วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โฆษณาเกินจริง

โดย ทนายเจมส์

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ สัปดาห์นี้มาคุยกันในเรื่องของการโฆษณาสินค้า หรือรีวิวสินค้า ซึ่งปัจจุบันตลาดในสื่อของออนไลน์ค่อนข้าง เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อเยอะมาก และกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับลักษณะนิสัยของคนในยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนจากการเดินซื้อสินค้าตามตลาดมาเป็นการซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ 

ประเด็นปัญหาที่อาจจะติดตามมาสำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่โฆษณาสินค้า หรือรับจ้างพรีเซนต์สินค้า หรือรีวิวสินค้า ซึ่งอาจจะใช้ข้อความหรือถ้อยคำที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง และอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้สินค้า หรือผู้บริโภค 

ส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ มักจะโฆษณาสินค้า โดยอ้างอิงจากข้อมูลข้างกล่องหรือข้างผลิตภัณฑ์ และอาจจะมีการใช้ถ้อยคำโน้มน้าวใจผู้ซื้อ ทั้งที่ ไม่ได้มีการใช้จริง หรือไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งอาจจะมีผลติดตามมาในทางคดี ทั้งในส่วนของคดีแพ่งและคดีอาญา 

การใช้ข้อความหรือถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือเกินจริง มีความผิดทางอาญาตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 22 การโฆษณาจะต้องไม่ใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือลักษณะของสินค้าหรือบริการ ตลอดจนการส่งมอบ การจัดหา หรือการใช้สินค้าหรือบริการ 

ข้อความดังต่อไปนี้ถือว่าเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมส่วนรวม 

(1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง 

(2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะกระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริงหรือไม่ก็ตาม 

(3) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติ 

(4) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคีในหมู่ประชาชน 

(5) ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความจริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามในการโฆษณาตาม (1)

มาตรา 47 ผู้ใดโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้อื่น โฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งกระทำผิดซ้ำอีก ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใด ๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากการกระทำดังกล่าวนั้น เข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง ก็จะต้องรับโทษหนักขึ้นเนื่องจากการโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น ถือเป็นการหลอกลวงประชาชน ซึ่งต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ประกอบมาตรา 343 เบื้องต้นมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

การจำหน่ายสินค้าอย่างตรงไปตรงมา จริงใจกับลูกค้า แก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ดีกว่าการฟ้องลูกค้า ซึ่งจะทำให้มี "ชื่อเสีย" มากกว่า "ชื่อเสียง" และเผยแพร่ข้อมูลสินค้า โดยมีข้อมูลอ้างอิงที่ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของรัฐ จะเป็นการป้องกันตัวท่านเอง รวมไปถึงทำให้สินค้าดังกล่าวนั้นมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับใครที่มีคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายและต้องการความช่วยเหลือ หรือมีเรื่องราวดีๆ อยากแบ่งปันประสบการณ์ เมลมาหาผมได้ที่ “คุยกับคนดัง” talktoceleb@trendvg3.com ได้เลยครับ

Facebook : ทนายเจมส์ LK
 

ทนายเจมส์