วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีใครอยากให้เกิด! กัปตันแจงยิบ วอนแก้วลี'รักชีวิตอย่าคิดขึ้น ThaiLionAir'

กัปตันไทย ไลอ้อน แอร์ โพสต์ชี้แจงรายละเอียด-ตอบข้อสงสัยเหตุเครื่องบินขัดข้อง บอก ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุเช่นนี้ วอนผู้โดยสารเปลี่ยนประโยค “รักชีวิตอย่าคิดขึ้น Thai Lion Air”

กัปตันเอกสิทธิ์ ดวงมาลย์ กัปตันสายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Akasit Doungmaln ถึงกรณีเที่ยวบินจากดอนเมือง-อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุขัดข้องภายในห้องโดยสารเนื่องจากความกดอากาศ จนมีผู้โดยสารรายหนึ่งนำไปโพสต์จนเกิดเป็นกระแสทางโซเชียลมีเดียออกไปในวงกว้าง และทางสายการบินก็มีการออกมาชี้แจงไปแล้วนั้น

กัปตันเอกสิทธิ์ โพสต์ข้อความว่า อยากให้เปลี่ยนคำขึ้นต้นที่ว่า "รักชีวิตอย่าคิดขึ้น Thai Lion Air" เพราะไม่มีใครอยากให้เกิด หรือตั้งใจให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ อย่าเหมารวม ว่ากันเป็นเหตุการณ์ไป แล้วหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกน่าจะดีกว่า พร้อมตอบข้อสงสัยในประเด็นที่คนยังไม่เข้าใจ ดังนี้

1. ระบบ Scan กระเป๋า หรือการ Scan กระเป๋านั้น เป็นขั้นตอนการปฏิบัติของทางสนามบินนั้นๆ ทางสายการบินเป็นแค่ผู้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตาม อย่างเหตุการณ์นี้ ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง มีขั้นตอนการปฏิบัติ คือ เมื่อท่านผู้โดยสารโหลดกระเป๋ากับทางสายการบินเรียบร้อย ทางสายการบินจะส่งกระเป๋าใบนั้นเข้าเครื่อง Scan ของทางท่าอากาศยานดอนเมือง ซึ่งเป็นหน้าที่ของท่านผู้โดยสารที่จะต้องไปยืนดูว่ากระเป๋าของท่านผ่านการตรวจสอบเรียบร้อบดีมั้ย เพราะถ้ามีอะไรผิดปกติ ท่านต้องเปิดกระเป๋าของท่านให้เจ้าหน้าที่ของทางการท่าอากาศยานดอนเมืองดูเดี๋ยวนั้น แต่ถ้าท่านไม่อยู่ดูกระเป๋าของตัวท่านเอง แล้วเดินเข้าไปด้านในเลยทันที เมื่อเครื่อง Scan ตรวจพบสิ่งผิดปกติ ทางเจ้าหน้าที่การท่าอากาศยานดอนเมืองก็จะแจ้งให้ทางสายการบินไปตามท่านเจ้าของกระเป๋ามาเปิดกระเป๋าของตัวท่านเอง อย่างที่ท่านว่า

2. เมื่อเครื่องบินวิ่งขึ้นแล้วเกิดปัญหา
- ก่อนวิ่งขึ้นแล้วรู้สึกร้อน มีได้หลายสาเหตุ เช่น เครื่องบินจอดอยู่กลางลานจอดซึ่งเป็นบริเวณที่แดดแรงจัด เครื่องทำความเย็นก็อาจจะสู้ไม่ไหว หรือ ระบบทำความเย็นของเครื่องบินมีปัญหา แต่รับรองได้ว่าปัญหานั้นจะไม่มีผลกระทบกับความปลอดภัย นักบินถึงรับเครื่องบินลำนั้นๆ มาบิน
- หลังจากวิ่งขึ้นแล้วหน้ากากออกซิเจนตกลงมา นั่นหมายความว่าเครื่องบินมีปัญหาเรื่องความดันอากาศ (Decompression) ซึ่งระบบจะปล่อยหน้ากากออกซิเจนให้ตกลงมาอัตโนมัติ และก่อนสวมหน้ากากออกซิเจน ให้ท่านผู้โดยสารกระตุกตัวหน้ากากก่อน เพื่อให้ระบบผลิตออกซิเจนได้เริ่มทำงาน ตัวหน้ากากจะมีออกซิเจน #น่าจะไม่ได้กระตุกหน้ากากก่อนสวม
- ผมเป็นนักบินมา 10 กว่าปี ก็ยังไม่เคยเจอกับตัวเองเหมือนกัน เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

3. เวลาเกิดเหตุการณ์ผิดปกติบนเครื่องบิน พนักงานทุกคนบนเครื่องถูกฝึกมาให้ดูแลชีวิตท่านผู้โดยสารได้อย่างแน่นอนครับ
- ที่กัปตันไม่ได้ประกาศในทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ เพราะนักบินต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเครื่องบินให้อยู่ในการควบคุมของนักบินให้ได้ก่อน อย่างอื่นถึงตามมา มีโมเดล 5Cs อยู่
1. Cockpit/Flight crew members
 -นักบินคุยกันก่อนว่าเกิดอะไร จะแก้ไขอย่างไร
 2. Controller/ATC
 -นักบินแจ้งหอบังคับการบินว่าต้องการอะไร
 3. Cabin crew
 -นักบินแจ้งลูกเรือว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไป
 4. Customer/Passenger
 -นักบินแจ้งผู้โดยสารว่าเกิดอะไร และเราจะทำอย่างไรต่อ 
5. Company 
-สุดท้ายถึงพยายามติดต่อบอกปัญหาที่เกิดขึ้นกับทางสายการบิน เพื่อให้เตรียมรับ เตรียมแก้ไขสถานการณ์ต่อไป ทุกอย่างทำเรียงไปตามลำดับ เพื่อให้ได้ความปลอดภัยสูงสุด ซึ่งก็เป็นลำดับตามที่ท่านผู้โดยสารว่าไว้เลยครับ

4. ไร้ความช่วยเหลือ
อย่างที่ว่าไว้เรื่อง 5Cs ทางสายการบินจะทราบปัญหาที่เกิดหลังสุด ปกติทางสายการบินจะมีแผนการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้อยู่แล้ว ต้องถามว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน นักบินใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ต้องให้เวลาพนักงานภาคพื้นของสายบินได้ปฏิบัติตามแผนการฉุกเฉินที่วางไว้บ้าง เข้าใจว่าทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ ผู้โดยสารก็ต้องตกใจเป็นเรื่องปกติ แต่อยากให้ใจเย็นลงนิดนึง

เราพร้อมที่จะนำท่านผู้โดยไปยังจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย แต่อาจจะเสียเวลาจากเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เราเลยไม่สามารถคืนเป็นเงิน (Full Refund) ให้ท่านผู้โดยสารได้ เว้นเสียแต่เราให้บริการนำท่านไปยังจุดหมายปลายทางไม่ได้เลย นั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม กัปตันเอกสิทธิ์ ได้โพสต์ทิ้งท้ายขอโทษ ขออภัยกับเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ด้านชาวเน็ตที่ได้อ่านโพสต์ดังกล่าว ทำให้หลายคนเข้าใจการปฏิบัติงานของสายการบินมากขึ้น และยังมีการแชร์ต่อกันไปเรื่อยๆ.

(ขอบคุณภาพและข้อความจากเฟซบุ๊ก Akasit Doungmaln และ Jatattaya Kittibunthon)