วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รักแท้...กลับแพ้หลุมพราง

ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกๆ ท่าน ตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองของเราร้อนขึ้นทุกขณะ ทั้งๆ ที่ฝนตกเกือบทุกวัน แต่ก็ยังร้อนกันอยู่ ที่ร้อนไม่ใช่อากาศนะโยม แต่เป็นใจของคนนั่นเอง ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าไม่เคยฝึกจิตของเราให้นิ่ง ถ้าเรานิ่งเป็นก็เย็นได้ โยมทุกท่าน ถ้าอยากให้ร่างกายเข้มแข็งก็ต้องการการเคลื่อนไหว ถ้าอยากให้จิตใจเข้มแข็งต้องมีการสงบนิ่ง กายกับใจก็ต้องการความเข้มแข็งเหมือนกัน แต่วิธีการฝึกต่างกันมาก สำหรับกายก็มีคอร์สออกกำลัง หรือก็เข้าฟิตเนส เขามีโค้ชช่วยสอนให้ว่าออกกำลังกายแบบไหนถูกวิธี และจะสร้างกล้ามเนื้อส่วนไหน

จิตของเราก็เหมือนกัน การฝึกจิตก็มีคอร์สเหมือนกัน เราจะฝึกแบบสมถกรรมฐาน หรือวิปัสสนากรรมฐาน พูดง่ายๆ คือ เราจะฝึกแบบธรรมดาหรือเข้มข้น โยมถ้าเราฝึกจิตอยู่เป็นประจำ เมื่อมีอารมณ์ต่างๆ มากระทบกับใจ เราจะรู้เท่าทัน ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสีย เราก็จัดการกับอารมณ์นั้นได้อย่างถูกต้อง

โยมทุกท่านอาตมาบอกว่าร้อนอะไรก็ร้อนได้ แต่อย่าร้อนใจ เหนื่อยอะไรก็เหนื่อยได้ แต่อย่าเหนื่อยใจ เพลียอะไรก็เพลียได้ แต่อย่าเพลียใจ กลุ้มอะไรก็กลุ้มได้ แต่อย่ากลุ้มใจ หายอะไรก็หายได้ แต่อย่าให้หาย...ใจ เอ้า...ไม่หายใจก็ตายสิโยม ไม่ได้นะโยม เราต้องหายใจเอาไว้ อย่าเพิ่งขี้เกียจหายใจนะโยม เพราะว่าการตายไม่ใช่เป็นการพักผ่อนชั่วคราว

เอาล่ะโยม เกริ่นมาพอสมควรมาเข้าประเด็นกันดีกว่า ฉบับนี้เราจะมีพูดถึงเรื่องความรัก ไม่ใช่ความรักธรรมดา มันเป็นความที่มากกว่าสามเส้า เรียกว่าหลงคาถาอาคม หลงน้ำมนต์ชนิดที่ว่าไม่คิดมาก่อนว่าจะเจอแบบนี้ อย่างที่เป็นข่าวนะโยม มีหญิงคนหนึ่งหลอกให้ผู้ชายแต่งงานด้วยเดือนเดียวสี่คน อาตมาอ่านข่าวแล้วรู้สึกเศร้าใจ แล้วถอนหายใจ เฮ้อ! โลกเราทุกวันนี้มันเป็นขนาดนี้แล้วเหรอ



จะบอกว่าผู้ชายโง่ก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ คนที่มีความจริงใจในความรัก ก็คือรักจริงหวังแต่ง แต่ไม่คิดว่าจะแต่งเดือนเดียวตั้งสี่คน ไม่เรียกว่าโง่ แต่เสียรู้กลความรัก

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ อาตมามีเรื่องหนึ่งจะเล่าให้โยมฟัง เรื่องมีอยู่ว่า ชาย 4 คน คุยกันว่า เมียใครโง่กว่ากัน

ชายคนที่หนึ่งบอกว่า เมียข้าไปซื้อผงซักฟอก เห็นข้างกล่องเขาบอกว่าเปิดที่นี่ เมียข้าดันไปถามคนขายว่า เปิดที่บ้านได้ไหม พวกเอ็งว่ามันโง่ไหมวะ

ชายคนที่สองบอกว่า เมียข้าไปหาหมอ พอตรวจเสร็จ พยาบาลบอกว่า ไปรอรับยาที่ช่อง 3 มันดันขึ้นแท็กซี่ไปอาคารมาลีนนท์

ชายคนที่สามบอกว่า เมียข้าหนักกว่านั้นอีก มันไปหาหมอที่โรงพยาบาลศิริราช พยาบาลให้ไปนั่งรออยู่ฝั่งโน้น เมียข้าก็เลยนั่งเรือข้ามฟากไปนั่งรอที่ท่าพระจันทร์ เฮ่อ!

ชายคนที่สี่บอกว่า เมียเอ็งทั้งสามคน ยังไงก็ไม่โง่เท่าเมียข้าหรอก ดูสิมันไปโรงพยาบาล หมอตรวจแล้วบอกว่าท้อง มันก็เชื่อหมอ พวกเอ็งก็รู้ว่าข้าเป็นหมัน มันจะท้องได้ยังไง พวกเอ็งว่ามันโง่ไหม ถูกหมอหลอกเอาตังค์ยังไม่รู้ตัวอีก (เอ่อ....นะสิ เขางอกแล้วยังไม่รู้ตัวอีกโง่จริงๆ)

เมื่อพูดถึงหมอ คุณหมอเผยว่า โค้กไม่อันตรายเท่าความรัก ถึงแม้โค้กจะกัดกระเพาะ แต่มันไม่เคยกัดเซาะถึงหัวใจ (อะนะ...)

โยมจากเรื่องทั้งสอง ทั้งเรื่องข่าวและเรื่องเล่า มันก็มีสาเหตุมาจากคนเราไม่รู้จักคำว่าพอ เมื่อทำผิดก็จะมีเหตุผล มีคำพูดให้ตัวเองดูดีเสมอ เรียกว่า ทุกการโกหกล้วนอ้างเหตุผล แต่เหตุผลของการโกหกส่วนใหญ่ เป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัว มากกว่าเห็นแก่คนอื่น จึงสร้างเสียงสะอื้นและคราบน้ำตาตามมาในภายหลัง

โยมทุกท่าน เมื่อเราคิดจะมีความรัก เราต้องมองว่า คนรักกัน บางครั้งก็ต้องทำตัวเป็นเช่นลมปาก ร้อนก็ทำให้เย็น หนาวก็ทำให้อุ่น แบบนี้จึงจะเข้าใจความรักอย่างแท้จริง เจริญพร

พระมหาสมปอง