วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เมี่ยงกลีบบัว-ส้มตำดอกไม้ชูเที่ยวไทย

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวภายหลังเข้าร่วมงานทัวลิสซึ่ม เอ็กซ์โป เจแปน 2017 ว่า ททท.ยังให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เพราะถือว่ามีศักยภาพในการใช้จ่าย และอยู่ในโอกาสความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับญี่ปุ่นครบ 130 ปี ททท.จะเน้นบุกตลาดนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น หลังพบว่าปัจจุบันมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวไทยซ้ำ หรือรีพีตเตอร์ ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 77% แต่ถ้าเราไม่มีกิจกรรมทางเลือกใหม่ๆ ในอนาคตโอกาสที่กลุ่มนี้จะลดลง และกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวด้วย

ททท.ได้ร่วมมือกับสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น (JATA) ทำกิจกรรมส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นไปเที่ยวไทยด้วยการจัด 6 เส้นทางท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับพฤติกรรมของคนญี่ปุ่น เช่น จัดเส้นทางประกวดถ่ายภาพสวย, เส้นทางผู้หญิงผ่านการนำเสนอใช้บริการสปา อโรม่าต่างๆ เพื่อนำมาเป็นข้อสรุปจัดเป็นแพ็กเกจขายให้กับนักท่องเที่ยว ขณะที่ในปี 2561 ททท.เตรียมแผนกลยุทธ์เจาะตลาดดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยการนำสินค้าท่องเที่ยวเดิมของไทยมาปรับเพิ่มรายละเอียดให้ลึกซึ้งขึ้น ภายใต้แคมเปญ “โอเพ่น ทู เดอะนิวส์ เชด ออฟ ไทยแลนด์” โดยมีสินค้านำร่อง เช่น ส้มตำดอกไม้ เมี่ยงกลีบบัว ซึ่งถือเป็นของดั้งเดิมที่เกิดจากไทยแท้ๆ คาดว่าจะช่วยจูงใจนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น และตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภาพรวมได้ โดยเฉพาะกลุ่มรีพีตเตอร์ที่มี สัดส่วนกว่า 65% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด และทำให้รายได้ในภาพรวมในปีหน้า 3.03 ล้านล้านบาท จากปี 2560 ที่คาดว่าจะมีรายได้ 2.76 ล้านล้านบาท

“ปีนี้ ททท.ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเที่ยวไทยเกิน 1.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 1.4 ล้านคน โดยยอดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นถึงกลางเดือน ก.ย.มาแล้วกว่า 1.1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 6.24% ขณะที่รายได้คาดว่าจะอยู่ที่ 67,000 ล้านบาท และจะอยู่ที่ 70,000 ล้านบาท ในปี 2561 โดยต้องการให้นักท่องเที่ยวกลับมาไม่ต่ำกว่า 1.6 ล้านคน”.