วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'สุเทพ' หนุนปฏิรูปตำรวจ ให้มีระดับชาติ-จังหวัด

'สุเทพ' หนุนปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชน เสนอการจัดองค์กรใน 2 ระดับคือ ชาติ และ จังหวัด ให้มี ก.ตร.จังหวัดคุม ตร.ต้องจบ ป.ตรี จะขึ้นคุมบริหาร ต้องอบรมต่อ ร.ร. นายร้อย ชงตัดตำรวจป่าไม้ -ตม. พ้น สตช. ชี้คิดตรง "บิ๊กตู่"

วันที่ 20 กันยายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ(มปท.) และแกนนำกลุ่ม กปปส. เปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจที่มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธานให้คณะอนุกรรมการฯ มารับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปตำรวจจากตนเองว่า เจ้าหน้าที่คณะอนุกรรมการฯ มารับฟังความเห็นตนเมื่อวันที่ 13 ก.ย. ซึ่งได้เสนอไปในภาพกว้างว่า ในการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ต้องให้ชัดเจนว่า ต้องเป็นการปฏิรูปตำรวจเพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อเรื่องอื่น เพราะที่ผ่านมามีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงโครงสร้างตำรวจหลายครั้งแล้วจากกรมตำรวจ จนกลายเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) แต่ไม่ได้มุ่งทำเพื่อประชาชน จึงต้องย้ำเป็นพิเศษว่า การปฏิรูปตำรวจครั้งนี้ต้องเป็นการปฏิรูปเพื่อให้เป็นตำรวจของประชาชนแท้จริง เป็นตำรวจที่ไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของฝ่ายการเมือง หรือนักการเมือง ขอให้เป็นตำรวจที่มีประสิทธิภาพในการรักษากฎหมาย บังคับใช้กฎหมาย ปฏิบัติและอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนอย่างเสมอภาค เท่าเทียม ตามข้อเรียกร้องของประชาชนที่มาชุมนุมกับตน 204 วัน ให้องค์กรตำรวจใหม่อยู่ใกล้ชิดประชาชน

จึงเสนอการจัดองค์กรใน 2 ระดับคือ 1.ระดับชาติ จะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่ดูแลงานภาพรวมของตำรวจในส่วนที่จำเป็นต้องอยู่กับส่วนกลาง เช่น กองบัญชาการสอบสวนกลาง ตำรวจสันติบาล ตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) ตำรวจฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์ หรือพิสูจน์หลักฐาน 2. ระดับจังหวัด ให้มีกองบัญชาการตำรวจแต่ละจังหวัด ให้ขึ้นตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัด งานการทำงบประมาณหรือแผนงานบริหารงาน การโยกย้าย แต่งตั้ง ให้อยู่ที่จังหวัดแต่ละแห่งดำเนินการ โดยตำรวจเข้ารับราชการในจังหวัดไหน ก็อยู่จังหวัดนั้นจนถึงเกษียณอายุ ไม่ต้องมีการโยกย้ายข้ามพื้นที่จังหวัด ข้ามภาค เพื่อจะได้เข้าใจ รู้จักพื้นที่ ใกล้ชิด รู้จักประชาชน และตัดเรื่องการเรียกรับประโยชน์จากการวิ่งเต้นข้ามพื้นที่

"ผมเสนอรูปแบบให้มีคณะกรรมการตำรวจจังหวัดที่มีผู้ว่าฯเป็นประธาน มีกรรมการจากอัยการ ผู้บัญชาการตำรวจจังหวัดนั้นๆ มีตัวแทนตำรวจชั้นสัญญาบัตร และชั้นประทวนเลือกตัวแทนขึ้นมาจากตำรวจ หรืออดีตตำรวจเพื่อมาเป็นกรรมการ และให้มีกรรมการที่มาจากตัวแทนประชาชน ซึ่งตัวแทนจากประชาชน ต้องมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ลักษณะคล้ายเป็น ก.ตร.จังหวัด ซึ่งจะทำหน้าที่พิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจภายในจังหวัดนั้นๆ รวมถึงการเลื่อนชั้นยศ มีการประเมินงานในระบบฐานข้อมูลกลางที่บันทึกในประวัติเป็นรายปี ซึ่งตำแหน่งสูงสุด คือผู้บัญชาการตำรวจจังหวัด ส่วนพนักงานสอบสวนก็ยังให้คงอยู่ที่สถานีตำรวจ ไม่ต้องแยกให้สิ้นเปลืองงบประมาณ 

ถ้าแยกออกไปต่างหาก ก็ต้องเพิ่มกำลังพลอีก ตำรวจในอนาคตควรต้องจบการศึกษาระดับปริญญาตรี พอมาสมัครเป็นตำรวจ จากนั้นก็ไปอบรมความเชี่ยวชาญในวิชาชีพตำรวจในโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เพื่อที่จะขึ้นไปเป็นระดับผู้บังคับบัญชา ต้องไปเรียนอีก 4 ด้านการสอบสวน สืบสวน และสายงานบริหารในระดับนี้ ต้องผ่านงานพนักงานสอบสวนทุกคน การทำคดี เขียนสำนวน เพราะเกี่ยวกับงานอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน เมื่อเติบโตขึ้นมาเป็นหัวหน้าสถานีจะมีดุลพินิจการสั่งฟ้องคดีต่างๆได้ถูกต้อง เข้าใจและเชี่ยวชาญ" นายสุเทพ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนอีกระดับล่างคือ ตำรวจชั้นประทวน ให้เรียกรวมว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีชั้นยศ กลุ่มนี้ก็ต้องจบปริญญาตรีเช่นกันเพื่อให้มีคุณวุฒิมากกว่า ม.3 - ม.6 โดยเสนอให้ยุบกองบัญชาการตำรวจภาคต่างๆ ให้อยู่ที่สถานีตำรวจหรือโรงพัก เมื่อตำรวจไม่ต้องวิ่งเต้น ไม่ต้องส่งส่วย เพื่อเป็นตำแหน่งสูงๆ เป็นนายพล ระยะของตำแหน่งมันสั้นลง จะมีนายตำรวจระดับอาวุโสที่จะเป็นหัวหน้านายสถานีตำรวจแต่ละแห่ง จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่า

สำหรับตำรวจในส่วนกลางจะให้ไปสังกัดขึ้นกับกระทรวงไหนก็ได้ เพราะไม่มีผลต่อประชาชน แต่ควรจะทำองค์กรตำรวจให้เล็กกระทัดรัดแต่มีประสิทธิภาพ เพราะปัจจุบันมีนายพลตำรวจมากเกินไป อาทิ ผู้บัญชาการภาค รองผู้บัญชาการภาค ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง ผบ.ตร. ที่ปรึกษา สบ.10 สารพัดมากไปหมด ถ้าตำแหน่งเหล่านี้ลดลงเราจะมีเงินที่จะไปจ้างตำรวจในระดับปฏิบัติที่จะทำงานให้ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น รวมถึงยกเลิกงานบางหน้าที่ของตำรวจให้หน่วยงานอื่นรับผิดชอบโดยตรง อาทิ ตำรวจป่าไม้ ไม่ต้องมีกองบัญชาการตำรวจป่าไม้แล้ว เพราะเรามีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการดูแลรักษาป่า ถ้ามีคนทำผิดก็มาแจ้งตำรวจ ก็ไปจับมาดำเนินคดี หรือตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ก็ไม่ต้องมี แต่ให้ยกไปขึ้นกับกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองโดยตรง

สรุปคือ มี สตช. ดูแลงานภาพรวม รองลงมาเป็นระดับจังหวัดกองบัญชาการตำรวจจังหวัด หรือใช้ชื่ออื่นก็ได้ และสถานีตำรวจที่จะมีตำรวจอาวุโส มีคุณวุฒิ วัยวุฒิ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เอง ก็เคยระบุแนวคิดว่า อยากให้ตำรวจขึ้นอยู่กับจังหวัดซึ่งตรงกับที่ประชาชนต้องการ ตนจึงประกาศสนับสนุนท่านเป็นนายกฯหลังเลือกตั้งมาตลอด