วันอังคารที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หนุ่มใหญ่เซ็ง จอดรถทำธุระ ออกมามีคนทำสีให้ใหม่ อย่างเลอะ ถามเกินไปไหม

พนักงานบริษัท วัย 59 ปี ขับรถมาจอด เข้าไปธุระที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ย่านสำโรงเหนือ ออกมาแทบช็อก มีคนเอาสีมาราดรอบรถใช้ไม้ตีป้ายทะเบียน กระจกมองข้างแตก พบคู่กรณีเป็นเจ้าบ้านขับรถมาจะเข้าบ้าน แต่เข้าไม่ได้เพราะมีรถจอดขวางเลยโมโห ถามทำแบบนี้ เกินไปไหม... 

เวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.อ.ปภาสุต บวรพลภัทร รอง สว.(สอบสวน) สภ.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุ ขอความช่วยเหลือ มีรถเก๋งถูกทุบและสาดสีใส่ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิด บริเวณถนนเทพารักษ์ กม.8 มุ่งหน้าบางพลี ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่สายตรวจ เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีดำ ทะเบียน 4กธ5196 กรุงเทพฯ จอดอยู่ สภาพถูกสีทาบ้านสีส้มราดที่กระจกหน้าและฝากระโปรงหน้า นอกจากนี้ยังมีรอยทุบที่กระจกมองข้างขวาและแผ่นป้ายทะเบียนได้รับความเสียหาย โดยมีเจ้าของรถ ชื่อนายพิสัย สุวรรณาศัย อายุ 59 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ยืนโต้เถียง กับชายอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุอยู่ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ จะให้ทั้งคู่แยกย้ายไปสงบติอารมณ์

สอบถามนายพิสัย เจ้าของรถ ทราบว่า วันนี้ตนได้ขับรถคันดังกล่าว เพื่อมาธุระที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าว ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุไม่มากนัก จากนั้นได้นำรถไปจอดริมถนนเทพารักษ์ หน้าทางเข้าออกอาคารพาณิชย์ ก่อนที่ตนจะลงจากรถไป โดยไม่คิดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น หลังทำธุระเสร็จ เดินกลับมาที่รถถึงกับช็อก เมื่อพบว่ารถมีสีสาดเปรอะเปื้อนรอบคัน ก่อนจะมีชายอายุประมาณ 40 ปี ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นคนก่อเหตุ เข้ามาต่อว่าเรื่องที่ตนจอดรถขวางทางเข้าบ้าน จนเกิดมีปากเสียงกัน ตนจึงโทรแจ้งตำรวจ

นายพิสัย กล่าวต่อว่า รู้ว่าตัวเองก็ผิด ที่ไปจอดขวางทางเข้าออก แต่การที่คู่กรณีมาสาดสีใส่รถมันเกินเหตุเกินผล จากนี้ตนจะไปที่ สภ.สำโรงเหนือ เพื่อไปแจ้งความ

ขณะที่แม่ค้าที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ผู้ก่อเหตุไปทำธุระข้างนอก และขับรถกลับเข้ามาแต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงให้แฟนไปตามหาเจ้าของรถที่ในสำนักงานฯ 2 รอบแต่ไม่เจอ จึงโมโหเดินไปคว้าไม้มาทุบที่ป้ายทะเบียนรถและนำสีทาบ้านมาราดไปรอบคัน โดยไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม เพราะเห็นว่าอยู่ในอารมณ์โมโหอย่างสุดขีด
 กระทั่งเจ้าของรถกลับมาจึงมีปากเสียงกัน แต่ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เรียกร้องค่าเสียหายต่อไป
.