วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สุพรรณบุรีโมเดล” พลุการเมือง

ปลาไหลโผล่รู อีกก้าวย่างการเมือง

นักการเมืองนั้น ถ้าได้กลิ่นก็รู้ทิศทาง แม้ว่าวันข้างหน้าจะต้องไปทางไหน เป็นปรากฏการณ์ที่เห็นมาในวิถีทางการเมือง

อย่างที่มีการวิเคราะห์กันว่าการเมืองหลังเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น เพราะมองเห็นตรงกันว่าพรรคขนาดกลางและขนาดเล็กนั้นจะได้ประโยชน์สูงสุด

จะได้ ส.ส.เข้ามามากกว่าทุกครั้งก็ว่าได้

เพราะเงื่อนไข กติกา และรูปแบบใหม่ มีส่วนช่วยให้ได้ ส.ส.ง่ายเข้า โดยเฉพาะการใช้บัตรใบเดียว แต่กาได้สองอย่าง

คือ เลือกบุคคล และเลือกพรรค แต่คะแนนเลือกพรรคหรือปาร์ตี้ลิสต์นั้นจะต่างจากที่ผ่านมา คือไม่นับรวมให้พรรคใหญ่ทั้งหมด แต่เปิดโอกาสให้พรรคเล็กได้สิทธิในส่วนนี้ด้วย

นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่พรรคใหญ่จะได้คะแนนเสียงท่วมท้นอย่างที่ผ่านมาเป็นไปไม่ได้แล้ว ที่หวังหรือเชื่อว่าจะเหมือนเดิม เลือกเมื่อไหร่ก็ชนะทุกครั้ง ย่อมเป็นไปไม่ได้แล้ว

นี่แหละ...คือเป้าหมายที่ไม่ต้องการให้พรรคใหญ่ได้ ส.ส.มาก

ถามว่า ทำไมต้องสร้างกติกาอย่างนั้น เหตุผลมันก็คงจะมาจากบทเรียนทางการเมืองที่ผ่านมา สองพรรคการเมืองใหญ่จะได้ ส.ส.จำนวนมาก เหลือให้พรรคเล็กจำนวนเล็กน้อย

เพื่อไทยชนะเลือกตั้งเด็ดขาดมาตลอด

ประชาธิปัตย์เป็นพรรคฝ่ายค้านแบบไม่มีทางสู้ได้ ยิ่งกว่านั้นพรรคเพื่อไทยก็จะดึงพรรคเล็กเข้ามาร่วม แบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรี ในส่วนหนึ่งก็แฮปปี้

เสียงข้างมากอยู่แล้ว ได้พรรคเล็กมาบวกเพิ่มก็ไม่ต้องพูดกันแล้ว

เมื่อการเมืองออกมารูปนี้ เพื่อไทยเป็นรัฐบาล ประชาธิปัตย์ฝ่ายค้าน ก็ต่อสู้กันทุกรูปแบบ ทั้งในสภาและนอกสภา

เอาแพ้-เอาชนะกัน ไม่รอให้ถึงวาระ 4 ปี

อย่างที่บอกว่านักการเมืองนั้นจมูกไวและอ่านทะลุแล้วว่า พรรคเล็กมีโอกาสได้เป็นรัฐบาล และลึกไปกว่านั้น

คือใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี

เซียนการเมืองอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา ที่เล่นการเมืองเพื่อเป็นรัฐบาลมาตลอด ไม่ว่ายุคใดสมัยใด

การเดินทางไปเยือนสุพรรณบุรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ก่อนประชุม ครม.สัญจร ที่อยุธยา ก็เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

“วราวุธ ศิลปอาชา” บุตรชายของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตผู้นำพรรคชาติไทยพัฒนา ก็นำลูกทีมระดับแกนนำทั้งรุ่นเก่ารุ่นใหม่ไปรอต้อนรับนายกรัฐมนตรี

ทางการเมืองถือว่าฮือฮาไม่น้อย

เป็นการพบนักการเมืองในทางเปิดเผยครั้งแรกของนายกฯ ลุงตู่ หลังจากเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ

แต่จะแอบไปพบกับใครในทางลับๆ ก็ไม่ทราบได้

เพียงแต่ครั้งนี้จะเห็นว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน คล้ายกับว่าต่อไปจะร่วมหอลงโรงกัน ขนาดยกยอกันถึงขั้นที่ว่าให้อยู่ยาวไปเลย 10 ปี หากยังไม่ปรองดองกัน

แต่ถ้ามีการเลือกตั้งอย่าลืมพรรคชาติไทยพัฒนาด้วยก็แล้วกัน

ต้องดูกันต่อไปว่าการประชุม ครม.สัญจรในภาคอื่นๆ จังหวัดอื่นๆ จะมีปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่

ทว่ามีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งต่อๆไปแน่ เพียงแต่ว่าจะเป็นใคร พรรคการเมืองไหนเท่านั้นที่จะเดินตามโมเดลสุพรรณบุรี

ลองจัดสัญจรไปปักษ์ใต้บ้านเราดูซิว่าจะเกิดอะไรขึ้น.

“สายล่อฟ้า”