วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขายทำกำไร!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 ก.ย.60 ปิดที่ 1,670.65 จุด ลบ 1.94 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 64,239.98 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 1,895.20 ล้านบาท, กองทุนในประเทศขายสุทธิ 1,096.31 ล้านบาท, พอร์ตโบรกเกอร์ซื้อสุทธิ 308.29 ล้านบาท รายย่อยซื้อสุทธิ 2,683.22 ล้านบาท

ตลาดปรับตัวลงเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นไปมากทั้งเร็วและแรง หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด AOT ปิด 59.25 บาท ลบ 1.75 บาท, TRUE ปิด 6.45 บาท บวก 0.10 บาท, KBANK ปิด 213 บาท ลบ 3 บาท, MINT ปิด 40 บาท บวก 0.25 บาท และ SCC ปิด 510 บาท บวก 4 บาท

บล.เอเซียพลัส มีบทวิเคราะห์น่าสนใจ เรื่อง “ภาษีน้ำหวาน ของแสลงหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม...ชาเขียวหนักสุด” โดย พ.ร.บ.สรรพสามิต ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 16 ก.ย.โดยมีการจัดเก็บภาษีกลุ่มเครื่องดื่มที่ขายในประเทศทั้งหมด

ฝ่ายวิจัยเอเซียพลัสมองว่า เป็นแรงกดดันความสามารถในการทำกำไรครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการเครื่องดื่ม โดยเฉพาะชาเขียว ที่ไม่เคยเสียภาษีสรรพสามิตมาก่อน อย่าง ICHI ต้องเสียภาษีทั้งตามราคาขายและปริมาณน้ำตาล ขณะที่มียอดขายในประเทศสูงถึง 80% ของยอดขายรวม

ขณะที่ OISHI มีธุรกิจกระจายมากกว่า คือ อาหาร 50% เครื่องดื่ม 50% และยังเป็นการส่งออก 20% เป็นผลิตแบบ OEM 20% ที่เหลือ 60% ขายในประเทศ ผลกระทบจึงน้อยกว่า

SAPPE ได้รับผลกระทบน้อยสุด ไม่น่าเกิน 10% ของยอดขายรวม เนื่องจากขายในประเทศ 30% และผลิตภัณฑ์บางส่วนได้รับยกเว้นการเก็บภาษีตามมูลค่า

ขณะที่การลอยตัวราคาน้ำตาลในวันที่ 1 ธ.ค.นี้ จะส่งผลกระทบอีกระลอกต่อเครื่องดื่ม โดยต้นทุนน้ำตาลคิดเป็น 10% ของต้นทุนทั้งหมดก่อนรวมภาษีสรรพสามิต

ขณะที่มองว่า การที่ตลาดชาเขียวหดตัว จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ผู้ประกอบ-การจะผลักภาระไปให้ผู้บริโภค โดยการขึ้นราคาขาย จึงมีโอกาสที่จะปรับประมาณการปี 61 ของกลุ่มเครื่องดื่ม แนะนำให้เลี่ยงการลงทุน และหันไปลงทุนหุ้นอาหาร

ขณะที่มีบทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า จากการที่ กกพ.คาดจะมีการประกาศมาตรการส่งเสริมโซลาร์รูฟเสรีภายใน ต.ค.นี้ เป็นบวกต่อ WHAUP จึงแนะนำ “ซื้อ” ยังมีปัจจัยบวกอีกคือ งบ 3Q60 จะเติบโตสูง ให้เป้าหมายระยะยาวที่ 6.90 บาท.

อินเด็กซ์ 51