วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปั้นจั่น เบรกแต่งงาน วอนอย่าโยง คริส เลิกแฟน (คลิป)

มาร่วมงานบวงสรวงเปิดกล้องละคร "เพลิงรักเพลิงแค้น" ณ บริษัท บรอดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น จำกัด พอได้เจอนักร้องนักแสดงหนุ่มหน้าเข้ม ปั้นจั่น ปรมะ อิ่มอโนทัย เลยถามถึงกระแสข่าวคู่จิ้น คริส หอวัง เลิกกับไฮโซหนุ่ม เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ และคนโยงว่าน่าจะเป็นเพราะ ปั้นจั่น เป็นมือที่ 3 เหมือนอย่างที่มีข่าวซุบซิบก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งถามถึงการโกอินเตอร์ด้วยผลงานภาพยนตร์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ด้วย

ถามถึงข่าวคริสเลิกกับแฟน คนก็มองว่าเราเป็นมือที่ 3? "ยังไม่รู้ข่าวเลยครับ แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัวของพี่เขา เราไม่เกี่ยว เพราะว่าชีวิตเราก็ยังปกติดำเนินต่อไป ผมไม่รู้ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไร ช่วงนี้ก็ไม่ได้เจอหรืออัพเดตว่าเป็นยังไงกันบ้าง"

มีโอกาสได้คุยได้ถามบ้างไหม? "ไม่ได้เจอเลยครับ สนิทกันเหมือนเดิม แต่ว่าด้วยความที่เราไม่ได้เจอกัน ตัวผมเองก็ไม่ได้เจอเพื่อนๆ เลยเพราะช่วงนี้ถ่ายละคร เดี๋ยวเดือนหน้าทั้งเดือนก็ไม่ได้เจอใคร เพราะว่ารับหนังเอาไว้"

หลายคนมองว่าความสัมพันธ์ของเรากับคริสมันมีผลต่อความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่? "จริงๆ มันเป็นเรื่องการโปรโมตละครแหละครับ เราก็ทำงานกันทุกวัน พอหลังจากละครออนแอร์เราก็มีโปรโมตเดินสายก็เลยเจอกันบ่อย"

จะมีให้กำลังใจหรือคุยกับคริสไหม? "ที่จริงผมก็ส่งผ่านทางพลอยกับพิชญ์อยู่แล้วครับ"

คิดว่าความเป็นคู่จิ้นมีผลต่อคู่ของเขาไหม? "ไม่นะครับ เพราะถ้าเอาความรู้สึกนั้นมาเกี่ยวกับชีวิตจริงๆ มันจะทำให้การทำงานยากลำบากมากเลย เพราะในแต่ละเรื่องเราจะต้องเจอคนมากมาย ฉะนั้นถ้าไม่เป็นมืออาชีพ มันก็จะมีปัญหาตามมามากมาย"

เรียกว่าจิ้นเพื่องาน? "คือจิ้นเพราะว่าแฟนๆ จิ้น แต่ถามว่าเราอินกับบทบาทไหม แน่นอนว่าเราอินทุกบทบาท เวลาเราเล่นเรารู้สึกกับตัวละครว่าเรารักเขา มันเป็นเพราะบทบาท"

จริงๆ เวลาเราไปโปรโมต แฟนเข้าใจไหม? "ผมว่าเรื่องของคนข้างนอกไม่ว่าจะเป็นฝั่งของผม หรือใครก็แล้วแต่ ที่จริงเราไม่พูดถึงดีกว่า เพราะฝั่งนั้นต้องเมเนจเอง แต่ฝั่งผม ผมก็เคลียร์เข้าใจ"

เขามีคุยกับเราไหมว่าให้น้อยๆ ลงหน่อยเพราะแฟนหวง? "ผมว่าคนเราอาจจะรู้สึกแต่ไม่เคยมาพูด แต่เรารู้ว่าอะไรคือขอบเขตแหละ ทุกคนก็รู้ว่ามันคือด้วยงานด้วยละคร แฟนๆ ก็ติดตามให้กำลังใจ พอจบละครไปมันก็ค่อยๆ หายไป พอมีละครเรื่องใหม่มา มีโอกาสกลับมาร่วมงานกันอีก ถ้าแฟนๆ ยังรัก และชื่นชอบเวลาเราอยู่คู่กัน ผมว่าก็จะถูกพูดถึงอยู่ดี"

เรื่องการรับงานคู่กันล่ะ? "ตอนนั้นตอนจบใหม่ๆ ผู้ใหญ่ก็เปรยไว้นะ แต่ตอนนี้ก็เงียบๆ ไปแล้ว"

เรื่องข่าวเราเป็นมือที่ 3 คนของเราเข้าใจไหม? "พูดตรงๆ ว่าไม่ได้ติดตามข่าว ส่วนเรื่องข่าวมือที่ 3 คือชิน และเข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องการตีข่าว ไม่ได้คิดมากเลยเพราะว่าคนของเราเข้าใจคือจบ ไม่ได้มีปัญหากับใครก็จบ (คนของเราไม่ได้ถามเลยใช่ไหม?) ไม่มี เราโตๆ กันแล้ว เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องเด็กน้อยมาก"

แบบนี้จะเปิดตัวคนของเราเลยไหม? "ไม่หรอกครับ ยังทำงาน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ผมก็พูดนะ ไม่ได้ปิด แต่ทุกครั้งที่เจอก็อยากจะอัพเดตผลงานบ้าง"

พอเราไม่ได้ถูกจับคู่จิ้นแล้ว หวานขึ้นไหมกับคนนี้? "ทุกอย่างเหมือนเดิมครับ มันเหมือนเดิมตั้งแต่แรกแล้ว ผมไม่ใช่คนอายุ 24-25 ที่เพิ่งมารู้จักความรัก เรา 30 แล้ว เพื่อนผมหลายคนก็แต่งงานไปแล้ว ตัวผมเองก็ยังทำงานอยู่ อยู่กันแบบเพื่อนแบบผู้ใหญ่ เข้าใจกัน เคารพหน้าที่ของตัวเอง เคารพพื้นที่ของอีกคนนึง"

เห็นเพื่อนแต่งแล้วอยากแต่งบ้างไหม? "ยังนะครับ ถามว่าอีกกี่ปี อีกหลายๆ ปีเลยครับ"

เป็นเพราะรับหนังเกย์ด้วยรึเปล่า? "ที่จริงไม่มีปัญหาเลย ผมว่าเรื่องเกย์ไม่ใช่เรื่องผิดครับ ขอให้เป็นคนดีก็พอ ส่วนเรื่องผมรับหนังเกย์มันเป็นงานนะครับ ถามว่าในหนังมีผลไหม ผมว่าไม่มีผลนะครับ ผมค่อนข้างประหลาดใจนิดนึงว่างานต่างประเทศเวลามีฉากแบบนี้ เขาจะพูดถึงเนื้องานมากกว่า

แต่ในบ้านเรายังไปโฟกัสเรื่องนี้อยู่ ผมว่ามันไม่เดินไปข้างหน้าในเรื่องของงานกับเรื่องมุมมอง ผมว่าผ่านๆ ไปเถอะ และผมไม่ซีเรียสว่าคนจะมองผมเกย์ หรือเล่นหนังเกย์ ผมมองว่ามันเป็นงาน มันก็เป็นศิลปะชิ้นนึง ฉะนั้นถ้ามันไม่มีงานตรงนี้ขึ้นมา ความหลากหลายในวงการหนังหรือละครบ้านเราก็ไม่วาไรตี้ครับ"

แต่คนโฟกัสว่าภาพที่ออกมามันโชว์ค่อนข้างเยอะ? "ก็แน่นอน เพราะเราต้องถามใจเราเองว่าเราโฟกัสเรื่องพวกนั้นรึเปล่า แต่ผมมองทั้งหมดเป็นเรื่องของงาน มันมีเหตุผลที่จะต้องไปถึงจุดนั้น ถามว่าอยากเล่นเองไหม ใจลึกๆ อยากเล่นเองนะเพราะเป็นสปิริตนักแสดง แต่พอถามเรื่องความน่าจะเป็น สุดท้ายแล้วถ้าเราเล่นเองแล้วทุกคนรู้ว่าเราเล่นเอง

ทุกคนก็จะถามว่ามันสุ่มเสี่ยงไหมกับงานอื่นที่ผู้ใหญ่วางไว้ให้เราด้วย ฉะนั้นผมก็ต้องระมัดระวัง แต่ไม่ให้รับเลยรึเปล่าผมทำไม่ได้ เพราะสุดท้ายถ้าผมไม่รับ ผมก็รู้สึกว่ายูเป็นนักแสดง ทำไมถึงไม่กล้าเล่นบทบาทแบบนี้ และพี่ภูริไม่ได้เป็นคนอื่นไกล แต่งงานมีเมียมีลูกแล้ว"

ต่อไปจะรับงานแบบนี้อีกไหม? "ผมว่าถ้าบทมันดี แล้วผมอ่านและชอบ ยังไงก็รับครับ ถามว่าไม่กลัวกระทบภาพลักษณ์ที่ผู้ใหญ่วางไว้เหรอเพราะเป็นพระเอกแล้ว ผมเริ่มจากนักร้อง และมาเป็นพิธีกร มาเป็นตัวร้าย และมาเล่นหนังเกย์ แล้วได้รางวัล ฉะนั้นไม่ต้องกลัวเสียภาพแล้วครับ"

เห็นว่าจะมีงานหนังใหม่อีก? "อันนี้เป็นหนังของผู้กำกับสวิสครับ โปรดักชั่น ตากล้องเป็นคนสวิสหมดเลย ผมเล่นกับสายป่าน แต่หนังจะไปฉายที่สวิสครับ ถ่ายในไทยครับ เป็นหนังอาร์ตครับ ผู้กำกับเขาเขียนจากเรื่องราวในชีวิตเขา เขาเคยเป็นมะเร็งแล้วตอนนี้สุขภาพเขาดีขึ้น

เขาเลยอยากทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ตัวผมเองเล่นเป็นคนไร้บ้าน ติดกาว เพราะว่าพ่อแม่เสียชีวิต เราก็อาศัยในรถที่พ่อแม่ตาย หนังจะดาร์กหน่อยครับ คือที่ไปเล่นได้เพราะสายป่าน เขาติดต่อสายป่านมาก่อน และสายป่านก็คิดถึงเราครับ ก็ต้องขอบคุณสายป่านที่ให้ผมทำงานดีๆ ครับ"

ถือว่าเป็นการโกอินเตอร์ไหม? "ถามว่าเป็นก้าวนึงไหม ก็ใช่ เพราะว่าหนังรอบแรกที่จะฉายก็ฉายในสวิส เดิมทีเขาไม่มีแพลนฉายในไทยด้วยซ้ำ แต่ตัวผมและสายป่านพยายามขอให้มีเถอะ เพราะในบ้านเราก็ยังมีคนที่อยากดูภาพยนตร์แบบนี้

เราอยากให้ผลงานของเราคนไทยได้ดู เขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม แต่ผมถือว่าหนังเรื่องนี้บทยากที่สุดเท่าที่เคยได้รับ เพราะมันค่อนข้างหลายชั้น เล่นค่อนข้างซับซ้อน เรื่องนี้ใช้ภาษาไทยครับ แต่ผมแทบไม่พูดเลย มันเป็นการแสดงความรู้สึกข้างในมากกว่า".