วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะอภิมหาไฮเปอร์คาร์บ้าพลัง Bugatti Chiron สถิติใหม่ 0-400-0 ใน 42 วินาที!

งานมอเตอร์โชว์สุดเจ๋ง IAA Frankfurt Motor Show 2017 ภายในอาคารจัดแสดงรถยนต์ขนาดใหญ่ของบริษัท Volkswagen Group ปรากฏร่างของไฮเปอร์คาร์พลัง 1,500 แรงม้า ที่ใช้ชื่อว่า Bugatti Chiron เป็นจักรกลสปอร์ต 2 ที่นั่งที่ถูกสานต่อจากรถรุ่น Veyron นับเป็นรถ Bugatti ที่ทรงพลังมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทและของโลกยนตรกรรม แนวคิดบูสพลังให้มากกว่า Bugatti Veyron รุ่นที่แล้วเพิ่มอีก 300 แรงม้า โดยสามารถเร่งความเร็วจากจุดนิ่งไปถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาแค่ 2.5 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 268 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 431.3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! จากเครื่องยนต์ W16 ที่ผ่านการปรับแต่งใหม่โดยมีระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบติดตั้งไว้ถึง 4 ตัว ล่าสุด Bugatti Chiron ทำสถิติโลกใหม่ในด้านการเร่งความเร็วไปจนถึง 400 กิโลเมตรต่อชั่วโมงพร้อมกับการใช้เบรกแบบเต็มกำลัง โดยทำเวลา 0-400 กิโลเมตร แล้วกลับมาที่ 0 ได้แค่ 42 วินาทีเท่านั้น!

เครื่องยนต์ W16 
พลังจากการกระหน่ำของชุดอัดอากาศเพิ่มขึ้นมาอีกถึง 300 แรงม้านั้นเกิดขึ้นจากการลดน้ำหนักของเพลาข้อเหวี่ยงแบบใหม่ที่ทำให้น้ำหนักของเพลาข้อเหวี่ยงลดลงอีก 1.4 กิโลกรัม ก้านสูบผลิตจากไทเทเนียม เทอร์โบทั้งสี่ตัวถูกสับเปลี่ยนให้มีขนาดที่โตขึ้น เป็นหอยพิษที่ใหญ่กว่าเดิม 30% ปัญหาเทอร์โบแลคหรืออาการรอรอบถูกขจัดปัดเป่าด้วยการใช้เทอร์โบแบบ Sequential โดยมีมอเตอร์และวาล์วที่ติดตั้งอยู่ในท่อร่วมไอดีช่วยลดอาการรอรอบ 

เมื่อทำงานที่รอบต่ำวาล์วจะปิดให้ไอเสียไหลกลับเข้าไปในเทอร์โบข้างละตัวทำให้อาการรอรอบลดลงและตอบสนองในรอบต่ำได้ดีขึ้น เมื่อผู้ขับใช้รอบสูง เทอร์โบแบบ Sequential จะทำงานเต็มกำลังด้วยอัตราบูสที่สูงถึง 1.85 บาร์ กลไกวาล์วจะเปิดให้อากาศไหลเข้าสู่เทอร์โบครบทั้ง 4 ตัวชนิดเต็มที่ ท่อร่วมไอดีแบบใหม่มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ท่อร่วมไอเสียทำจากไทเทเนียม โดยในบางจุดของท่อไอเสียใช้วัสดุพวกคาร์บอนไฟเบอร์ การปรับปรุงดังกล่าวทำให้ Bugatti Chiron มีแรงบิดสูงถึง 1,600 นิวตันเมตร มากจนเกินหน้าเกินตาแรงบิดของรถบรรทุกหัวลากไปไกลสุดกู่ แรงบิดสูงสุดมาในย่าน 2,000 รอบต่อนาที ไม่ต้องกดคันเร่งจนมิดก็มีแรงบิดเหลือเฟือที่จะทะยานจาก 0-100 ใน 2.5 วินาที

ระบบเกียร์
การรับมือกับแรงบิดมหาศาลเพื่อถ่ายเทลงพื้นถนนเป็นหน้าที่ของชุดส่งกำลังสุดแพงแบบคลัตช์คู่ เกียร์ออโต้แบบทวินคลัตช์ 7 สปีด ผลิตโดยบริษัทเกียร์ชั้นนำ Ricardo มีการปรับจูนเกียร์ใหม่หมดโดยทำการอัพเกรดซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมการทำงานของชุดเกียร์ใหม่ เปลี่ยนสลักเกียร์ ฝาครอบ รวมถึงระบบไหลเวียนของน้ำมันเกียร์ด้วยการเปลี่ยนชนิดของน้ำมันเกียร์ที่ใช้หล่อลื่นชิ้นส่วนภายใน เช่น เพลาเกียร์ก็ยังใช้วัสดุที่คงทนมากยิ่งขึ้น คลัตช์แบบทวิน 6 แผ่นซ้อนทับกันมีความทนทานมากกว่าเดิมเพื่อรองรับแรงบิดที่ส่งมาจากเครื่องยนต์ การทดสอบในขั้นตอนของการพัฒนาทำให้ Bugatti Chiron คันต้นแบบต้องวิ่งแบบลากยาวถึง 300,000 กิโลเมตร คลัตช์แบบทวินหรือคลัตช์ 2 ชุดก็ยังคงทำงานเป็นปกติ กำลังในรูปของแรงบิดระดับ 1,600 นิวตันเมตร มากจนวิศวกรของ Bugatti ต้องปรับไดนาโมมิเตอร์ใหม่หมดเพื่อทำให้สามารถวัดแรงบิดของปิศาจความเร็วคันนี้ได้

AEROPART
​การออกแบบส่วนหลังของรถใหม่หมดเพื่อระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ขนาดยักษ์มีการนำเอาอากาศเย็นเข้าไประบายในห้องเครื่องยนต์ที่วางอยู่ในตำแหน่งกลางลำตัวค่อนไปทางท้ายนิดๆ อากาศบริเวณกระจกจะมีลักษณะปั่นป่วนหมุนวนทำให้นักออกแบบต้องปรับแนวด้านข้างเพื่อบังคับกระแสลมให้มีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น แอร์โรไดนามิกที่ดีทำให้การทำความเร็วในระดับ 400 กิโลเมตรไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป กระแสลมที่ไหลผ่านกระจกมีแรงดันสูง เส้นโค้งด้านข้างตัวรถของ Bugatti Chiron ทำให้เกิดรูปทรงที่คล้ายกับท่อดักอากาศ เส้นโค้งด้านข้างตัวรถยังกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดมาจากรถรุ่นพี่อย่าง Bugatti Veyron ด้านหน้ามีไฟ LED แบบ Active กระจังหน้าหรือจมูกมีเส้นโค้งของฝากระโปรงหน้าที่สอดรับกับใบหน้าใหม่ในเวอร์ชั่น Chiron ส่วนล่างและบนของสปอยเลอร์หน้าเต็มไปด้วยช่องรับอากาศสำหรับหม้อน้ำและการระบายความร้อนให้กับชุดเบรกคาร์บอนเซรามิก การออกแบบหน้าตาใหม่โดยยังคงรูปลักษณ์เดิมๆ เอาไว้ในบางจุดทำให้ Bugatti Chiron มีความเป็นจริงเป็นจังมากกว่า Veyron ที่ดูเหมือนหมูพิโรธมากกว่าจะเป็นหน้าตาของไฮเปอร์คาร์เจ้าของสถิติโลกในด้านการทำความเร็ว

ระบบบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าถูกปรับให้เพิ่มความสามารถในการเข้าโค้ง การเพิ่มความมั่นคงให้กับพวงมาลัยเมื่อทำความเร็วรวมไปถึงน้ำหนักของพวงมาลัยที่ปรับแบบอัตโนมัติเพื่อส่งถ่ายความเบาสบายในย่านความเร็วต่ำ โหมดของการขับเคลื่อนจะมีการแปรผันของความสูง ความแข็ง-อ่อนของโช้คอัพ การกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่ การปรับขยับตัวไปตามความเร็วของชุดแอร์โรพาร์ทแบบ Active ยิ่งขับเร็วขึ้นกลไกทางอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมของ Bugatti Chiron จะปรับสร้างแรงกดไปยังตำแหน่งต่างๆ โดยเฉพาะส่วนท้ายเมื่อวิ่งในโหมด Top-Speed ระบบขับเคลื่อนทุกล้อของมันผลิตโดยบริษัท Haldex มีเฟืองท้ายที่เจ้าของรถสามารถขับแบบดริฟต์ได้อย่างง่ายดาย

เฟืองหน้าและเฟืองท้ายแบบไฟฟ้ารองรับแรงบิดที่ผกผันต่อเนื่องตลอดเวลาของล้อขับเคลื่อนทุกล้อในแบบ Real Time โช้คอัพไฟฟ้าของค่าย Sachs ใช้มอเตอร์คอยปรับความหนืดให้สัมพันธ์ไปกับความเร็วและสภาพของผิวถนนโดยจะทำหน้าที่ตลอดเวลาด้วยความเร็ว 6 มิลลิวินาที บูชยางวัสดุผสมเพิ่มความแข็งแรงในการรองรับแรงกระแทกหรือการบิดตัว

ล้อและยาง
ระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมดจากบริษัทเบรกชั้นนำ AP จานเบรกคาร์บอนเซรามิกด้านหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 420 มิลลิเมตร ใช้คาร์ลิบเปอร์แบบ 8 พอตหน้า 6 พอตหลังควบคุมการเบรกด้วยวงจร ABS พร้อมแผงกันความร้อนไม่ให้ส่งถ่ายแพร่ความร้อนไปถึงยางเมื่อเบรกถูกใช้อย่างหนักหน่วง ยางของ Bugatti Chiron เป็นยางชนิดพิเศษผลิตโดย Michelin รุ่น Pilot Sport Cup-2 ยางล้อหน้าขนาด 285/30ZR20 ส่วนยางล้อหลังว่ากันให้ถึงใจแบบไซส์โตที่ 355/25ZR21 โดยยกเลิกยางแบบ Run-flat ที่เคยใช้ใน Bugatti Veyron

ห้องโดยสาร
โครงสร้างของ Bugatti Chiron ส่วนใหญ่เป็นวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์โดยออกแบบแกนกลางทรงรังผึ้งเพื่อเพิ่มความแข็งแรง หม้อน้ำแบบวางในแนวนอน แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนฟอสเฟตขนาดกะทัดรัดติดตั้งอยู่ใต้ห้องโดยสาร พื้นที่เก็บสัมภาระเล็กมากไม่เข้ากับความใหญ่โตของเรือนร่าง ห้องโดยสารใหญ่โตขึ้นมาอีกนิด บานประตูเปิดออกได้กว้างมากยิ่งขึ้นเพื่อรองรับสรีระของลูกค้ามหาเศรษฐีที่มีหุ่นคล้ายหมีแพนด้า พื้นที่เหนือศีรษะของคนขับและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นแต่ไม่มาก มาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วยังคงใช้แบบเข็มแทนที่จะใช้จอภาพแบบ TFT ส่วนจอแสดงผลติดตั้งอยู่ด้านข้างของมาตรวัดไซส์ยักษ์ ด้านซ้ายเป็นจอมอนิเตอร์ของระบบ Information ใช้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ส่วนด้านขวาเป็นจอมอนิเตอร์ของระบบนำทางและกำหนดพิกัดด้วยดาวเทียม มาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ระบบ MMI ของ volkswagen Group มีการนำเอาปุ่มควบคุมไปติดตั้งอยู่บนพวงมาลัย รวมถึงแป้นเปลี่ยนเกียร์หรือ Paddle Shift ระบบควบคุมมัลติมีเดีย ปุ่มปรับโหมดการขับเคลื่อน ระบบไฟฟ้าที่มีความสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนสูงมากของ Bugatti Chiron ต้องใช้ Network ของ Can bus จำนวน 9 Network ในการควบคุมการทำงาน โดยเฉพาะ 3 Network ที่ใช้สำหรับควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ 16 กระบอกสูบ

จำนวนการผลิต Bugatti Chiron แค่ 450 คัน มาถึงวันนี้มีเศรษฐีจองไปแล้ว 300 คัน เป็นการจองที่ต้องจ่ายเงินมัดจำมหาศาล ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องตัวเลขความเร็วสูงสุดเนื่องจากไม่มีถนนหรือสนามแข่งที่ยาวมากพอสำหรับระเบิดพลังงานในระดับเต็มเหนี่ยว ตัวเลขอัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 2.5 วินาทีเร็วจนแทบจะไม่มีรถยนต์รุ่นไหนเร่งได้เร็วเหมือน Bugatti Chiron ทำให้เกิดความพึงพอใจสำหรับการคุยข่มกันในงานเลี้ยงของพวกไฮโซ นับเป็นจักรกลไฮเปอร์คาร์ที่มีทั้งความแรงและความแพงกันแบบครบๆ เป็นของเล่นเศรษฐีขี้เบื่อใช้จอดโชว์ในโรงรถเอาไว้อวดเพื่อนๆ ที่มาเยี่ยมหรือใช้ขับโฉบเฉี่ยวไปมาตามแหล่งช็อปปิ้งของพวกคนรวยมากกว่าจะเอามาใช้งานจริงๆ จังๆ ในชีวิตประจำวัน.

Dimensions
Vehicle length...................................4,544 mm
Vehicle width (including mirrors).........2,162 mm
Height (normal setting).....................1,212 mm
Wheelbase.......................................2,711 mm
Weight............................................1,995 kg (DIN empty)

EngineEngine / cylinders / valves....W16
Fuel Capacity....................................100 l
Max torque @ engine speed.............1,600 Nm (2,000 to 6,000 rpm)
Power output @ engine speed...........1,103 kW / 1,500 HP at 6,700 rpm
Performance......................................Top speed 420 km/h / 261 mph
Acceleration.......................................0-60 mph 2.5 sec

Fuel Consumption
Urban
TBC
Extra urban
TBC
Combined consumption / range 1TBC
CO2 emissions (combined)TBC


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/