วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไฟเขียวยุทธศาสตร์ 20 ปี เร่งตั้งสภาวิจัยและนวัตกรรมใน3เดือน

“บิ๊กตู่”เคาะยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี สั่งเร่งตั้งสำนักงานสภาวิจัยและนวัตกรรม สังกัดสำนักนายกฯภายใน 3 เดือน ย้ำนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมสภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวนช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี ตั้งแต่ปี 2560-2579 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์สำคัญคือ ยุทธศาสตร์แรก การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 3 การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการสร้างองค์ความรู้พื้นฐานของประเทศ และยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ระบบวิจัย และนวัตกรรมของประเทศมีตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น การเพิ่มสัดส่วนงบประมาณสำหรับการวิจัยจากปี 2558 อยู่ที่สัดส่วน 0.62% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มเป็น 2%ในปี 2579 ขณะที่สัดส่วนนักวิจัยจะเพิ่มจากปัจจุบันที่ 13.6 คนต่อประชากร 10,000 คน เพิ่มเป็น 60 คนต่อประชากร 10,000 คน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง มีการนำผลวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในการแก้ปัญหาทั้งด้านสังคม และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านเศรษฐกิจ ต้องการเห็นการขับเคลื่อนเกิดขึ้นภายในปี 2560 นี้ ถือเป็นงานจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ จึงสั่งการให้จัดตั้งสำนักงานสภาการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยในระยะแรกให้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญทางด้านระบบวิจัยและนวัตกรรม ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา เข้ามาเป็นที่ปรึกษา

สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานสภาการวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ในระยะแรกให้มีการสังเกตการณ์และประมวลผลการทำงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงานของสำนักงานฯ เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการดำเนินงานของสำนักงานในระยะที่ 2 ว่าจะดำเนินงานในรูปแบบใดต่อไป และนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าปัจจัยหลักที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกคือ คน เพราะในทุกระบบล้วนต้องมีคนเป็นตัวขับเคลื่อนประเทศจะเดินหน้าหรือหยุดอยู่กับที่ล้วนมีคนเป็นตัวแปรสำคัญ

ด้านนายกิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมชาติ (สวทน.) เปิดเผยว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการและอนุกรรมการภายใต้สภานโยบายวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ โดยได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม ซึ่งมี สวทน.และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เป็นเลขานุการร่วม ได้ดำเนินการประชุมหารือและประชุมเชิงปฏิบัติการ รวมถึงได้จัดประชุมประชาพิจารณ์ร่างยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ 20 ปี ไปแล้วเมื่อวันอังคารที่ 12 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยฝ่ายเลขานุการร่วมได้ปรับแก้รายละเอียดของร่างยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว ตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากการประชุมต่างๆ และได้นำเสนอร่าง ยุทธศาสตร์ฯต่อที่ประชุม สวนช. โดยที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการของ ร่างยุทธศาสตร์ฯดังกล่าว และเสนอให้เพิ่มเติมในส่วนของยุทธศาสตร์ด้านดิน น้ำ และป่าไม้ ซึ่งรวมถึงระบบป้องกันภัยธรรมชาติ และการรับมือกับด้านเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้ครอบคลุมการทำงานในทุกมิติ

ขณะเดียวกัน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้เลขานุการร่วม สวนช. หาวิธีการจัดสรรงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมกระจายลงในแต่ละภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจใช้รูปแบบการจัดสรรงบประมาณโดยการจัดตั้งกองทุนว่าด้วยเรื่องวิจัยและนวัตกรรม และการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ.