วันเสาร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาชีพสื่อ

ท่วงทำนองของการพูดจากับสื่อ ของท่านนายกฯประยุทธ์ ตั้งแต่เริ่มรัฐบาล มาจนถึงวันนี้ ยังเป็นเช่นสำนวน โบราณว่า ไปไหนมา สามวาสองศอก

หลังการประชุม ครม.สัญจร ที่อยุธยา สื่อก็ยังตั้งคำถาม เรื่องที่อยากถามท่านนายกฯก็ยังต่อว่าเหมือนๆเดิมว่า ทำไมไม่ถามถึงเรื่องดีๆ เช่นเรื่องโครงการดีๆที่รัฐบาลกำลังตั้งใจทำ

ความคิดนี้เป็นที่ของการส่งทหารไปคุมกรมประชาสัมพันธ์ ตั้งท่าออกกฎหมายคุมสื่อ

จดหมายเหตุ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ฉบับเดือน ก.ย.-ต.ค.2560 พาดหัวว่า เสรีสื่อกำกับกันเอง สภาฯระดมนานาชาติ ถกทางออกสกัดรัฐสภาหนังสือพิมพ์ฯ เดินหน้า ไปพูดจากับหนังสือพิมพ์ บอกให้เลือกทำข่าวดีๆ ที่เรียกว่าข่าวสะอาด คำพาดหัว ก็ต้องสุภาพ ไม่เหยียบย่ำ หยาบหยามศักดิ์ศรีมนุษย์ด้วยกัน

โดยเฉพาะสตรี ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นกระแสแรงมาก

ระหว่างสื่อกับสื่อ พูดจาย้ำเรื่องจริยธรรม ผมได้ยินว่า คนทำสื่อกับมือก็งง...ตกลง ที่ทำมาหากินกันมา ตั้งแต่หนังสือพิมพ์รุ่งเรืองเป็นร่มเงาใหญ่ให้หลายคนค้ำหัว จนมาถึงวันนี้...

ล้วนแต่ทำสิ่งผิด เลวร้าย มากมายไปทั้งนั้นเลยหรือ

กลายเป็นว่า ไม่ใช่แค่ผู้นำรัฐบาล นักการเมือง ข้าราชการ มองหนังสือพิมพ์อย่างนี้ คนหนังสือพิมพ์กันเองก็มองอย่างนี้

จริงๆแล้ว คนหนังสือพิมพ์ น่าจะรู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง ว่าเป็นอย่างไร

อาชีพสื่อที่บางคนว่า เป็นฐานันดรที่ 4 ฟังดูโก้ๆหรูๆนั้น

คนหนังสือรุ่นเก่า เขาเข้าใจตัวเองแจ่มแจ้ง สถิตย์ เสมานิล เล่าไว้ ในหนังสือ วิสาสะ เล่ม 2 ว่าด้วยการหนังสือพิมพ์ไทย ยุครัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 ว่า

เคยปรารภกับเพื่อนผู้สูงอายุผู้รู้ธรรม มหาบุญ อัชประมุข คุณชิต บุรทัต พระสันทัดอักษรสาร คุณฉอ้าน อิศรศักดิ์ ยามที่ชุมนุมชนอยู่ด้วยความสุขสงบ ไม่มีปล้นสะดม ไม่ตีรันฟันแทง ฯลฯ

หนังสือพิมพ์ขายไม่ดี

คนทำตั้งแต่นักข่าวไปถึงคนในสำนักงานก็เฉื่อยๆชาๆ ทุกคนรู้ดี อาชีพนี้มากด้วยอากูล หนีอากูลหาพ้นไม่

มงคลข้อหนึ่งใน 38 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าสอน อนากุสาจ กัมมันตา เอตัมมังคลมุตตะมัง แปลว่า การไม่ประกอบการงานเป็นมงคล

อาชีพหนังสือพิมพ์ รุ่งเรืองเฟื่องฟูอยู่ได้ กับเรื่องราวที่ไม่เป็นมงคล เรื่องราวที่เป็นอากูล

ความวิบัติของคนเป็นข่าวดีของหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์ขายดี ก็ยิ่งได้รับความนิยม

“จริงดอก ความวิบัตินั้นๆ เราไม่คิดไม่อยาก ไม่ประสงค์ให้อุบัติ หากเป็นไปตามสังสารวัฏ ถึงแม้ว่าหนังสือพิมพ์ไม่ลงข่าว ความวิบัติก็หาปลอดจากคนได้ไม่”

ลางข่าว แม้คิดเห็นเป็นอนิจจังสังเวชต่อภัยพิบัติ แต่ขณะเดียวกันก็พอใจที่หนังสือพิมพ์ได้ข่าวดี คนหนังสือพิมพ์อาชีพเข้าใจตัวเองถ่องแท้

ผมไม่แปลกใจ ที่คนนอกวงการหนังสือพิมพ์ มองหนังสือพิมพ์อย่างไรก็ยังมองอยู่อย่างนั้น แต่แปลกใจที่คนหนังสือพิมพ์ด้วยกัน ไม่เข้าใจพวกเดียวกัน พูดจากันเหมือนคนแปลกหน้า

จะแอ็กชั่นให้คนอื่นเชื่อว่า หนังสือพิมพ์คุมกันเองได้ ก็ทำไป แต่ถ้าถามใจตัวเองก็รู้ มันเป็นไปได้มากน้อย.

กิเลน ประลองเชิง