่วยเหลืออะไรเธอเลย

“บ้านก็ไม่ส่ง จนแบงก์ยื่นคำขาดว่าจะยึด ขอให้ช่วยรับผิดชอบอะไรนิดหน่อย ก็ไม่เอาสักอย่าง บ้านก็ไม่ยอมกลับ ต้องโทร.ตามตลอด เราต้องแบกภาระหนักอึ้งคนเดียว เหนื่อยล้าเต็มทน”

ในที่สุดเมื่อความอดทนของพยาบาลผู้นี้มาถึงขีดสุด เธอตัดสินใจเลิกกับสามีรายนี้ และต่อมาได้สามีใหม่เป็นฝรั่ง เมื่อตัวเองเข้าสู่วัย 50 ปีเศษ แล้วชีวิตของเธอก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

“เราแต่งงานกันที่เมืองไทย เค้าให้เงินแม่กับพ่อมาสองแสน ให้ทองเรา 20 บาท ตอนเราไปที่โน่นก็ให้มาล้านนึง เอามาใช้หนี้ แถมยังส่งมาดูแลเราทุกเดือนอีก 500 ยูโร ถือว่าเยอะนะ สำหรับบ้านเรา”

ดร.ดุสิตา พึ่งสำราญ หนึ่งในนักวิจัยของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดฉากชีวิตขมของผู้หญิงไทยคนหนึ่ง ที่เธอไปสัมภาษณ์ระหว่างทำงานวิจัย

เธอว่า ชีวิตจริงที่ไม่อิงนิยายของผู้หญิงไทยทำนองนี้มีเยอะมาก และเป็นแรงจูงใจสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้หญิงไทยไม่น้อย หันมาวางเป้าหมายในชีวิตไว้ว่า

สามีฝรั่ง คือ ปลายทางของชีวิต

ดุสิตาบอกว่า ความจริงคำว่า เมียฝรั่ง สะท้อนความรู้สึกมากมายหลายอย่าง ส่วนใหญ่เมื่อได้ยินคำนี้ ผู้คนมักจะมีภาพ...แบบเหมารวม

“เมียฝรั่งมีนัยที่เชื่อมโยงไปถึงคำว่าเมียเช่าของทหารอเมริกันแฝงความหมายที่เป็นการไม่ให้เกียรติ และดูถูกผู้หญิงที่เลือกจะใช้ชีวิตเป็นเมียฝรั่ง ดังนั้น ในงานเขียนของผู้รู้บางท่าน เช่น ดร.รัตนา บุญมัธยะ และอาจารย์วิลเลี่ยม เคลาสเนอร์ จึงเลี่ยงมาใช้คำว่าภรรยาฝรั่งแทน”

อย่างไรก็ตาม วันนี้สังคมบางส่วนมีความเชื่อกันว่า การได้เป็น เมียหรือภรรยาของฝรั่ง คือหนทางหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของผู้หญิงไทย

หลายคนดีขึ้น ยิ่งสำหรับบางคนด้วยแล้ว แทบจะเป็นหนทางเดียวในชีวิต หรือแสงสว่างปลายอุโมงค์...ที่มองเห็น ดังนั้น อคติในความรู้สึกเดิมๆ จึงเปลี่ยนไป

ดร.ดุสิตา บอกว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการ ของสำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 ถึง 20 กันยายน 2559 มีชาวต่างชาติมาจดทะเบียนสมรสในประเทศไทย กับผู้หญิงไทย รวมทั้งสิ้น 35,100 ราย

ข้อมูลดังกล่าวยังไม่รวมผู้หญิงไทยอีกมากมาย ที่ไปแต่งงาน หรืออยู่กินกับสามีชาวต่างชาติในประเทศต่างๆ โดยมิได้มีการบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน

ดุสิตาบอกว่า เธอได้รับทุนวิจัยจาก Newton Fund Advanced Fellowships ซึ่งเป็นการสนับสนุนทุนร่วมกันระหว่าง British Academy กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ให้ศึกษาเรื่อง “การค้นหาชีวิตที่ดีกว่าของคนไทยด้วยการใช้ชีวิตคู่กับชาวตะวันตก”

โครงการนี้วิจัยร่วมกับ ศาสตราจารย์พอล สเตทั่ม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเรื่องการย้ายถิ่น มหาวิทยาลัยซัสเส็กซ์ ประเทศอังกฤษ โดยได้สัมภาษณ์คนไทย ในจังหวัดภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางจำนวนหนึ่ง ในระดับลึก เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการพบปะระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ การพัฒนาความสัมพันธ์ การจัดการความสัมพันธ์ ชีวิตครอบครัว และการย้ายถิ่น

ไม่ว่าจะเป็นการย้ายเข้ามาอยู่ในประเทศไทยของผู้ชายชาวต่างชาติ และการย้ายไปอยู่ต่างประเทศของผู้หญิงไทยที่แต่งงานกับชายชาวต่างชาติ

ผู้เข้าร่วมในการศึกษานี้ แบ่งคร่าวๆได้เป็นกลุ่มผู้ที่ใช้ความพยายามในการเสาะแสวงหาโอกาสในการมีคู่เป็นชายชาวต่างชาติ ด้วยเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง และกลุ่มของผู้ที่เหตุการณ์ในชีวิตได้นำพาให้มีคู่หรือแต่งงานกับชาวต่างชาติ

สมมติฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการศึกษาครั้งนี้ คือ การแต่งงานกับชายชาวต่างชาติจะนำไปสู่การมีชีวิตที่ดีขึ้น ได้รับค่าเลี้ยงดู และสวัสดิการจากประเทศของสามี มีเงินจัดการปัญหาหนี้สิน หรือภาระต่างๆ ของครอบครัวได้ ซึ่งหลายคนคิดว่า แค่ได้เดินทางไปอยู่ต่างประเทศกับสามี ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าแล้ว

แต่ข้อมูลจากทั้งกลุ่มที่ตั้งใจแสวงหา และกลุ่มที่พรหมลิขิตบันดาลชักพา หลายคนมีชีวิตที่เปลี่ยนแปลง ได้รับทุกอย่างตามที่คาด แต่บางคนกลับได้พบกับความประหลาดใจ เพราะไม่ใช่ฝรั่งทุกคนที่จะ “มี” หรือจะ “ให้” เรา และ/หรือครอบครัวของเรา ดังนั้น แทนที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น กลับไปตกระกำลำบากกว่าเดิม เพราะถูกผูกรัดด้วยความสัมพันธ์กับฝรั่งไปแล้วก็มี

“ดิฉันได้สัมภาษณ์ทั้งผู้มีอาชีพครู พยาบาล ข้าราชการ ในวัยตั้งแต่ 30 ปลายๆ ไปจนถึง 50 กว่าๆ รวมทั้งผู้หญิงไทยที่มีอายุไม่เกิน 30 ปี คนเหล่านี้ใช้ความพยายามและวิธีการต่างๆในการมองหา ค้นหา ไปจนถึงเข้าหาฝรั่งที่พึงใจ เพื่อให้ได้มาเป็นสามี”

เธอว่า หนทางการหาสามีฝรั่ง มีทั้งการใช้สื่อออนไลน์ การเข้าเว็บไซต์หาคู่ จับคู่ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีอยู่มากมาย แค่เข้า google แล้วพิมพ์คำว่า Thai dating ก็จะได้ผลลัพธ์ออกมาเกินกว่า 100 เว็บไซต์ให้เลือก

ซึ่งมีผู้ชายหลากหลายสัญชาติ และคุณลักษณะให้เลือก มีข้อมูลประกอบให้ทำความรู้จักกันเบื้องต้น และเมื่อเลือกได้แล้วว่าจะทำความรู้จักมากขึ้นกับใครต่อไป ก็สามารถคุยกันต่อได้ตามช่องทางที่ตนเองสะดวก หรืออาจคุยผ่านเว็บไซต์ก็ได้ ถ้าไม่ต้องการให้อีกฝ่ายทราบอีเมล หรือข้อมูลส่วนตัว

“หนทางที่จะทำให้ได้ฝรั่งมาเป็นคู่ หลายคนต้องผันตัวเองไปทำงานในบาร์ที่พัทยา หรือภูเก็ต เพื่อที่จะได้พบกับสามีฝรั่ง การศึกษาครั้งนี้พบว่า มีผู้หญิงอย่างน้อย 10 คน ที่เคยทำงานในบาร์ที่พัทยา หรือภูเก็ตมาก่อน มีคนหนึ่งเล่าว่า หลังจากที่เธออกหักจากผู้ชายไทย ที่คาดหวังว่าจะได้แต่งงานอยู่กินกัน แต่ฝ่ายชายเปลี่ยนใจไปหาผู้หญิงอื่น เธอได้รับคำแนะนำจากญาติให้ไปทำงานที่ภูเก็ต เพื่อหาแฟนเป็นฝรั่ง”

“โดยไม่ลังเล ผู้หญิงคนนี้เดินทางไปทำงานในบาร์แห่งหนึ่งที่ภูเก็ต ตามคำแนะนำของญาติ จากนั้นเธอได้พบกับสามีคนปัจจุบัน ซึ่งตอนนั้นเขาเป็นแขกคนแรกที่เข้ามาคุยและเรียกใช้บริการจากเธอที่บาร์ และเป็นแขกคนเดียวในชีวิตการทำงานบาร์ของเธอ ทุกวันนี้เธอกับสามีชาวเยอรมันวัย 67 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน และใช้ชีวิตด้วยกันที่เมืองไทย”

ดร.ดุสิตา บอกว่า แม้ผู้หญิงไทยบางคนจะสมหวัง แต่ก็ไม่มีใครทราบได้ล่วงหน้าว่า วิธีใดจะช่วยให้เธอได้เจอคนที่ดี หรือคนที่เลือกและคิดว่าดีแล้วนั้น จะเป็นคนที่จะนำพาชีวิตที่ดีกว่ามาให้ได้จริงๆหรือไม่

“มีหญิงสาววัย 20 ต้นๆคนหนึ่ง ได้แฟนคนแรกผ่านเว็บไซต์หาคู่ เป็นทายาทเศรษฐี แต่กลับไม่ประกอบอาชีพและไม่สามารถนำพาชีวิตเธอให้ดีขึ้นได้ หนำซ้ำยังทำร้ายทุบตีเธออีก หรือกรณีคุณแม่ลูกติดวัย 45 รายหนึ่ง ที่ยอมเสี่ยงไปทำงานบาร์ที่พัทยา เพื่อหาผู้อุปการะ แต่สุดท้ายเธอกลับต้องกลายเป็นผู้ดูแลสามีฝรั่งอายุ 60 กว่า ซึ่งป่วยหนักจากอาการกระดูกทับเส้นประสาท ซ้ำยังไม่มีทรัพย์สินเงินทองใช้สอย”

เหล่านี้เหมือนหนังตัวอย่างที่สร้างจากเลือดเนื้อและชีวิตจริงของผู้หญิงไทย บนความวาดหวังว่า ชีวิตรักของเธอจะโรยไว้ด้วยกลีบกุหลาบ อันหอมหวน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ดร.ดุสิตา เตือนว่า

“ชีวิตจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเราเป็นผู้กำหนด มากกว่าจะเอาชีวิตของเราไปฝากไว้ที่ใคร ถึงอย่างไรก็ขอเป็นกำลังใจให้ผู้หญิงไทย ที่มีเป้าหมายมองหาสามีฝรั่ง ซึ่งจะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น”.

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : ค่านิยมผิดๆ มีผัวฝรั่งแล้วจะสบาย รัฐเปิดคลินิกหญิงไทย เร่งแก้ปัญหา