วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป๋าเกิด-เมีย โร่มอบตัว ปัดค้ามนุษย์

แค่ส่ง‘โคโยตี้’ไปโชว์ตามผับปคม.ฟันหนัก

“ป๋าเกิด” เจ้าของนินิวส์ โมเดลลิ่ง และเมียโร่เข้ามอบตัวตำรวจ ปคม.รับทราบข้อกล่าวหา ร่วมกัน ค้ามนุษย์ ป๋าเกิดอ้างเด็กสมัครใจทำงานเป็น “สาวโคโยตี้” ก่อนตระเวนไปส่งตามแหล่งสถานบันเทิง ไม่รู้ว่ามีความผิด ไม่ได้บังคับเด็กในสังกัดมีเพศสัมพันธ์ แต่เป็นการยินยอม ตำรวจคุมตัว “นินิว” คนคุมสาวโคโยตี้ ที่ล็อกตัวได้ก่อนหน้านี้ พร้อมป๋าเกิดและเมียไปควบคุมที่ สน.ทุ่งสองห้อง หลังผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ถูกสอบเครียด เตรียมนำไปฝากขังศาลอาญา วันที่ 21 ก.ย.นี้

กรณีกลุ่มหญิงสาวผู้เสียหาย ที่ปรากฏในคลิปภาพเหตุการณ์เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ เกี่ยวกับการลงโทษกลุ่มโคโยตี้เวียนกันตบหน้าผู้หญิงและทอม ต่อมากลุ่มสาวโคโยตี้ 4 คน อายุ 17 ปีเท่ากัน เข้าแจ้งความตำรวจ บก.ปคม. ให้ดำเนินคดีกับนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ หรือชื่อเดิมนายคีตกานต์ เกิดไพบูลย์ อายุ 44 ปี เจ้าของนินิวส์ โมเดลลิ่ง และผู้เกี่ยวข้อง ข้อหาบังคับให้ค้าประเวณี และปลอมบัตรประชาชน ตำรวจออกหมายจับนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ น.ส.มลฤดี อินอ่อน อายุ 48 ปี ภรรยาป๋าเกิด และนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม อายุ 34 ปี คนคุมสาวโคโยตี้ ข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ติดตามจับกุมนางพรรณวรทได้ขณะจะไปออกรายการทีวีแห่งหนึ่ง ย่านอรุณอมรินทร์ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธอ้างแค่พาเต้นโชว์วาบหวิวผ่านโซเชียล และเต้นโชว์ตามสถานบันเทิงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติดู ส่วนป๋าเกิดกับภรรยาอยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

ความคืบหน้าที่ บก.ปคม. เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 ก.ย. นายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ เดินทางมามอบตัว สวมเสื้อโปโลสีแดง กางเกงขายาว รองเท้าแตะ ใส่หมวกแก๊ปสีดำ และหน้ากากอนามัยอำพรางใบหน้า ก่อนเจ้าหน้าที่นำตัวไปให้พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. และพนักงานสอบสวนสอบปากคำ ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวถามว่า ทำผิดตามที่กลุ่มโคโยตี้สาวและตำรวจแจ้งข้อหาหรือไม่ แต่นายเกิดใหม่ไม่ตอบพร้อมทำมือเป็นรูปกากบาท เป็นการแสดงความหมายว่าไม่ตอบคำถาม ต่อมาอีก 10 นาที ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้นำตัวนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม ที่ถูกคุมตัวไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง มาสอบปากคำเพิ่มเติมใช้ห้องสอบสวนคนละห้องกับนายเกิดใหม่

ด้าน พ.ต.อ.มานะเปิดเผยว่า นายเกิดใหม่ประสานเจ้าหน้าที่จะเข้ามอบตัวตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. แต่ไม่มากระทั่งวันนี้มามอบตัว พนักงานสอบสวนจะสอบปากคำตามขั้นตอน เบื้องต้นนายเกิดใหม่ให้การปฏิเสธ ไม่ได้ทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าได้รับเด็กมาทำงานเต้นโคโยตี้โดยเด็กสมัครใจเอง ก่อนตระเวนไปส่งตามร้านและสถานบันเทิง ส่วนกรณีรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมาทำงาน ปลอมแปลงบัตรประชาชน และบังคับกลุ่มโคโยตี้สาวมีเพศสัมพันธ์ด้วย อยู่ระหว่างสอบปากคำนายเกิดใหม่และหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

“ส่วน น.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยานายเกิดใหม่ที่ยังไม่มามอบตัว คงกำลังเตรียมเอกสารและทรัพย์สิน เพื่อใช้สู้คดี หลังประสานจะมอบตัวในวันนี้ด้วย หลัง จากนี้จะสอบปากคำนายเกิดใหม่และนางพรรณวรท จากนั้นนำตัวส่งฝากขังศาลอาญา ส่วนจะให้ประกันตัวไหมอยู่ที่ดุลพินิจของศาล เบื้องต้นแจ้งข้อหาสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกันโดยการแสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่นๆ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือด้วยประการใด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มาตรา 4, 6(2)” พ.ต.อ.มานะกล่าว

มีรายงานหลังเจ้าหน้าที่สอบสวนนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิด รวยจริงนะ เจ้าของนินิวส์ โมเดลลิ่ง และนางพรรณวรท หรือนินิว ควบคุม คนคุมสาวโคโยตี้ นานเกือบ 5 ชั่วโมง จากนั้นนำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ไปควบคุมตัวที่ สน.ทุ่งสองห้อง ต่อมาเวลา 16.00 น. น.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยาป๋าเกิด พร้อมทนายความเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเข้าห้องสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาทันที

ด้าน พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.1 บก.ปคม. เผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำนายเกิดใหม่ให้การภาคเสธอ้างว่าไม่นึกว่าแค่พาโคโยตี้ สาวไปส่งตามสถานบันเทิงจะเข้าข่ายค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่อธิบายให้ฟังว่า ข้อหาเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ มี 3 แบบ 1.เกี่ยวกับการพาเยาวชนไปค้าประเวณี 2.เกี่ยวกับการนำเยาวชนไปถ่ายภาพลามกอนาจาร 3.เกี่ยวกับการนำเยาวชนไปแสดงโดยมีการให้แต่งกายล่อแหลม และลามกอนาจาร ส่วนข้อหาบังคับเด็กมีเพศสัมพันธ์ นายเกิดใหม่ให้การว่า มีการร่วมเพศจริงแต่ไม่ได้บังคับ เป็นการยินยอม หลังพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเสร็จจะนำตัวไปควบคุมที่ สน.ทุ่งสองห้อง และวันที่ 21 ก.ย. เวลา 10.00 น. จะนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปผัดฟ้องฝากขังศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พร้อมคัดค้านประกันตัวต่อไป

ต่อมาเวลา 19.20 น. พ.ต.ท.ชูศักดิ์ อภัยภักดิ์ รอง ผกก.1 บก.ปคม. เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า หลังสอบสวน น.ส.มลฤดี อินอ่อน ภรรยาป๋าเกิด นานกว่า 3 ชั่วโมง ให้การว่า แม้เลิกกับนายเกิดใหม่ หรือป๋าเกิดไปหลายปีแล้ว แต่ยังคงติดต่อกัน และรู้ว่านายเกิดใหม่ทำงานเกี่ยวกับการหาผู้หญิงไปทำงานเป็นโคโยตี้ ส่วนเรื่องการจัดหาเด็กให้กับสถานบันเทิงนั้น น.ส.มลฤดีอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่ให้การยอมรับว่าได้รับเงินจากนายเกิดใหม่ที่มักจะโอนมาให้ เจ้าหน้าที่มองว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ค้ามนุษย์ฯด้วย เมื่อสอบปากคำเสร็จนำตัวไปควบคุมที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อส่งฝากขังศาลอาญาพร้อมผู้ต้องหาอีก 2 คน