วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โผล่อีก 3 แจ้งจับป๋าเกิด ลวงปล้ำ

เหยื่อรายใหม่โคโยตี้สาว 3 คน แห่แจ้งความดำเนินคดี “ป๋าเกิด” พร้อมพวกอีก ซัดแหลกสมัครงานวันแรกอ้างแคสติ้งให้แก้ผ้าก็โดนข่มขืนแล้ว เรียกไปหลับนอนแบบ 2 ต่อ 1 ก็เคย แถมหักหัวคิวละเอียดยิบ ทั้งค่าเต้นรายวันและค่าดริงก์ ขณะที่ตำรวจส่งป๋าตัวแสบพร้อมลูกทีมรวม 3 คนฝากขังศาลแล้วพร้อมค้านประกันตัว ศาลปรานีให้ประกัน “ป๋าเกิด” กับเมียหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาท ส่วน “นินิว” ลูกสมุนยังไม่มีใครยื่นประกันตัวส่งเข้าเรือนจำ

กรณีปรากฏคลิปเผยแพร่ภาพการทำโทษหญิงสาวหลายคน ด้วยการขู่บังคับให้นั่งเก้าอี้แล้วให้เพื่อนตบหน้าอย่างแรง เหมือนลงโทษให้ทั้งเจ็บและอายเผยแพร่ตามอินเตอร์เน็ต จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้าย ต่อมา พ.ต.อ.เอกรัตน์ เปาอินทร์ ผกก.สน.บางขุนนนท์ พร้อมกำลัง ตรวจสอบพบว่าเหตุเกิดที่บ้านเช่าเลขที่ 455/547 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กทม. ท้องที่รับผิดชอบของตัวเอง จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบเป็นที่ตั้งของนินิวส์โมเดลลิ่ง พบนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม อายุ 34 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ที่ปรากฏอยู่ในภาพตบหน้าหญิงสาวคนหนึ่ง จึงนำตัวมาเปรียบเทียบปรับ ต่อมาเรื่องบานปลายเมื่อโคโยตี้วัย 17 ปี ในสังกัด 4 คนเข้าแจ้ง บก.ปคม. ว่าถูกนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ อายุ 45 ปี เจ้าของตัวจริงนินิวส์โมเดลลิ่ง น.ส.มลฤดี อินอ่อน อายุ 27 ปี ภรรยา และนางพรรณวรทบังคับให้ขายตัว ถูกจับตัวมาดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าจากศาลอาญา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.ย. พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ พนักงานสอบสวน กก.1 ปคม. คุมตัวนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ อายุ 45 ปี น.ส.มลฤดี อินอ่อน อายุ 27 ปี และนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาคดีสมคบกันกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขัง คำร้องฝากขังบรรยายว่าเมื่อประมาณเดือน พ.ย.59 น.ส.ก้อย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง เพื่อนของผู้เสียหาย มาชักชวนไปทำงานเป็นนักเต้น (โคโยตี้) ดูรายละเอียดจากเฟซบุ๊กชื่อ “งานกลางคืน งานเต้น” ผู้เสียหายกับเพื่อนตกลงใจทำงาน เข้าไปที่บ้านของนายเกิดใหม่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แยก 20 ไปถึง น.ส.แพท ภรรยาน้อยของป๋าเกิด ตรวจดูบัตรประชาชน เห็นว่าอายุไม่ถึง 18 ปี จึงยึดบัตรประชาชนไว้แล้วนำบัตรประชาชนคนอื่นมาให้ไว้แสดงกับสถานบันเทิงเวลาไปทำงาน จากนั้นป๋าเกิดให้ผู้เสียหายเข้าไปในห้องนอน ถอดเสื้อผ้าออก จับหน้าอกและก้น ต่อมาพาผู้เสียหายไปที่บ้านพักโคโยตี้ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 แยก 23 ให้ผู้เสียหายไปทำงานเต้นโคโยตี้ตามร้านสถานบันเทิงต่างๆ แถวสีลมและสุขุมวิท

ป๋าเกิดจะหักค่าหัวจากเด็กโคโยตี้คนละ 200 บาทต่อ 1 วัน หากเด็กได้ดื่มเกิน 2 ดื่ม ป๋าเกิดจะได้เปอร์เซ็นต์ดื่มละ 10 บาท มีสาวทอมบอยเป็นคนคอยคุมเด็กที่ร้าน เมื่อทำงานเสร็จทอมบอยจะเป็นคนคิดเงินและจ่ายเงินค่าจ้างให้เด็ก ส่วนค่าหัวเด็กและเปอร์เซ็นต์จากค่าดื่มจะโอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาเดอะมอลล์ ท่าพระ ผู้เสียหายกับพวก ทำงานเรื่อยมาจนเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ผู้เสียหายหยุดงาน น.ส.พรรณวรท หรือนินิว ส่งข้อความทางไลน์ไปดุด่า วันรุ่งขึ้นกลับเข้าบ้านถูก น.ส.พรรณวรท ตบที่ใบหน้า อ้างว่ามีคนสั่งให้ทำ รวมทั้งให้เด็กในบ้านโคโยตี้ถ่ายคลิปวีดิโอขณะทำร้ายร่างกาย จากนั้นส่งคลิปลงในไลน์กลุ่มบ้านโคโยตี้ ผู้เสียหายจึงส่งคลิปไปให้พี่สาวตัวเองดู ทางบ้านตัดสินใจนำคลิปวีดิโอไปโพสต์ลงในโซเชียลทำให้ปรากฏเป็นข่าวโด่งดัง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ผู้เสียหายเป็นโคโยตี้อีกคนเข้าพบพนักงานสอบสวนแจ้งว่า ถูกป๋าเกิดข่มขืนกระทำชำเรา 3 ครั้ง ระหว่างเดือน เม.ย.59 ถึงเดือน เม.ย.60 ครั้งสุดท้ายถูกข่มขืนพร้อมเพื่อนอีกคนที่แจ้งความแล้วเช่นกัน ต่อมาวันที่ 20 ก.ย. เวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมรับแจ้งจากสายลับว่า ป๋าเกิดและ น.ส.มลฤดี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เดินทางมาที่บก.ปคม. จึงแสดงตัวจับกุม ส่วน น.ส.พรรณวรท หรือนินิว จับได้ที่ตลาดบางขุนศรี แจ้งข้อกล่าวหาป๋าเกิด ความผิดฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ส่วน น.ส.พรรณวรท และ น.ส.มลฤดี ถูกแจ้งข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปโดยการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น แต่ต้องรอสอบสวนพยานบุคคลอีก 8 ปาก รอสอบสวนขยายผลการจับกุม รอผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาและลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหา ขออนุญาตศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ย.-2 ต.ค.2560 และขอคัดค้านการประกันตัว เพราะเป็นคดีสำคัญมีอัตราโทษสูง เป็นที่สนใจของประชาชน และผู้ต้องหามีพฤติการณ์ ข่มขู่ คุกคามผู้เสียหาย รวมถึงพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขัง ต่อมาป๋าเกิดและ น.ส.มลฤดียื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 300,000 บาทขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวทั้ง 2 คน กำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ส่วน น.ส.พรรณวรท หรือนินิว ไม่ได้ยื่นหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป

ที่ บก.ปคม. เวลา 11.00 น.วันเดียวกัน สาวโคโยตี้ผู้เสียหายรายใหม่ 3 คน ประกอบด้วย น.ส.มายด์ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี น.ส.เก๋ (นามสมมติ) อายุ 17 ปีเศษ และ น.ส.ป๊อบ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี เข้าให้ปากคำเจ้าหน้าที่ พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. สั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. สอบปากคำ โดยมีพนักงานตรวจแรงงาน กรมสวัสดิภาพและคุ้มครองแรงงาน สังกัดกระทรวงแรงงานร่วมด้วย น.ส.มายด์เผยว่า เพื่อนที่ทำงานอยู่กับป๋าเกิดชวนให้มาสมัครทำงานตำแหน่งพีอาร์เมื่อเดือน เม.ย. ป๋าเกิดจะให้สาวทอมคนหนึ่งคอยดูแลอำนวยความสะดวกที่บาร์ญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในซอยสุขุมวิท 33 เข้างานตั้งแต่ 19.00 น. ถึง 02.00 น.ทำงานทุกวัน ค่าแรงวันละ 800 บาท จ่ายเงินหลังเสร็จงาน ตนได้รับเงินจริงแค่ 600 บาท วันไหนขาดงานไม่มีเหตุผลจะถูกหักเงินเพิ่ม ลูกค้าชาวญี่ปุ่นเป็นกลุ่ม 3-6 คน มักมีพฤติกรรมซาดิสต์ บางรายจะออฟแต่ตนปฏิเสธ

“ส่วนเรื่องป๋าเกิดขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยเป็นเรื่องจริง เกิดขึ้นในวันแรกที่ไปสมัครงาน นายเกิดใหม่ให้ตนถอดเสื้อผ้า เรียกว่าแคสติ้ง ก่อนบอกให้ตนไปอาบน้ำ และเข้ามามีเพศสัมพันธ์กับตนในห้องน้ำทันที หลังจากนั้นจะขอมีเพศสัมพันธ์ด้วยเดือนละครั้ง ส่วนเรื่องบัตรประชาชน เพราะตนอายุไม่ถึง 18 ปี ป๋าเกิดจะเอาบัตรคนอื่นที่หน้าตาใกล้เคียงกันมาให้ บอกให้ท่องรายละเอียดให้ขึ้นใจเผื่อใครถาม เพื่อไปทำงานในบาร์ญี่ปุ่น” น.ส.มายด์กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.มานะ กล่าวหลังจากสอบปากคำผู้เสียหายชุดใหม่ว่า เด็กจะได้ค่าจ้างเต้นตามสถานบันเทิงต่างๆ คืนละ 700-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับหน้าตา ป๋าเกิดจะหักหัวคิว 150 บาทต่อคน ประมาณว่าเด็ก 10 คน จะได้เงิน 1,500 บาท แต่ละวันส่งเด็กจำนวนมากน้อยไม่เท่ากัน นอกจากนี้ ยังมีค่าดริงก์ลูกค้าอีก 60 บาท แบ่งกันระหว่างเด็กกับป๋าเกิด ส่วนการสวมปลอมบัตรประชาชนให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีไปทำงาน จากการสอบสวนพบว่า นางพรรณวรท ควบคุม หรือเจ๊นินิว จะเก็บบัตรประชาชนตัวจริงเด็กไว้ ให้เด็กใช้บัตรประชาชนบุคคลอื่นที่อายุเกิน 18 ปี และมีหน้าตาใกล้เคียงกัน หลังจากนี้จะนำข้อมูลการสอบปากคำเด็กชุดใหม่ไปรวมในสำนวนส่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดตามกฎหมาย