วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เด็กชายวัย 11 สู้ชีวิต ปั่นจักรยานเก็บของเก่าขาย หาเงินดูแลพ่อป่วย

น้องเต๋า วัย 11ปี ชาวโคราชชีวิตพลิกผันจากเด็กติดเกม พ่อผู้เป็นเสาหลักล้มป่วย ก็หันมาปั่นจักรยานตะเวนเก็บของเก่าขาย เพื่อหาเงินช่วยเหลือ มีรายได้สัปดาห์ละ 200 บาท ทางครู และ ร.ร.เปิดบัญชีรับบริจาคขอคนใจบุญช่วยเหลือ

จากกรณีที่มีการแชร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ขอความช่วยเหลือให้กับเด็กชาย อายุ 11 ขวบ ซึ่งเคยติดเกมอย่างหนัก ผันตัวหันมาปั่นจักรยานตะเวนเก็บของเก่าขาย เพื่อหาเงินช่วยเหลือพ่อซึ่งป่วยนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 21 ก.ย.2560 ผู้สื่อข่าวได้ไปตรวจสอบหลังทราบว่าเจ้าหน้าที่ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเทศบาลเมืองปากช่อง นำโดย นายคมกฤษณ์ ลิ้มปัญญาเลิศ นายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายดิเรกฤทธิ์ พงษ์ศิริ รองนายกเทศมนตรีเมืองปากช่อง นายวิชาญ เงางาม ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านหนองสาหร่าย) พร้อมด้วยคณะครู และคณะทำงานจากกรมพัฒนาเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่เพื่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจาก เด็กชายชัยชนะ พ่วงสาม นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหนองสาหร่าย 

ด.ช.ชัยชนะ กล่าวว่า ในแต่ละวันจะได้เงินมาใช้จ่ายที่โรงเรียนวันละ 30 บาท และจะใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน นำรถจักรยานออกไปตะเวนเก็บของเก่าตามถังขยะเป็นประจำทุกวัน โดยจะนำไปรวบรวมไว้ที่บ้าน จากนั้นเมื่อถึงวันเสาร์ จะนำของเก่าที่รวบรวมได้ไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งอยู่ติดกับที่บ้าน โดยจะขายได้ประมาณสัปดาห์ละ 200 บาท สำหรับเงินที่ได้จะนำไปให้พ่อเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน

สำหรับ ด.ช.ชัยชนะ เป็นเด็กที่มีผลการศึกษาอยู่ในระดับปานกลาง ขยันเรียน นอกจากนี้ยังได้รับความเอ็นดูจากคณะครูในโรงเรียนเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ซึ่งจะได้รับการพิจารณาให้เข้ารับทุนการศึกษาจากผู้ใจบุญ ที่มีความประสงค์จะมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้จัดสวัสดิการต่างๆ ที่นักเรียนควรได้รับอย่างต่อเนื่อง ตามระเบียบการของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงการสมทบทุนจากคณะครูเพื่อช่วยเหลือในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทางการศึกษาของนักเรียนที่ขาดแคลนเป็นประจำ


จากนั้น ไปตรวจสอบบ้านของ ด.ช.ชัยชนะ ซึ่งห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กม. เพื่อดูความเป็นอยู่และสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบ พบว่าที่พักอาศัยเป็นเพิงพักที่สร้างด้วยเศษไม้และเศษวัสดุต่างๆ ที่เก็บมาได้ ตั้งอยู่บนพื้นที่ในความดูแลขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จังหวัดนครราชสีมา

โดยนายศิริพร พ่วงสาม พ่อของ ด.ช.ชัยชนะ ระบุว่า ตนและครอบครัวได้มาอาศัยในที่ดินดังกล่าวเป็นระยะเวลานานแล้ว ตั้งแต่ภรรยาซึ่งเป็นแม่ของน้องเต๋า ยังมีชีวิต โดยอาศัยไฟฟ้าจากเพื่อนบ้านและช่วยจ่ายค่าไฟฟ้าในอัตราเดือนละ 500 บาท ส่วนน้ำที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภคนั้น ก็ต้องอาศัยต่อจากเพื่อนบ้านเช่นกัน โดยเสียค่าใช้จ่ายครั้งละ 60 บาท ซึ่งในแต่ละเดือน จะต้องพ่วงน้ำจากเพื่อนบ้าน 3-4 ครั้ง 

ด้าน นางสาวศุภรักษ์ ศรีสมบัติ คุณครู โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหนองสาหร่าย ผู้นำเรื่องราวของน้องเต๋า มาโพสต์เพื่อขอความช่วยเหลือนั้น ระบุว่าตนเองเป็นผู้สอนวิชาศิลปะในโรงเรียน ซึ่งในส่วนของการเรียนของเด็กชายชัยชนะ หรือน้องเต๋านั้น พบว่า จากการที่ตนได้สอนและให้การบ้าน รวมถึงงานศิลปะต่างๆที่ให้นักเรียนทำส่งนั้นพบว่า น้องเต๋า ได้ทำส่งครบทุกชิ้นงาน สำหรับในวันที่ไปพบว่าน้องเต๋ากำลังคุ้ยถังขยะ เพื่อหาของเก่าอยู่ข้างทางนั้น ตนได้เข้าไปพูดคุยสอบถาม และเห็นว่ารถจักรยานที่ใช้มีสภาพค่อนข้างเก่า ยางแบน จึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวโพสต์แชร์ในกลุ่มเพื่อนของตน เพื่อขอความช่วยเหลือในการซ่อมแซมรถจักรยานที่น้องเต๋าใช้ในการตะเวนเก็บของเก่าตามสถานที่ต่างๆ แต่เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้ถูกแชร์ไปเป็นวงกว้างซึ่งตนเองก็ตกใจ ไม่คิดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจเรื่องราวดังกล่าวมากขนาดนี้ ตนเองมองว่าอาจเป็นความโชคดีของเด็กชายเต๋า ที่มีประชาชนสนใจที่ต้องการจะให้ความช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก

สำหรับผลการประชุมได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า ทางโรงเรียนเทศบาล 1 บ้านหนองสาหร่าย ได้ทำการเปิดบัญชีเงินฝาก เลขที่บัญชี 303 - 092371 - 1 ชื่อบัญชี เด็กชายชัยชนะ พ่วงสาม ธนาคารกรุงไทย สาขาปากช่อง เพื่อรับบริจาคตามความประสงค์ของประชาชนที่มีการแจ้งความจำนงค์เข้ามา

สำหรับบัญชีธนาคารดังกล่าวจะดูแลการเบิกจ่ายประกอบด้วย นายวิชาญ เงางามผู้อำนวยการโรงเรียน นายพูน นิสูงเนิน ตัวแทนคณะกรรมการสถานศึกษา และนายศิริพร พ่วงสาม ซึ่งเป็นพ่อของเด็ก โดยการเบิกจ่ายเงินจากบัญชีในแต่ละครั้ง จะต้องมีผู้ลงลายมือชื่อ สำหรับใช้ในการเบิกจ่าย 2 ใน 3 คน.