วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ออมสิน' เผย สตง.ส่งหนังสือ 30 วัดอยู่ในข่ายทอนเงิน ยอดสูงร่วม 300 ล.

"ออมสิน" ลั่นบี้เงินทอนวัดต่อเนื่อง เผย สตง.ร่อนหนังสือถึง 30 วัด อยู่ในข่ายทอนเงิน ยอดเงินทอนรวมสูง 300 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป.) เข้าตรวจบ้านของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดพร้อมกัน 14 จุด เมื่อเช้ามืดวันเดียวกันนี้ว่า เป็นกระบวนการทำงานของตำรวจ ปปป.ตามขั้นตอนปกติ ยังไม่ได้การรายงานมาให้ตนทราบ ยืนยันว่าทุกอย่างยังเดินหน้าต่อ แม้ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ผอ.พศ.แล้วก็ตาม แต่ทุกเรื่องจะหยุดไม่ได้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป

เมื่อถามว่า ปปป.เข้าไปตรวจค้นบ้านผู้ที่เกี่ยวข้องแสดงว่า มีการเชื่อมโยงกับการทุจริตเงินทองวัดหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า ไม่ทราบต้องถาม ปปป.ตนเข้าใจว่าเป็นกระบวนการทำงานของ ปปป.ที่ไปขอหมายศาลเข้าไปของตรวจค้น 

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มเติมหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า วันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือถึงตนระบุว่า ตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดขนาดเล็กทั่วประเทศ เท่าที่จำได้ผู้เกี่ยวข้องมีฆราวาส 13 คน และมีพระครูในต่างจังหวัด 2 รูป ตนได้แจ้งให้ ผอ.พศ.ดำเนินการต่อแล้ว ส่วนข้าราชการ พศ. มี นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. และข้าราชการระดับผู้อำนวยการสำนัก 3-4 คน ซึ่งต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ถ้าทำงานต่อไปไม่ได้ก็ต้องพักงาน ที่เหลือเป็นระดับเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างมีระเบียบขั้นตอนทางราชการอยู่แล้ว และการดำเนินการในส่วนของตัวบุคคลนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลในส่วนที่เขาต้องการ วันนี้เราดำเนินการในส่วนของตัวบุคคลของเรา ถ้าเชื่อมโยงไปถึงพระก็ต้องดำเนินการต่อ เพราะถ้าไปสืบที่พระก่อนแล้วมาดำเนินการกับคนใน พศ.จะดำเนินการลำบาก และจากข้อมูลเป็นเรื่องที่คนของเราไปเสนอกับพระ

"ตามหนังสือ 30 เรื่องที่ สตง.ส่งมานั้นมีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่ คิดเป็นเงินประมาณ 300 ล้าน แต่เรื่องที่เกิดกินระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่สมันนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ.เรื่อยมาถึง นายพนม ซึ่งพฤติกรรมเหมือนคือไปบอกพระว่าจะให้เงินปฏิสังขรณ์วัดแล้วขอเป็นเงินทอน ให้ไปสองล้านขอคืนล้านสาม วัดในต่างจังหวัดที่มีพระรูปเดียวท่านคงไม่รู้ระเบียบราชการ และเมื่อเป็นข้าราชการสำนักพุทธฯ พระก็เชื่อ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ปกป้องพระ แต่อ่านตามนั้นส่วนเรื่องเงินทอนวัดมีมาตั้งแต่สมัยไหนนั้น ผมไม่รู้ และที่ตรวจสอบได้ครั้งนี้เขาดูจากการโอนเงินคืนเข้าบัญชีเพราะอาจชะล่าใจ รวมถึงไปขอคืนเป็นเงินสดแต่มีพยานบุคคลเห็น" นายออมสิน กล่าว