วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ค้นบ้าน 'พนม ศรศิลป์' ปปป.ลุยยึดทรัพย์อดีตผอ.พศ. พัวพันเงินทอนวัด 'ลอต2'

“ป.ป.ป.” ลุยตรวจค้น 14 จุด 7 จังหวัดทั่วประเทศ ลุยหาหลักฐานคลี่คลายคดีเงินทอนวัดลอต 2 ผู้การฯ ป.ป.ป.ลุยขอค้นบ้าน “พนม ศรศิลป์” อดีต ผอ.พศ.ด้วยตัวเอง พบอยู่บ้านพอดี เปิดเซฟพบทองคำแท่ง 80 บาท โฉนดที่ดิน และเอกสารอื่น อายัดไว้เป็นหลักฐาน แจ้งความผิดตามมาตรา 147 และ 157 ดำเนินคดี แฉลอตนี้มีผู้เกี่ยวข้องรวม 19 คน เป็นข้าราชการ 13 คน พระ 4 รูป และประชาชน 2 คน หลังเข้าตรวจค้นแจ้งข้อหาไปแล้ว 3 คน ที่เหลือออกหมายเรียกมาแจ้งข้อหา “ออมสิน” ลั่น บี้เงินทอนวัดต่อเนื่อง เผย “สตง.” ส่งข้อมูลให้มี 30 วัดอยู่ในข่าย ความเสียหายร่วม 300 ล้านบาท

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) ลุยตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัด ลอตแรกพบการทุจริตงบอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 12 วัดตั้งแต่ปี 55-59 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 คน ลอตที่สองพบการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภทคือ 1.อุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2.อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม แผนกบาลี จำนวน 23 วัดตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 คนมีชื่อนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รวมอยู่ด้วยตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 06.00 น.วันที่ 21 ก.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ป.ป.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.จักร เพ็งสาธร รอง ผบก.ป.ป.ป. พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ป.ป.ป. และ พ.ต.อ.พฤทธิพงศ์ นุชนารถ ผกก.กก. 1 บก.ป.ป.ป. นำกำลังเจ้าหน้าที่บก.ป.ป.ป.แยกย้ายตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 14 จุดใน 7 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.ขอนแก่น จ.ระนอง จ.สิงห์บุรี จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร จุดสำคัญคือ บ้านเลขที่ 199/8 หมู่ 9 หมู่บ้านบางกอก บูเลอวาร์ด ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม ของนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.ใน อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกระบวนการทุจริตเงินทอนวัดลอตที่สอง

เมื่อ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ป.ป.ป.พร้อมกำลังเดินทางไปถึงพบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น หลังกดกริ่งนายพนม ออกมารับหมายนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านด้วยตัวเอง พบบัญชีรายชื่อวัดที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนทั่วประเทศ ทองคำแท่ง โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีเงินฝากและเอกสารบางส่วน เจ้าหน้าที่อายัดไว้ตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องกับงบประมาณ การนำเงินไปเป็นเงินอุดหนุนวัดต่างๆเข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตน

จุดต่อมาตรวจค้นบ้านเลขที่ 36/5 หมู่ 1 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม บ้านของนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี อายุ 47 ปี ตำแหน่งนักวิชาการศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครปฐม เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นเนื้อที่กว่า 100 ตารางวา พบนายพัฒนาอาศัยอยู่คนเดียว ผลตรวจค้นพบเงินสด 1 แสนบาท เอกสารเกี่ยวกับงบประมาณอุดหนุนวัด สมุดบัญชีธนาคาร และเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงอายัดไว้ตรวจสอบและเชิญตัวนายพัฒนาไปสอบปากคำที่ บก.ป.ป.ป. เพราะนายพัฒนาต้องการพบทนายก่อน และจะแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้ง

ที่ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ป.ป.ป. พร้อมกำลังกว่า 10 นาย นำหมายศาล จังหวัดนนทบุรีที่ ค.907/2560 เข้าค้นบ้านเลขที่ 209/648 หมู่บ้านบุศรินทร์ หมู่ 3 ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นบ้านของนางปราณี แจ่มเจริญ มารดาของนางพัธรนัน แจ่มเจริญ ภรรยาของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแต่ไม่พบเจ้าของบ้าน มีเพียงนางสุภาภรณ์ หล่อประเสริฐ คนดูแลบ้านพาเจ้าหน้าที่ตรวจค้น บริเวณชั้น 2 พบตู้เซฟขนาดกว้าง 40 ซม.สูง 150 ซม. เจ้าหน้าที่ให้ช่างผู้ชำนาญมาเปิดดูพบเงินสด 170,000 บาท กับพลอยเจียระไนแล้วจำนวน 10 เม็ด จึงอายัดไว้ตรวจสอบ

ที่ จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ ผกก.3 บก.ป.ป.ป. พร้อมทหารมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 555/1 หมู่บ้านสีวลี ถนนมะลิวัลย์ ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่น ของนางมาดา ชัยเนตร หรือกระดือหน อายุ 36 ปี ภรรยาของนายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแพร่พระพุทธศาสนา พศ. ผลตรวจค้นพบสมุดบัญชีเงินฝากหลายเล่มมีเงินฝากในบัญชีจำนวนมาก และตรวจสอบทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว นางมาดาใช้เงินสด 6 ล้านบาทซื้อเมื่อปี 2558 พร้อมกับรถเก๋งมูลค่า 8 แสนบาทเศษอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบต่อไป

พ.ต.อ.วสันต์เผยว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ป. พบความเคลื่อนไหวเรื่องการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่ง และมีการซื้อทองสะสมไว้ มีพฤติการณ์เชื่อว่าร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นวันนี้ และยังทราบอีกว่า นางมาดามีร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถนนเหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น นางมาดา บอกว่า เงินที่นำมาซื้อบ้านเป็นเงินจากมรดกที่บิดาให้มาแต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ

หลังปฏิบัติการเวลา 14.30 น. พล.ต.ต.กมล เปิดเผยว่า วันนี้ภารกิจตรวจค้นเป้าหมาย 14 จุด เน้นที่บ้านนายพนม เจอเจ้าตัวอยู่บ้าน หลังจากนั้นนำเจ้าหน้าที่ตรวจค้นบ้าน พร้อมเปิดตู้เซฟพบทองคำแท่งหนัก 1 บาท 80 แท่ง โฉนดที่ดินและเอกสารอื่นๆจึงอายัดไว้ตรวจสอบ แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย และมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ที่บ้านพักนายพนมไปแล้ว

“นายพนมมีพฤติกรรมทุจริตโดยทำงบ ประมาณลงไปที่วัด เช่น งบประมาณอุดหนุนปฏิสังขรณ์วัดหรือพัฒนาวัด เมื่อเอางบลงไปที่วัด มีการทุจริตเอางบกลับคืนมา ส่วนงบปริยัติธรรมเอางบลงไปโดยที่วัดนั้นไม่มีโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม เป็นการทุจริตตั้งแต่เริ่มต้น ดำเนินคดีทั้งหมด 23 คดี รวมงบประมาณ 180 ล้านบาท มีการทุจริตเอาไปประมาณ 141 ล้านบาท เงินถึงวัดจริงๆประมาณ 40 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 คน ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการใน พศ.จำนวน 13 คน พระ 4 รูป และประชาชน 2 คน” พล.ต.ต.กมลกล่าว

ผบก.ป.ป.ป.เผยต่อว่า ส่วนนายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี และนายณรงค์เดช ชัยเนตร ที่มารับทราบข้อกล่าวหาที่ บก.ป.ป.ป. เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 147 และ 157 ด้วย ทั้งคู่ยังไม่ยอมให้การใดๆ แต่จะหาหลักฐานมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อสู้คดี วันนี้เท่ากับเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาไปแล้ว 3 คน จาก 19 คน แล้วปล่อยตัวไปก่อน ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 16 คน จะทยอยเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเรื่อยๆ หากไม่มาบก.ป.ป.ป.จะรวบรวมเรื่องส่งไปให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป พล.ต.ต.กมลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ต้องหา 19 คน เป็นข้าราชการ 13 คน พระ 4 รูป และประชาชนไม่ใช่ข้าราชการ 2 คน ประกอบด้วย 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. 2.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี 3.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ. 4.นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลำปาง 5.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ. 6.นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. 7.นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ. 8.นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผู้ตรวจราชการ พศ. 9.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสงคราม 10.นายไพฑูรย์ กรรณโม ยังไม่ทราบตำแหน่ง

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน เคยตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัดลอตแรกไปแล้ว และมีชื่อในลอตที่สองด้วย คือ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนะ อดีต ผอ.พศ.ปัจจุบันหนีไปต่างประเทศ นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ. นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาส นักวิชาการ พศ. และนายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี ไม่ได้เป็นข้าราชการ นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่เป็นพระภิกษุเจ้าหน้าที่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า กระบวนการทำงานของตำรวจ ป.ป.ป.ตามขั้นตอนปกติ ยังไม่ได้รายงานมาให้ตน ยืนยันว่าทุกอย่างยังเดินหน้าต่อแม้ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ผอ.พศ.แล้ว แต่ทุกเรื่องหยุดไม่ได้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องต้องทำหน้าที่ต่อไป เมื่อถามว่า ป.ป.ป.เข้าไปตรวจค้นบ้านผู้ที่เกี่ยวข้องแสดงว่ามีการเชื่อมโยงการทุจริตเงินทอนวัดหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า ไม่ทราบต้องถาม ป.ป.ป. เข้าใจว่าเป็นกระบวนการทำงานของ ป.ป.ป. ที่ไปขอหมายศาลเข้าไปตรวจค้น

เมื่อถามว่า ขณะนี้ตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มเติมหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า วันที่ 13 ก.ย. สตง.มีหนังสือถึงตนระบุว่า ตรวจพบการทุจริตเงินทอนประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดขนาดเล็กทั่วประเทศ เท่าที่จำได้ผู้เกี่ยวข้องมีฆราวาส 13 คน และพระครูในต่างจังหวัด 2 รูป ตนแจ้งให้ ผอ.พศ.ดำเนินการแล้ว ส่วนข้าราชการ พศ.มีนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. นางสาวประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. และข้าราชการระดับผู้อำนวยการสำนัก 3-4 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถ้าทำงานต่อไม่ได้ต้องพักงาน ที่เหลือเป็นระดับเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างมีระเบียบขั้นตอนอยู่แล้ว การดำเนินการตัวบุคคลเป็นหน้าที่ตำรวจ เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลที่เขาต้องการ วันนี้เราดำเนินการส่วนตัวบุคคลของเรา ถ้าเชื่อมโยงไปถึงพระต้องดำเนินการต่อ เพราะถ้าไปสืบที่พระก่อนแล้วมาดำเนินการกับคนใน พศ.จะดำเนินการลำบาก จากข้อมูลเป็นเรื่องที่คนของเราไปเสนอพระ

“ตามหนังสือ 30 เรื่องที่ สตง.ส่งมา มีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่ คิดเป็นเงินประมาณ 300 ล้าน แต่เรื่องที่เกิดกินระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่สมัยนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.เรื่อยมาถึงนายพนม พฤติกรรมเหมือนไปบอกพระว่า จะให้เงินปฏิสังขรณ์วัดแล้วขอเป็นเงินทอน ให้ไป 2 ล้านขอคืนล้านสาม วัดต่างจังหวัดที่มีพระรูปเดียวท่านคงไม่รู้ระเบียบราชการ เมื่อเป็นข้าราชการสำนักพุทธฯพระก็เชื่อ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ปกป้องพระ แต่อ่านตามนั้น ส่วนเรื่องเงินทอนวัดมีมาตั้งแต่สมัยไหนนั้นผมไม่รู้ ที่ตรวจสอบได้ครั้งนี้เขาดูจากการโอนเงินคืนเข้าบัญชีเพราะอาจชะล่าใจ รวมถึงไปขอคืนเป็นเงินสด แต่มีพยานบุคคลเห็น” นายออมสินกล่าว