วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้โดยสารระทึก เครื่องบินมีปัญหา ห้องโดยสารร้อน หน้ากากเสีย หูแทบระเบิด

แชร์ประสบการณ์ระทึก ผู้โดยสารร้องสายการบินระบบสแกนกระเป๋ามั่ว แจ้งว่ามีแบตสำรองแต่ไปดูกลับไม่พบ บนเครื่องอากาศร้อน หน้ากากออกซิเจนร่วง-ไม่มีอากาศ บินวนกลับดอนเมืองหูแทบระเบิด ขอยกเลิกตั๋วไม่ยอมคืนเงิน

การเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นอะไรที่สะดวกสบายและรวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบันมีสายการบินต้นทุนต่ำที่ราคาไม่สูงมากให้ผู้โดยสารเลือกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการเอาใจใส่และดูแลผู้โดยสารให้เกิดความประทับใจและบอกต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความผิดพลาดของสายการบิน ที่หากเกิดขึ้นแล้วก็จะมีการแชร์ต่อไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

อย่างเช่นกรณีที่ใผู้ช้เฟซบุ๊ก Karn Poomrath ได้โพสต์แชร์ประสบการณ์ระทึกบนเครื่องบิน ซึ่งเป็นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 60 ของสายการบินโลว์คอสต์แห่งหนึ่งว่า ขณะเครื่องเทคออฟเพียง 10 นาที พบว่าอากาศบนเครื่องร้อน สักพักก็มีสายออกซิเจนหล่นลงมาเงียบๆ โดยไม่มีการประกาศ ปล่อยให้ผู้โดยสารมองหน้ากันเลิกลั่กเกือบนาที จนกระทั่งมีประกาศให้ใส่หน้ากาก แต่ปรากฏว่าหน้ากากไม่มีอากาศไหลออกมา จึงต้องยอมหายใจแผ่วรับอากาศจากภายในเครื่องบินแทน

ต่อมานักบินได้ประกาศว่ามีความผิดปกติ จึงต้องบินกลับไปสนามบินดอนเมือง "ระหว่างทางวนกลับคนที่ทางฝั่งซ้ายเริ่มอ้วกแตก คนที่นั่งแถวหน้าเหมือนจะเป็นลม ตัวผมเองปวดหูแทบระเบิด หน้ากากออกซิเจนก็เสีย ทำอะไรไม่ได้นอกจากอดทน" เมื่อเครื่องลงจอดก็ไม่มีการชี้แจงหรือแนะนำใดๆ ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อจึงปรึกษากับเพื่อนว่าจะยกเลิกตั๋ว จึงไปที่เคาน์เตอร์บริการ แต่พนักงานแจ้งว่าคืนเงินให้ไม่ได้ หากจะคืนเงินได้กรณีเดียวคือเครื่องดีเลย์เกิน 2 ชั่วโมง

เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jatattaya Kittibunthon ที่ระบุว่า สายการบินดังกล่าวระบบแสกนกระเป๋ามั่วมาก เนื่องจากแจ้งว่าในกระเป๋ามีแบตสำรอง ทำให้ตนต้องวิ่งจากประตูเครื่องไปยังเคาน์เตอร์เช็กอินแต่เมื่อไปถึงกลับไม่เจอแบตสำรอง นอกจากนี้ยังพบปัญหาเดียวกับผู้โพสต์รายแรกในเรื่องหน้ากากออกซิเจนกล่นลงมาโดยไม่มีประกาศ และพนักงานไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆ ไม่มีพยาบาล ไม่มีการเยียวยาจิตใจหลังเกิดเหตุ

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก Ubon Ratchathani Moving Forward ได้แจ้งว่า เที่ยวบินดังกล่าวเกิดขัดข้องทางเทคนิคหลังขึ้นบินได้ 15 นาที เป็นเหตุให้เที่ยวบินล่าช้า และมีการแจ้งเปลี่ยนเครื่องกำหนดการใหม่ โดยเครื่องได้ออกจากสนามบินดอนเมือง เวลา 10.25 น. และถึงที่หมาย จ.อุบลราชธานี เวลา 11.30 น. โดยสวัสดิภาพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 60 เวลา 10.15 น. ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ได้ติดต่อสอบถามไปยังสายการบินดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับรายละเอียดแต่อย่างใด ซึ่งจะมีการรายงานความคืบหน้าต่อไป