วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาด 1 ต.ค.60 ติดตั้งเครื่องรูดบัตรคนจน ร้านธงฟ้ากว่า5พันแห่ง

“พาณิชย์” คาด 1 ต.ค.นี้ ติดตั้งเครื่องรูดบัตรคนจน ให้ร้านธงฟ้าประชารัฐได้ 5,700 แห่ง และส่งรถโมบายขายสินค้า 200 คัน ครอบคลุมทุกพื้นที่ เชื่อเงินสะพัดเกิน 4 หมื่นล้านบาทต่อปี พร้อมขอแรงแบงก์รัฐ 3 พันสาขาทั่วประเทศ เร่งประชาสัมพันธ์โครงการให้ผู้ถือบัตรได้รับทราบ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับกรมบัญชีกลาง กรมประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ และหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมโครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อรองรับการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ที่จะเริ่มใช้บัตรอย่างเป็นทางการวันที่ 1 ต.ค.นี้ โดยล่าสุด ธนาคารกรุงไทย ได้แจ้งว่า ติดตั้งเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ให้กับร้านธงฟ้าประชารัฐได้แล้วทั้งหมด 3,000 แห่ง และคาดว่า จะติดตั้งให้ร้านค้าได้ทั้งหมด 5,700 แห่งภายในวันที่ 1 ต.ค.นี้

นอกจากนี้ ในสัปดาห์นี้ จะหาข้อสรุปของรถโมบาย (รถเคลื่อนที่) ที่จะนำไปขายสินค้าธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถติดตั้งเครื่องรูดบัตรให้กับร้านค้าธงฟ้าประชารัฐได้ทัน เบื้องต้นคาดว่าจะมีรถโมบายประมาณ 200 คัน ขายสินค้าให้กับผู้ถือบัตรและประชาชนทั่วไปได้ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ เช่นกัน โดยจะประจำที่หน้าที่ว่าการอำเภอก่อน

“สินค้าที่เข้าร่วม จนถึงตอนนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 30 ราย และมีสินค้าเข้าร่วม 290 รายการ คาดว่าจะมีเข้าเพิ่มอีก เพราะกระทรวงฯเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทุกรายมาร่วมโครงการ ไม่ได้ปิดกั้นเฉพาะรายใหญ่ และไม่ใช่ผู้ถือบัตรที่จะซื้อสินค้าในโครงการได้ แต่ประชาชนทั่วไปก็ซื้อได้ เชื่อว่าเม็ดเงินจะสะพัดในโครงการมากว่า 40,000 ล้านบาท/ปี” นายสนธิรัตน์ กล่าว

สำหรับการประชาสัมพันธ์โครงการร้านธงฟ้าประชารัฐ ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางเป็นหน่วยงานหลักในการรวบรวมฐานข้อมูลของร้านธงฟ้าประชารัฐ และฐานข้อมูลจำนวนสินค้าที่เข้าร่วม เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ รวมถึงขอความร่วมมือให้ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมมือในการประชาสัมพันธ์โครงการ โดยให้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์โครงการในทุกสาขาทั่วประเทศ ราว 3,000 สาขา เพื่อให้ผู้รับบัตรได้รับทราบข้อมูล และวิธีการใช้บัตร ซึ่งจะทำให้การประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทั้ง 11.67 ล้านคน ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.