วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีน มหามิตรเมียนมา

ผมได้ฟังคำปราศรัยของนางซูจีทางเฟซบุ๊กเมื่ออังคาร 19 กันยายน 2560 โดยบังเอิญ ขณะที่นางซูจีพูดนั้น มีผู้คนเข้ามาโพสต์จำนวนมาก การปราศรัยของนางซูจีเป็นภาษาอังกฤษ คนเข้ามาฟังส่วนใหญ่ก็คอมเมนต์ด่าทอเธอเป็นภาษาอังกฤษ ดูชื่อเสียงเรียงนามของคนด่า มีทั้งฝรั่งมังค่า มาจากตะวันออกกลาง เป็นพวกมีชื่ออารบิกก็เยอะ

ระหว่างที่นางซูจีพูด Face book Reactions ที่แสดงอารมณ์ เศร้า (Sad) และ โกรธ (Angry) ซึ่งมีสีเหลืองถูกกดขึ้นเรียงไปไม่ขาดสาย นานๆจะมีสีแดงรูปหัวใจ รักเลย (Love) หรือสีน้ำเงิน ยกหัวแม่มือสีขาว ถูกใจ (Like) โผล่มาให้เห็นสักครั้งหนึ่ง

เผลอแผล็บแป๊บเดียว นางซูจีที่เป็นนางฟ้าประชาธิปไตยกลายเป็นบุคคลที่ผู้คนจำนวนมากต้องการลากเธอและรัฐบาลของเธอขึ้นศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นอันดับต้นๆของโลก ผมดูจากข้อความที่โพสต์ขึ้นมาระหว่างที่นางซูจีปราศรัย มีแต่ Crime of Genocide ด่าว่าซูจีเป็นอาชญากรทำลายล้างเผ่าพันธุ์

ขณะที่นางซูจีเป็นตำบลกระสุนตก คนที่ปลุกปั่นกระแสความเกลียดชังระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมอย่างพระวีระธูกลับลอยตัว พวกที่สร้างบาปกรรมชักนำความเกลียดชังมาสู่เมียนมาก็คือกลุ่มชาวพุทธหัวรุนแรง ท่านเหล่านี้ไม่มีความรู้สึกสำนึกผิดเลยว่า สิ่งที่ตนทำนั้น อันตรายแค่ไหน พวกท่านมีส่วนเป็นคนทำให้เมียนมาซึ่งตั้งแต่มีการเลือกตั้งครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2554 เหมือนจะเป็นประเทศที่มีอนาคตสดใส กลายเป็นประเทศที่กำลังเข้าสู่กลียุค

ประเทศไทยก็มีคนพยายามเดินคล้ายกันครับ มีการนิมนต์พระวิระธูมาบรรยาย มารับรางวัล มีการนิมนต์พระเมียนมามาดูงานในวัดดังของไทย บางทีมีการชูป้ายว่า We love Virathu “เรารักวิระธู” มีการสร้างแนวร่วมเครือข่ายปั่นให้คนต่างศาสนาเกลียดชังกัน

ขณะนี้มีความนิยมศาสนาพุทธเกิดขึ้นในหลายประเทศ ผมตาม ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ไปที่สาธารณรัฐเอกวาดอร์ ทวีปอเมริกาใต้ เมื่อหลายปีก่อน ก็ยังได้ไปถ่ายทำรายการถึงสถานที่ที่ใช้นั่งฝึกสมาธิตามหลักพุทธ หรือแม้แต่ในเทือกเขาคาเพเทียนในอูเครน ที่ผมเพิ่งกลับมาเมื่อวันอังคาร ที่นั่นก็มีการตั้งสำนักฝึกนั่งสมาธิแบบพุทธตามเทือกเลากา

เมื่อเช้าเพิ่งดูเฟซบุ๊กไลฟ์เห็นภาพพระสงฆ์ 5 รูปบิณฑบาตบนถนนในเมืองแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย มีญาติโยมทั้งคนไทยและฝรั่งกำลังใส่บาตร เราได้ยินเสียงฝรั่งร้องด้วยเสียงดังว่า Sadhu สาธุ แล้วก็ขนลุกด้วยความอิ่มเอมใจ แม้แต่ในทวีปแอฟริกา คนท้องถิ่นที่นั่นก็เริ่มเข้ามาบวชเป็นพระและปฏิบัติตนเคร่งครัดจนเป็นที่ศรัทธาของผู้คนที่พบเห็น

สิ่งที่เกิดขึ้นในเมียนมา (และในอนาคตอาจจะลามปามมาที่ประเทศไทย) จะทำให้ผู้คนเริ่มสงสัยพุทธว่า เป็นศาสนาที่นำไปสู่ความสุขสงบจริงหรือเปล่า คนเรายังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาพุทธ พอเริ่มสงสัยก็ไม่เข้ามาศึกษาแล้วครับ กลัวไปเลย

สมัยก่อน เมียนมาปกครองด้วยเผด็จการทหารที่คบกับจีน ส่วนนางซูจีเป็นฝ่ายค้านที่มีสหรัฐฯและชาติตะวันตกหนุนหลัง ตอนนั้น นางซูจีไม่สนใจไยดีจีน แถมมีการสบประมาทว่า ถ้าเมียนมาเป็นประชาธิปไตยเมื่อใด จีนก็จะหมดอิทธิพลไปจากเมียนมาเมื่อนั้น

ทว่า เหตุการณ์กลับตาลปัตร วันนี้ ตะวันตกซัดนางซูจี ทั้งออสเตรเลีย อังกฤษ และฝรั่งเศส ต่างเรียกร้องให้นางซูจียุติความรุนแรงกับโรฮีนจา

มีจีนเพียงประเทศเดียวที่อุ้มนางซูจีไม่ให้โดนกินโต๊ะจากคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติและประเทศมุสลิม นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน บอกกับนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติว่า จีนหนุนความพยายามของเมียนมาในการปกป้องความมั่นคงของประเทศและต่อต้านความรุนแรง และหวังว่าสงครามจะจบโดยเร็ว

พ้นจากเหตุการณ์ความยุ่งยากกรณีโรฮีนจานี้ไปได้เมื่อใด ผมคิดว่า นางซูจีคงจะรู้ลึกซึ้งถึงก้นบึ้งของหัวใจจีนดีขึ้น

ได้เวลาที่จีนจะกลับมามีอิทธิพลใหญ่ในเมียนมาอีกครั้ง.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com