วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้าวเน่าไม่เน่าจริง วัชระปูด แอบขาย - โลละ15

ประมูลแค่โลละ 5 บาท ให้ไปทําปุ๋ย บิ๊กตู่ลั่นสร้าง 1,000 นักรบไซเบอร์ ฎีกายกพธม.ขอยืดชดใช้ 522 ล้าน

“บิ๊กป้อม” โต้ ครม.สัญจรสร้างภาพกระตุกเรตติ้ง ยันลงพื้นที่ติดตามงาน ซัดนักการเมืองชอบหาเรื่อง ย้ำปลดล็อกพรรคการเมืองเมื่อ ก.ม.ลูกเสร็จ ฟันธง 27 ก.ย.“ยิ่งลักษณ์” ไม่มาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ยืนกรานไปอังกฤษไม่ได้เจอ “ทักษิณ” พร้อมเปิดทาง สตง.สอบงบฯ ซื้อเรือเหาะ “บิ๊กตู่” ปลุกก้าวทันโลกดิจิทัล เล็งสร้างกองทัพไซเบอร์รักษาความมั่นคง งดจ้อประเด็นการเมือง ปชป.แฉพิรุธระบายข้าวรัฐ กรมการค้าต่างประเทศเอาข้าวดีขายในราคาข้าวเสีย สงสัยขายให้บริษัทนอมินีใคร เอาไปเวียนเทียนขายได้กำไรอื้อซ่า 2 เท่าตัว พบกลิ่นตุข้าวเน่าคาโกดังสงขลา อคส.ทำสัญญาผ่านคนกลางเสียเงินส่วนต่างเท่าตัว เล็งยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” สอบสวนให้รู้แจ้ง “เรืองไกร” เตรียมร้อง ป.ป.ช.เอาผิด “ครม.มาร์ค” อนุมัติงบฯซื้อเรือเหาะขัดมติ ครม.ตัวเอง ศาลฎีกายกคำร้อง “พันธมิตร” ขอยืดเวลาจ่ายค่าเสียหายปิดสนามบิน 522 ล้าน

หลังจากรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่ จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องมาล่าสุดที่ จ.สุพรรณบุรี และ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยถูกพรรคเพื่อไทยค่อนขอดว่าเป็นยุทธศาสตร์เรียกเรตติ้งรัฐบาลในช่วงขาลงหรือไม่ ทั้งยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมนั้น

“บิ๊กป้อม” โต้ ครม.สัญจรกระตุกเรตติ้ง

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีพรรคการเมืองวิพากษ์วิจารณ์ ครม.สัญจรว่าเป็นการจัดฉาก และสร้างภาพเพื่อเรียกเรตติ้งรัฐบาลจากประชาชนว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ไม่ได้เรียกเรตติ้งแต่อย่างใด การประชุม ครม.สัญจร เป็นการลงพื้นที่เพื่อติดตามงานที่ได้สั่งการไป โดยการเลือกลงพื้นที่จะพิจารณาว่าพื้นที่ใดมีความสำคัญเรื่องน้ำและพืชผลทางการเกษตร ตนคิดว่าพวกนักการเมืองชอบหาเรื่องให้รัฐบาล เราจะสร้างภาพไปทำไม เพราะไม่คิดจะลงเลือกตั้งกับพวกเขา

ก.ม.ลูกเสร็จปลดล็อกพรรคการเมือง

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ส่วนความกังวลเรื่องโรดแม็ปการเลือกตั้งปี 2561 นั้น ได้ชี้แจงไปแล้ว ต้องรอให้กระบวนการจัดทำกฎหมายลูกเสร็จสิ้น และต้องนับไปอีก 150 วัน ส่วนการปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมทางการเมืองได้นั้น เราจะปลดล็อกให้ก็ต่อเมื่อทำกฎหมายลูกเสร็จแล้ว

ฟันธง 27 ก.ย. “ปู” ไม่มาฟังคำพิพากษา

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามเส้นทางและบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลบหนีคดีโครงการรับจำนำข้าวไปต่างประเทศ ภายหลังกล้องวงจรปิดจับภาพสุดท้ายได้บริเวณด่านทหาร จ.สระแก้ว ว่า เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวว่าใคร เป็นคนพา น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนีออกนอกประเทศ และตอนนี้ยังไม่รู้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน ตอนนี้ยังไม่มีการชี้แจงอะไรเพราะหลักฐานยังไม่ชัดเจน อีกทั้งต่างประเทศยังไม่ได้ส่งข้อมูลใดๆมาให้ จึงยังไม่มีการแถลงในตอนนี้ ต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ส่วนวันที่ 27 ก.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะอ่านคำพิพากษาคดีนั้น ไม่เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์ หากศาลตัดสินออกมาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น แต่ตนประเมินว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มาฟังคำพิพากษาคดี ประกอบกับมวลชนก็น่าจะมาให้กำลังใจไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยตามกรอบปกติ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ ตนไม่กังวลใจอะไร เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ของศาลในการพิจารณาคดี ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามว่า กรณีที่เดินทางไปราชการที่ประเทศ อังกฤษ ประจวบเหมาะกับช่วงที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่อังกฤษด้วย ได้พบกับนายทักษิณหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ขอยืนยันว่าช่วงที่ตนเดินทางไปถึงประเทศอังกฤษระหว่างวันที่ 11-14 ก.ย. นายทักษิณไม่ได้อยู่อังกฤษในช่วงนั้น แต่นายทักษิณไปอังกฤษวันที่ 15 ก.ย. คงบินสวนกันทางอากาศไม่เจอกันแต่อย่างใด

เปิดทาง สตง.สอบงบฯซื้อเรือเหาะ

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงการยุติใช้เรือเหาะตรวจการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ได้มอบให้กองทัพบกเป็นผู้ชี้แจง เพราะเป็นผู้ตรวจสอบอุปกรณ์การใช้งาน เมื่อถามว่า การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่อไปคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.) จะต้องพิจารณาให้รอบคอบยิ่งขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องเรือเหาะตอนแรกก็คิดว่าดี แต่พอนำมาใช้งานจริง เรือเหาะไม่สามารถรับน้ำหนักคนได้มาก เมื่อถามว่า กองทัพบกต้องรับผิดชอบกับงบประมาณที่สูญเสียไปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า จะให้รับผิดชอบอย่างไร ยืนยันว่าเราตั้งใจทำงานเพื่อให้ทั้งประชาชนและทหารมีความปลอดภัยจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เมื่อเปรียบเทียบกับการสูญเสียของกำลังพล 1 คน ไม่สามารถประเมินค่าได้ อย่างไรก็ตาม หากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้ามาตรวจสอบการใช้งบประมาณ ก็ทำได้เลย เพราะเราไม่ได้นำงบประมาณไปใช้ในทางที่เสียหาย

นายกฯปลุกวิสัยทัศน์ก้าวทันดิจิทัล

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวเปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ดิจิทัลกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในประเทศไทย 4.0” ในงาน Digital Thailand Big Bang 2017 จัดโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยนายกฯกล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า เมื่อโลกเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญคนต้องปรับตัว แม้แต่นายกฯยังต้องปรับ ไม่อย่างนั้นจะเดินไปสู่วิสัยทัศน์ของชาติ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไม่ได้ สิ่งที่รัฐบาลภูมิใจคือการผลักดันการพัฒนาดิจิทัล ที่อดีตเราเสียโอกาสมานาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตสร้าง รายได้ให้ประชาชน ไร้การผูกขาด ไม่มีการเอื้อผลประโยชน์ ในขณะที่เรากำลังเดินหน้าปฏิรูประเทศเพื่อให้เกิดเศรษฐกิจใหม่ ไม่ใช่ให้เฉพาะผู้มีสตางค์อย่างที่มีการกล่าวอ้างทั้งสิ้น อย่างโครงการเน็ตประชารัฐจะสามารถขจัดความยากจนจากประเทศไทย

ปีหน้าสร้างนักรบไซเบอร์ 1,000 คน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้เรื่องบัตรทองเราดูแล อะไรที่ทำอยู่ก็ยังทำ แต่อนาคตต้องหาวิธีการที่เหมาะสม เพราะภาระการใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นเป็นสิบล้านล้านบาท ให้ไปคิดด้วย แต่ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลหาความร่วมมือให้ได้ ตอนนี้เหมือนเรากำลังปรับปรุงบ้านของเรา ระยะแรกอาจมีปัญหาบ้าง เพราะกำลังพลิกฟื้น ดังนั้นอย่าเพิ่งติเรือทั้งโกลน ติโขนยังไม่ทรงเครื่อง วันนี้กำลังเดินหน้า อยากเห็นไทยมีความพร้อมทุกด้าน สิ่งสำคัญในยุคนี้คือการสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องจากโลกไร้พรมแดน ขณะนี้รัฐบาลกำลังสร้างนักรบไซเบอร์ 1,000 คนในปีหน้า เพื่อเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัย แก้ปัญหาสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ ทั้งหมดเพื่อพลิกโฉมประเทศไทยให้ดีขึ้นในทุกมิติ และวันนี้บอกเลยว่าจะให้สัมภาษณ์เรื่องดิจิทัลอย่างเดียว เรื่องอื่นไม่ตอบ

จากนั้นนายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการสตาร์ตอัพ ให้ความสนใจนวัตกรรมสุดล้ำ VR Sphere เครื่องมองภาพได้เสมือนจริงในลักษณะ 3 มิติ นิยมนำมาเป็นเครื่องเล่นเกม โดยนายกฯได้ทดลองสวมแว่นเครื่องดังกล่าวเล่นเกมยิงไดโนเสาร์ โดยบอกว่า ยิงได้ 3 ตัว และชมการแสดงหุ่นยนต์ทรานส์ฟอร์เมอร์ รวมทั้งเยี่ยม 5 พาวิลเลียนยักษ์จากต่างประเทศ ที่มาร่วมออกนิทรรศการ

เมินตอบคำถามประเด็นการเมือง

ทั้งนี้ นายกฯได้กล่าวสั้นๆกับผู้สื่อข่าวที่มาดักรอประตูทางออกอาคารอิมแพคว่า อยากเชิญชวนประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน นักศึกษามาดูงานนี้ เพราะเป็นการจัดครั้งยิ่งใหญ่ มีหลายประเทศมาร่วม จะได้เกิดแนวคิดใหม่ๆ นำไปสู่อนาคต มากกว่าเอาอนาคตมาผูกไว้กับสิ่งเป็นที่อดีต เข้าใจหรือยัง วันนี้ไม่พูดเรื่องอื่น จากนั้นเดินทางขึ้นรถกลับทันที ไม่ยอมตอบคำถามอื่นๆ ที่ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนถาม โดยก่อนหน้านี้ทีมงานนายกฯได้ประสานกับผู้สื่อข่าวว่า นายกฯอาจให้สัมภาษณ์ภายหลังเปิดงานเสร็จ ขอให้สื่อส่งประเด็นคำถามให้ก่อน ซึ่งได้ส่งไป 4 คำถาม ประกอบด้วย 1.การเยือนสหรัฐอเมริกาเตรียมเจรจาเรื่องใดบ้าง 2.ในการหารือกับ ผบ.ทบ. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. มีเรื่องใดบ้าง เกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบหรือไม่ 3.มีความเห็นอย่างไรที่โพลอีสานยังหนุนพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลและเป็นนายกฯ และ 4.กรณีสื่อญี่ปุ่นนำเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงจีน-เวียดนาม ล่าช้า คุณภาพด้อย รวมถึงงบประมาณบานปลาย ทางการไทยจะทบทวนหรือไม่

ปชป.แฉพิรุธรัฐบาลระบายข้าว

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ตรวจสอบการระบายข้าวที่รัฐบาลระบุว่า ไม่ใช่เพื่อการบริโภคของคนของกรมการค้าต่างประเทศ ที่เปิดขายข้าวขาวชนิด 5 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 61,500 ตัน มูลค่า 313 ล้านบาท ที่บริษัทวีออร์แกนนิคซื้อจากกรมการค้าต่างประเทศ เฉลี่ยราคากิโลกรัมละ 5 บาท โดยอ้างว่าจะนำข้าวไปผลิตเป็นปุ๋ยเคมี แต่กลับพบพิรุธว่า บริษัทดังกล่าวมีทุนจดทะเบียนเพียงแค่ 1,000,000 บาท แต่สามารถจ่ายเงิน 6 งวด รวม 313,000,000 บาท ได้หมด จึงมีข้อสงสัยว่าเป็นนอมินีให้กับใครหรือไม่ นำเงินจากไหนมาจ่ายใน 6 งวด

เอาข้าวดีไปขายในราคาข้าวเสีย

นายวัชระกล่าวว่า นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบข้าวดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นข้าวดี แต่มีการตั้งหลักเกณฑ์ให้เป็นข้าวเสีย ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในทุจริต สันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาจมีการนำข้าวนี้ไปเวียนเทียนขายเป็นข้าวดีในตลาดให้คนกิน เพราะได้รับข้อมูลจากคนในวงการข้าวว่า มีการนำข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์ ไปขายที่ จ.ลำพูน ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท เท่ากับมีส่วนต่างกำไรถึง 10 บาทต่อกิโลกรัม ตนจะไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ให้ตรวจสอบว่ามีการทุจริตขายข้าวในรัฐบาล คสช.หรือไม่ อย่างไร

ข้าว 5 หมื่นตันเน่าคาโกดังสงขลา

นายวัชระกล่าวว่า กรณีข้าว 5 แสนกระสอบ 5 หมื่นตัน มูลค่า 750 ล้านบาท ที่ จ.สงขลา จากโครงการจำนำข้าวรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เน่าคาโกดังขององค์การคลังสินค้า (อคส.) ไม่นับรวมความเสียหายค่าเช่าโกดังเดือนละ 1 ล้านบาท ที่ต้องจ่ายมาตลอดนับแต่วันทำสัญญานั้น มีคำถามถึงกรมการค้าต่างประเทศที่ดำเนินการระบายข้าวอยู่ว่า ได้ขายข้าวให้บริษัทใดแล้วหรือยัง เพราะขณะนี้ได้สร้างความเสียหายแล้ว จากการตรวจสอบพบว่า อคส.ทำสัญญาเช่าสองสัญญากับบุคคลคนหนึ่ง ทั้งที่ไม่มีโกดังของตัวเอง แต่ไปเช่าโกดังจากบริษัท เจอาร์ดีไบรท์มอเตอร์ อินดัสตรี้ จำกัด ซึ่งเจ้าของเป็นชาวมาเลเซีย จึงมีคำถามว่า เหตุใด อคส.จึงทำสัญญาผ่านคนกลางดังกล่าว ซึ่งตามสัญญาต้องจ่ายค่าเก็บรักษาข้าวกระสอบละสองบาทต่อเดือน ข้าว 500,000 กระสอบ ต้องจ่ายเดือนละ 1,000,000 บาท โดยบุคคลดังกล่าวจ่ายค่าเช่าต่อให้กับบริษัทเจอาร์ดีฯ 500,000 บาท เท่ากับได้เงินส่วนต่างเดือนละ 500,000 บาท แต่ปัจจุบันบุคคลคนนั้นไม่ได้จ่ายให้กับบริษัทดังกล่าวแล้ว ทำให้บริษัทฟ้องขับไล่บุคคลนั้นเป็นจำเลยที่หนึ่ง อคส.เป็นจำเลยที่สอง ให้ขนย้ายข้าวเน่าออกจากโกดัง ทั้งนี้ ตนจะนำตัวอย่างข้าวสารเน่าและตัวมอดยักษ์ไปมอบให้นายกฯในวันจันทร์ที่ 25 ก.ย. เวลา 10.30 น. เพื่อเรียกร้องให้สอบสวนลงโทษการทุจริตดังกล่าว

ฝาก “เจ๊แดง” อย่าทอดทิ้งลูกน้อง

นายวัชระกล่าวด้วยว่า ได้รับทราบข้อมูลว่านางปอยระพี เตริยาภิรมย์ ภรรยานายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 42 ปี ได้โทรศัพท์ไปหานางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายครั้ง แต่นางเยาวภาไม่ยอมรับโทรศัพท์แม้แต่ครั้งเดียว ให้เลขานุการส่วนตัวรับโทรศัพท์แทน และไม่โทร.กลับ นางปอยระพีจึงขอเรียกร้องขอความเห็นใจไปยังนางเยาวภาให้รับโทรศัพท์นางปอยระพี ภรรยานายบุญทรง อดีตลูกน้องที่สนิทที่สุด อย่าทอดทิ้งลูกน้องที่ติดคุกอยู่ในขณะนี้ ขอให้ช่วยเหลือเขาด้วย

พท.จี้ตรวจสอบใช้งบช่วยเกษตรกร

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สังคมอาจไม่ทราบว่าในการประชุม ครม.สัญจร มีการอนุมัติเงินงบประมาณเกือบแสนล้านบาทเพื่อให้กระทรวงเกษตรฯไปใช้พยุงราคาข้าวเปลือกปี 60/61 ซึ่งตนดีใจแทนเกษตรกรและเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ทุกรัฐบาลก็ต้องให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร แต่สังคมกังขาเพราะการใช้งบประมาณนี้ก็ขาดทุน และกระบวนการจ่ายมีขั้นตอนอย่างไร จะมีการทุจริตหรือไม่และนายกรัฐมนตรีจะต้องมีการรับผิดชอบในการออกนโยบายอนุมัติเงินหรือไม่ในอนาคต นอกจากนี้ ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไปดูกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับพืชผลทางการเกษตร วันนี้ได้แก้ปัญหาอะไรแบบยั่งยืนหรือไม่ ได้ทำอะไรเพื่อพี่น้องเกษตรกรบ้างนอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปวันๆ

“เรืองไกร” ร้อง ป.ป.ช.ฟัน ครม. “มาร์ค”

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า จากการติดตามข่าวกองทัพบกปลดระวางเรือเหาะตรวจการณ์ ยังไม่มีการพูดถึงมูลเหตุตั้งแต่การที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อนุมัติใช้งบกลาง 350 ล้านบาท ในการจัดซื้อที่อาจขัดต่อมติ ครม.ของตัวเอง เพราะวันที่ 17 ก.พ.52 ครม.ของนายอภิสิทธิ์ ได้อนุมัติแนวทางการใช้เงินงบกลางขึ้นมาใหม่ พอสรุปได้ว่าการใช้งบกลางจะต้องเป็นกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเท่านั้น และในกรณีที่การขอใช้งบกลางมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท ครม.จะต้องอนุมัติหลักการก่อน แต่การอนุมัติงบจัดซื้อเรือเหาะวันที่ 10 มี.ค.52 กลับระบุไว้ในมติ ครม.ชัดเจนว่า ดำเนินการตามแนวปฏิบัติเดิม ด้วยเหตุดังกล่าวอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐเป็นมูลค่าถึง 350 ล้านบาท คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ควรรีบเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากประเด็นที่เห็นกันตามที่เป็นข่าว ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นใหม่ ตนจะนำไปร้องต่อ ป.ป.ช. ให้รีบดำเนินการตรวจสอบไต่สวนโดยทันทีว่า การอนุมัติงบกลางตามแนวทางที่ยกเลิกไปแล้วจะชอบหรือไม่ โดยจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองในวันที่ 22 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ

จี้ฟังเสียง ปชช.อยากเลือกตั้ง ส.ค.61

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนของศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ อีสานโพล (E-Saan Poll) ระบุว่าคนอีสานส่วนใหญ่เห็นว่าเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเลือกตั้งคือเดือน ส.ค.61 แต่มองว่าการเลือกตั้งอาจช้ากว่ากำหนดดังกล่าว สะท้อนว่าคนอีสานตื่นตัวกับการเลือกตั้ง แม้โรดแม็ปจะเคลื่อนออกไปอยู่ตลอดก็ตาม ถึงจะเป็นเสียงของประชาชนเป็นเพียงภูมิภาคเดียว แต่รัฐบาลก็ควรรับฟังและนำข้อมูลมาประเมินหาความชัดเจนเกี่ยวกับวันเลือกตั้งสักที ส่วนผลสำรวจที่ระบุว่าผู้เหมาะสมเป็นนายกฯคนต่อไปที่สุดคือผู้นำจากพรรคเพื่อไทยนั้น ในฐานะสมาชิกพรรคตนเห็นว่าที่เขายังไว้วางใจพรรคเพื่อไทย คงเป็นเพราะผลงานที่ผ่านมาจับต้องได้ ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน และการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนาให้ลืมตาอ้าปากได้ ต่างจากรัฐบาลอื่น ที่ใช้งบประมาณอะไรออกไปแล้วประชาชนไม่สามารถจับต้องได้

ร้อง อสส.ทำคดีกรุงไทยให้เสมอภาค

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวันชัย บุนนาค ทนายความเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ขอให้พิจารณาคดีฟอกเงินธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ตามอำนาจหน้าที่อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ มีนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกอัยการ เป็นผู้รับหนังสือแทนอัยการสูงสุด นายวันชัยกล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 41 บัญญัติให้ประชาชนมีสิทธิเสนอเรื่องราวร้องทุกข์ต่อหน่วยงานของรัฐได้ ตนในฐานะประชาชนคนหนึ่งจึงใช้สิทธิมายื่นข้อร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด เพราะในอดีตมีหลายกรณีที่ไม่เสมอภาค การดำเนินคดีฟอกเงินมีข่าวว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่กี่ราย ทั้งที่ตนเห็นว่าผู้ที่เกี่ยวกับการอนุมัติสินเชื่อน่าจะมีจำนวนมากและคดียังไม่ขาดอายุความ เกรงว่าการดำเนินจะไม่ครบถ้วน จึงมายื่นหนังสือถึงอัยการ

“วัฒนา” ข้องใจ “โอ๊ค” โดนคนเดียว

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “นามสกุลผิด ชีวิตเปลี่ยน” เรื่องเงินกู้กรุงไทยที่ล่าสุดนายวีระ สมความคิด ระบุว่า ระหว่างปี 35-55 บริษัทกฤษดา มหานคร จำกัด (มหาชน) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้เมื่อพิจารณาฐานะของผู้ชำระเงินคือนายวิชัย กฤษดาธานนท์ ที่เป็นนักธุรกิจเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมาย ก่อหนี้ได้นับหมื่นล้านบาท ขนาดนายมีชัย ยังเชื่อถือมาเป็นประธานกรรมการบริษัทให้ อีกทั้งในปี 2547 ยังไม่มีการกล่าวหานายวิชัย ดังนั้น ผู้ที่ได้รับเงินจากนายวิชัยย่อมเชื่อว่าเป็นเงินสุจริตและคงไม่มีใครไปสอบถามที่มาของเงิน รวมถึงที่บริจาคให้กับมูลนิธิ และจ่ายให้กับนายทหารยศนายพล นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯก็เช่นกัน ไม่มีทางทราบว่าเช็คที่ได้มานั้นมาจากการกระทำความผิด ที่แปลกคือเป็นคนเดียวที่คืนเงินแต่ถูกดำเนินคดี ส่วนพวกที่ไม่คืนเงินไม่มีใครถูกดำเนินคดี คงผิดที่นามสกุล นอกจากนี้ หนังสือร้องทุกข์ของ ปปง.ที่ขอให้ดีเอสไอให้ดำเนินคดีนายพานทองแท้กับพวกรวม 4 คน สะท้อนว่ายังไม่ทราบว่า ผู้ที่ตัวเองกล่าวหาทำความผิดหรือไม่ จึงขอให้ดีเอสไอ ไปรวบรวมหลักฐานหาเอาเอง ทำแบบนี้ระวังติดคุกทั้งคนกล่าวหาและคนรับร้องทุกข์

ยกคำร้อง พธม.ขอยืดจ่ายปิดสนามบิน

เมื่อเวลา 13.30 น. ศาลนัดอ่านคำสั่งศาลฎีกา ที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล และพวกรวม 13 คน แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกา ในคดีที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ พล.ต.จำลอง กับพวก 13 คน ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นเงิน 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ย กรณีร่วมกันปิดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551 ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่าศาลชั้นและศาลอุทธรณ์พิจารณายกคำร้องของจำเลยมานั้นชอบแล้ว จึงให้ยกคำร้องในชั้นฎีกา สำหรับคดีนี้เรื่องเดิมมีอยู่ว่า ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้ 13 แกนนำ พธม.ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายกว่า 522 ล้านบาท ช่วงที่จะยื่นฎีกาปรากฏว่าทนายความของแกนนำพันธมิตรฯดำเนินการไม่ทันเวลาหนึ่งเดือน ตามกฎหมาย ป.วิแพ่ง โดยเมื่อทนายความพยายามยื่นคำร้องขอขยายเวลาอ้างเหตุสุดวิสัยการปิดหมายแจ้งคดีต่อศาลแพ่ง ที่เป็นศาลชั้นต้นปรากฏว่าศาลยกคำร้อง ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็มีคำสั่งยืน ดังนั้น เมื่อศาลฎีกายกคำร้องขอขยายเวลาฎีกาของจำเลยแล้วผลแห่งคดีถึงที่สุดแล้ว

“ราเมศ” หาช่องเอาผิด “ณัฐวุฒิ”

นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ว่า การกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับตำแหน่งในค่ายทหาร เป็นเรื่องเท็จ เพราะมีการเลือกนายกฯในรัฐสภา ที่พรรคเพื่อไทยได้ส่ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ลงแข่ง แต่แพ้ การกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์สั่งใช้กระสุนจริงฆ่าประชาชน ก็เป็นความเท็จ มีการบิดเบือนว่าศาลฎีกาพิพากษาว่านายอภิสิทธิ์สั่งให้ฆ่าประชาชน โดยมีคำพิพากษาของศาลว่ามีหลายเหตุการณ์ที่ตายเพราะเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ในคำพิพากษาศาลฎีกาไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องข้อเท็จจริง แต่วินิจฉัยเพียงปัญหาข้อกฎหมายว่าเป็นอำนาจการพิจารณาของ ป.ป.ช.เท่านั้น โดย ป.ป.ช.มีมติว่า นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่มีความผิด จึงมีความพยายามบิดเบือนคำพิพากษาศาลฎีกาฯ ตนจะดูช่องทางในการดำเนินคดีกับนายณัฐวุฒิที่โกหกบิดเบือนคำพิพากษาศาลต่อไป

“มีชัย” เร่งเครื่องถก ก.ม.ลูกวันหยุด

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึง กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการทำกฎหมายลูกทั้งหมดอาจไม่ทันกรอบเวลา 240 วัน ว่า กรธ.ได้นัด ประชุมในวันหยุดคือวันที่ 23-24 ก.ย. เป็นพิเศษ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ที่รัฐสภา เนื่องจากต้องใช้เวลาให้เต็มที่พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ให้ทันเวลา หากยังไม่เพียงพออีก อาจเป็นไปได้ที่ กรธ.จะต้องประชุมถึงช่วงเวลาดึก ส่วนที่ ป.ป.ช.กังวลว่าคณะกรรมการที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน 7 คน อาจจะไม่ผ่านคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเหตุให้พ้นตำแหน่งทั้งหมดนั้น ทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แต่จะรีเซ็ต จริงหรือไม่ ยังไม่ได้สรุปออกมาชัดเจน ส่วนที่คณะกรรมการปฏิรูปด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) จะรวมงานสืบสวนสอบสวนเข้าด้วยกันนั้น ยังไม่เข้าใจ เหตุผลของคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะรวมงานสอบสวนกลับไปต้องดูเหตุผลอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร

ปรับกำลัง คสช.แทนเกษียณอายุ

ผู้สื่อข่าวรายงานเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ คสช.ที่ 2/2560 เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. โดยให้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหาร สูงสุด ออกจากตำแหน่งสมาชิก คสช. เนื่องจากเกษียณ อายุราชการ แล้วให้ พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ เสนาธิการทหาร พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้ช่วย ผบ.ทร. เป็นสมาชิก คสช.แทน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2560

“บิ๊กช้าง-บิ๊กปุย” เยี่ยมอำลาทัพเรือ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ท่าเทียบเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ ผบ.ทหารสูงสุด เดินทางมาเยี่ยมอำลากองทัพเรือ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ พร้อมด้วย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ร่วมคณะ มี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ที่เกษียณอายุราชการเช่นกัน และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพเรือให้การต้อนรับ โดยขึ้นเรือหลวงปัตตานีเพื่อขึ้นแท่นรับการเคารพ จากนั้นเรือหลวงปิ่นเกล้าได้ยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติจำนวน 19 นัด พร้อมลงเรือ ต.112 เพื่อตรวจพลสวนสนาม พล.อ.ชัยชาญกล่าวอำลาชีวิตราชการตอนหนึ่งว่า ตลอดชีวิตรับราชการของตนหวังให้เพื่อนทหารทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ร่วมมือร่วมใจรักษาเกียรติยศของทหารโดยเฉพาะกองทัพเรือไว้ให้อยู่คู่กับชาติไทย ร่วมมือกับกองทัพปฏิบัติภารกิจหน้าที่ ประสานสอดคล้องกันเพื่อความสามัคคีให้มีความเข้มแข็งที่ดีขึ้น

ขณะที่ พล.อ.สุรพงษ์กล่าวว่า ในวาระที่จะอำลาชีวิตราชการทหารไปในระยะเวลาอันใกล้นี้ รู้สึกเสียดายที่จะไม่มีโอกาสปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเพื่อนทหารเรือเหมือนดังเช่นก่อน แต่ได้ตั้งปณิธานที่จะให้ความร่วมมือ สนับสนุน และเป็นกำลังใจในการพัฒนากองทัพเรือ และกองทัพไทยในทุกด้านอย่างเต็มกำลังความสามารถในทุกโอกาสที่เอื้ออำนวย

“บิ๊กป๊อก” ยันสอบเข้มรุกที่สาธารณะ

ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบพื้นที่ป่าสาธารณะห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ว่า เรื่องการทำประชาคมได้ให้ฝ่ายปกครอง สอบสวนข้อเท็จจริงที่มีประชาชนมาร้องเรียนแล้ว ถ้ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบและทำให้การพิจารณาไม่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ จะตั้งกรรมการดำเนินการวินัยและอาญา ส่วนการตรวจสอบการใช้ทางสาธารณะ คนที่ดูแลเรื่องนี้คือนายอำเภอกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ถ้ามีการรุกล้ำ ทั้ง 2 หน่วยงานต้องดำเนินการ กระทรวงได้มอบหมายให้กรมที่ดินประสานกับอำเภอและท้องถิ่นเพื่อขอตรวจสอบเส้นทางสาธารณะ อยู่ระหว่างการแจ้งเจ้าของ พื้นที่ให้นำโฉนดมายืนยัน จะได้รู้ว่าที่ไหนเป็นของชาวบ้าน ที่ใดเป็นของหลวง