วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชารัฐวัดประชานิยม

โดย หมัดเหล็ก

ควันหลงจากการประชุม ครม.นอกสถานที่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังจากทำหน้าที่เป็นรัฐบาลมาได้จนครบ 3 ปี ย่างเข้าปีที่ 4 ไม่ใช่แค่การกระตุ้นนโยบายไปสู่การปฏิบัติ เพื่อเป้าหมาย ไทยแลนด์ 4.0 อย่างเดียว แต่เป็นการท้าทายการขับเคลื่อนนโยบาย ประชารัฐ ของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเป้าได้แค่ไหน ความแตกต่างระหว่าง นโยบายประชานิยมกับประชารัฐ อยู่ที่ แนวทางปฏิบัติและวิธีการที่แตกต่างกัน แม้จะทำเพื่อการกินดีอยู่ดี แก้ปัญหาความเดือดร้อน บรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนเหมือนกันก็ตาม

ประชานิยมนั้นเล็งผลในระยะสั้น แต่ประชารัฐเล็งผลในระยะยาว เน้นการมีส่วนร่วมระหว่าง ภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่จะจับมือกันพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคั่ง ยั่งยืน ผ่านการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน บริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ภาคประชาสังคม กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน มาร่วมเป็นคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน 12 ชุด เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้ง 12 ด้าน นอกจากนี้ยังตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี จำกัด มีบริษัทชั้นนำของประเทศเป็นผู้ถือหุ้น ในรูปแบบ

วิสาหกิจเพื่อสังคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร ช่วยต่อยอดธุรกิจชุมชนในการเพิ่มรายได้ให้กับภาคการเกษตร การแปรรูป การท่องเที่ยว ที่จะทำให้เศรษฐกิจรากฐานของประเทศเข้มแข็งขึ้น

การประกอบธุรกิจแบบตัวใครตัวมัน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ทำให้รากฐานเศรษฐกิจของประเทศไม่แข็งแรง ธุรกิจเอสเอ็มอี ก็อยู่ไม่ได้ เมื่อรากฐานทางเศรษฐกิจไม่ดี การพัฒนาประเทศไปสู่การแข่งขันก็ไม่ประสิทธิภาพ ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการแข่งขันแบบประชารัฐคือให้ทุกองคาพยพด้านเศรษฐกิจของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ต้องก้าวไปด้วยกัน

การจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคีครบทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้งส่วนกลาง กทม. ประสบความสำเร็จเป็นโครงการนำร่องบ้างแล้ว เช่น ลำไยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปลงใหญ่ จ.เชียงใหม่ โครงการบ้านประชารัฐ ที่มีธนาคารของรัฐ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนด้านสินเชื่อโครงการบ้านประชารัฐ ปล่อยสินเชื่อรีไฟแนนซ์ให้ผู้ประกอบการ โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อประชาชน ให้กับผู้ประกอบอาชีพรายย่อย โครงการประชารัฐที่อยู่อาศัยแก่ผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยกับบิดามารดา เป็นต้น

เช่นเดียวกับการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน ที่กระทรวงพาณิชย์จับมือกับผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ ในโครงการ ธงฟ้าประชารัฐ นำสินค้าราคาถูกไปจำหน่ายให้กับประชาชน ขณะเดียวกันก็เป็นการฟื้นฟู ร้านโชห่วยและร้านค้าชุมชน กลับมาอีกครั้ง ที่คาดว่าจะลดค่าครองชีพให้กับชาวบ้านได้ถึงร้อยละ 15

ในส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอี กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวทางประชารัฐ ในรูปแบบสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โครงการสินเชื่อประชารัฐเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย เป็นต้น ที่ถือว่าเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ไม่มีการลดแลกแจกแถมที่หวังแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าหรือคะแนนนิยมเท่านั้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th