วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯเร่งคลังทำบัญชีคนชรา แยกผู้สละสิทธิ์-เล็งเพิ่มเงินช่วยผู้เฒ่ารายได้น้อย

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังจัดทำแนวทางการดำเนินการ เพื่อหาคำตอบจำนวนผู้สูงอายุที่สละสิทธิ์การรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐบาลว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงไร และประกาศให้ได้ภายในเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อที่รัฐบาลจะสามารถรับทราบการดำเนินการดังกล่าว และนำเงินในส่วนดังกล่าวไปช่วยสนับสนุนผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยให้ได้รับเบี้ยยังชีพสูงขึ้น จากปัจจุบันที่มีการจ่ายแบบขั้นบันได คือ อายุ 60-69 ปี จะได้รับ 600 บาท อายุ 70-79 ปีจะได้รับ 700 บาท อายุ 80-89 ปี จะได้รับ 800 บาท อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

“นายกฯ ยังกล่าวด้วยว่า การดำเนินการช่วยเหลือของประเทศไทยในขณะนี้ จะแบ่งเฉลี่ยให้เท่ากันหมดไม่ได้ บางเรื่องรัฐบาลอาจจะต้องช่วยคนที่มีฐานะไม่ดีมากกว่า แต่ต้องเป็นความสมัครใจ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้วผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ที่ไม่ได้ไปลงทะเบียนก็ถือว่าไม่ได้รับเงินเบี้ยยังชีพอยู่แล้ว แต่ก็มีความกังวลกันว่า อาจจะมีการสวมสิทธิ์ในส่วนของผู้ที่ไม่ไปลงทะเบียน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการสวมสิทธิ์ขึ้น ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางของนายกฯ ทางกระทรวงคลังจะต้องไปดูวิธีการที่เหมาะสม เช่น อาจจะเชิญชวนให้ผู้สูงอายุทุกคนไปลงทะเบียนและผู้ที่มีรายได้สูงให้แจ้งการสละสิทธิ์ตามความสมัครใจ จากนั้นก็อาจจะมีการประกาศว่า นี่คือตัวอย่างของคนไทยที่พร้อมจะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้คนอื่น ส่วนจะให้รางวัล เครื่องปลอบใจ ยกย่องคุณงามความดี จะเป็นเหรียญตราหรืออะไรก็ว่ากัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันที่ประชุม ครม.เห็นชอบการแต่งตั้ง นายอำพน กิตติอำพน เป็นประธานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติชุดใหม่ โดยมีนายคณิศ แสงสุพรรณ นายวรากรณ์ สามโกเศศ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา นายศักรินทร์ ภูมิรัตน นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล นายสนิท อักษรแก้ว นายอัชพร จารุจินดา นายลักษณ์ วจนานวัช และนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ เป็นกรรมการ ตั้งแต่ 19 ก.ย.2560 เป็นต้นไป.