วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซีอีโอมีมุมมองเชิงลบเศรษฐกิจ กำลังซื้อไม่ฟื้น-หนี้เรื้อรัง-ปัญหาการเมืองกดดัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (CEO Survey) ถึงทิศทางเศรษฐกิจในช่วง 6 เดือนหลังของปี 60 โดยพบว่า ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนมีมุมมองเชิงลบเกี่ยวกับเศรษฐกิจและผลประกอบการของธุรกิจมากขึ้น เมื่อเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน แต่ CEO ส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังคงมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ผู้ตอบว่าเศรษฐกิจดีขึ้นมีสัดส่วนลดลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะโต 3-4% ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของธนาคารโลกและธนาคารแห่งประเทศไทย โดยนโยบายการคลังและการใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง CEO ปรับเปลี่ยนมุมมองจากช่วงครึ่งปีแรกที่เคยคาดการณ์ว่าความเสี่ยงสำคัญจะมาจากเศรษฐกิจและการเมืองโลก แต่การสำรวจครั้งนี้คาดว่าปัจจัยในประเทศจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ทั้งจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวหรือฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด หนี้สินภาคครัวเรือนที่เป็นปัญหาเรื้อรัง รวมทั้งเสถียรภาพการเมืองในประเทศ

ส่วนแนวโน้มการดำเนินธุรกิจ CEO ส่วนใหญ่คาดว่าผลการดำเนินธุรกิจช่วง 6 เดือนหลังจะดีขึ้น แต่สัดส่วนของผู้ตอบว่าดีขึ้น ลดลงจากการสำรวจครั้งก่อน โดยส่วนใหญ่คาดว่ารายได้ปี 60 จะโตน้อยกว่า 6% ขณะที่การดำเนินธุรกิจในช่วง 6 เดือนแรกพบว่าต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากผลของประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราค่าแรงขั้นต่ำ เช่นเดียวกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก ส่งผลให้ CEO ต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาในการทำธุรกิจ ขณะที่คาดว่าปัจจัยด้านสภาพคล่องของกิจการไม่เปลี่ยนแปลง สำหรับแนวโน้มการลงทุนนั้น CEO ส่วนใหญ่มีแนวโน้มขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งการลงทุนในต่างจังหวัดและต่างประเทศ โดยบริษัทจดทะเบียนยังคงใช้ 3 แหล่งระดมทุนหลัก คือ กำไรสะสม สินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ และการออกหุ้นกู้ภายในประเทศ ส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น ประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นเป้าหมายหลัก ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่า บางหมวดธุรกิจชะลอการลงทุนในต่างจังหวัด เนื่องจากคาดการณ์ว่ากำลังซื้อในต่างจังหวัดลดลง ขณะที่เลือกขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศเพื่อหาฐานลูกค้าใหม่.