วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มีสัญญาณที่ดี!! ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯเดือนส.ค. พุ่งครั้งแรกรอบ 5 เดือน

ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือนส.ค. อยู่ที่ระดับ 85.0 พุ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากยอดคำสั่งซื้อ และยอดขาย เพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการชงรัฐเร่งเบิกจ่ายงบ กระตุ้นเศรษฐกิจ ลดเงื่อนไขกู้แบงก์ของเอสเอ็มอี...

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.60 ว่า อยู่ที่ระดับ 85.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 83.9 ในเดือนก.ค.60 เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน จากองค์ประกอบ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ ซึ่งปัจจัยบวกมาจากความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดใหญ่ สะท้อนจากยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม และปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ประกอบกับผู้ประกอบการมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และเครื่องนุ่งห่ม เป็นต้น รวมทั้งยังได้รับผลดีจากการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านที่ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ประกอบการที่มีศักยภาพมีแนวโน้มตัดสินใจลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ๆ การลดต้นทุนการผลิตทั้งจากวัตถุดิบและค่าจ้างแรงงาน รวมทั้งเพื่อกระจายความเสี่ยงให้กับธุรกิจ

ขณะที่ปัจจัยลบ พบว่าผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งกระทบต่อรายได้ของผู้ประกอบการส่งออก ส่วนปัจจัยที่มีความกังวลลดลง ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 101.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 101.6 ในเดือนก.ค.60 เนื่องจากผู้ประกอบการคาดว่าจะมีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2560 โดยผู้ประกอบการได้มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ต้องการให้ภาครัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในช่วงที่เหลือของปีงบประมาณ 2560 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการ SMEs เช่น ปรับลดเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาสินเชื่อ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และวงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมให้มีการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐใช้สินค้าจากผู้ประกอบการ SMEs มากขึ้น และออกมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าจากประเทศจีน เช่น เหล็ก และเครื่องจักร เพื่อปกป้องผู้ประกอบการในประเทศ.