วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดึงมหาลัยพัฒนาหุ่นยนต์

วันอังคารที่ผ่านมา ครม.เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษ (EEC) ที่กฤษฎีกาแก้ไขแล้ว ส่งให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกเป็นกฎหมายภายใน 4-5 เดือน โครงการนี้ หอการค้าไทย ประเมินว่า จะมีการลงทุนภาครัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 300,000 ล้านบาท ต่อปี หากรวมการลงทุนภาคเอกชนด้วย จะส่งผลให้จีดีพีเติบโตได้ 1-1.5% ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้มาก

ถ้าลงทุนได้จริงตามนี้ ไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง แน่นอน

คุณกอบศักดิ์ ภู่ตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า ร่างกฎหมายที่ผ่าน ครม. ยังยึดร่างกฎหมายเดิม นักลงทุนต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ สิทธิในการนำคนต่างด้าวและคู่สมรสเข้ามาอยู่อาศัย สิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้จากบีโอไอ สิทธิการเช่าที่ดิน 99 ปี ฯลฯ

จากแผนเดิม รัฐจะลงทุนไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านล้านบาทใน 10 ปี แบ่งเป็น การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 500,000 ล้านบาท ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน 400,000 ล้านบาท ลงทุนสร้างเมืองใหม่ โรงพยาบาล โรงเรียน ที่อยู่อาศัย 400,000 ล้านบาท ลงทุนด้านการท่องเที่ยวคุณภาพและเชิงสุขภาพ 200,000 ล้านบาท

เห็นตัวเลขการลงทุนแล้ว ก็ฝันหวานถึงจีดีพี 5-6% แต่ฟังคุณศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ให้สัมภาษณ์แล้วก็ใจแป้ว

คุณศิริรุจ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงทุนใน อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ว่า ในปีแรกมีแผนการลงทุน 12,000 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 200,000 ล้านบาทภายใน 5 ปี (2561-2565) แต่แผนการจัดตั้ง “คอร์” หรือ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ร่วมกับ สถาบันการศึกษา 8 แห่ง ที่เซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องใช้เงินแห่งละ 4-5 ล้านบาท แม้ใช้งบประมาณไม่มาก แต่เกิดปัญหาตรงที่ จะใช้งบประมาณจากไหน เพราะ มหาวิทยาลัยไม่มีงบดำเนินการ มีเพียง สถาบันไทย-เยอรมัน และ สถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เท่านั้นที่มีงบประมาณ

ฟังแล้วก็อึ้งกิมกี่ไปเลย ทำงานใหญ่ขนาดนี้ ใช้เงินลงทุนถึง 1.5 ล้านล้านบาท แต่ไม่มีเงินแค่ 40 ล้านบาท ไปจัดตั้ง ศูนย์ความเป็นเลิศทางด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ที่เป็น หัวใจ ของเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี และนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0

คุณศิริรุจ กล่าวว่า อาจต้องไปของบกลางปี 2561 หรือ อาจต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฉลี่ยงบกลางปี 2561 มาให้ หรืออาจต้องใช้วิธี “เชิญบริษัทเอกชนรายใหญ่รับบริจาค” เช่น ปตท. เอสซีจี เซ็นทรัล เทสโก้โลตัส ซี.พี. เพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากนโยบาย แต่ยังไม่สรุปว่าจะใช้เงินจากไหน

ผมอ่านแล้วก็ไม่รู้จะร้องเพลงอะไรดี

ในความเป็นจริง หุ่นยนต์ และ ระบบอัตโนมัติ คือ หัวใจสำคัญ ของ เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี ที่ต้องการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีสูง ที่เรียกว่า นิวเอสเคิร์ฟ ของไทย ปัจจุบันโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ก็ใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในการผลิตอยู่แล้ว ไม่ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมอาหาร แม้แต่เอสเอ็มอีก็ยังใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ การดึงสถาบันการศึกษามาร่วมมือกับบริษัทยักษ์ใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่ดีวินวินด้วยกันทุกฝ่าย

แทนที่ กระทรวงอุตสาหกรรม จะไป ขอเงิน 40 ล้านบาท ไปให้ สถาบันการศึกษา ผมว่าทำตัวเป็น พ่อสื่อ ให้ สถาบันการศึกษา กับ บริษัทเหล่านี้ อุ้มสมกันเองจะดีกว่า อาจจะได้มากกว่า 4-5 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาทก็ได้ ถ้างานประสบความสำเร็จ

ผมก็อยากเห็น เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี ประสบความสำเร็จเหมือน อีสเทิร์น ซีบอร์ด อยากเห็น สนามบินอู่ตะเภา เป็นศูนย์กลางการบินใหม่ ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นท่าเรือระดับโลก ฉะเชิงเทรา เป็นเมืองน่าอยู่มาตรฐานโลก ชลบุรี เป็นเมืองการศึกษานานาชาติ ระยอง เป็นเมืองอินเตอร์ที่น่าอยู่ที่สุดในอาเซียน อีก 10 ปี คงไม่นานเกินรอ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”