วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนร้ายฆ่าโหด ตีหัวแม่เฒ่าเจ้าของไร่อ้อย พุ่งปมชิงทรัพย์

ภาพจาก : ตำรวจ สภ.บ่อพลอย

ฆ่าโหด แม่เฒ่าเจ้าของไร่อ้อย เป็นศพคาบ้านพัก ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี พบเงินหลานสาวหายไป 5,000 บาท พุ่งปมฆ่าชิงทรัพย์ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง เร่งสอบ ล่าตัวคนร้าย ...

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2560 ร.ต.อ.ณัฐพร พฤกษ์ธาราธิกูล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากชาวบ้าน บ้านหินลับ ว่า เกิดเหตุผู้หญิงถูกฆ่าเสียชีวิตภายในบ้านพัก เลขที่ 248 หมู่ 15 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี หลังรับแจ้งรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นพร้อมด้วย พ.ต.อ.สรวัชร์ ศรีบุตตะ ผกก.สภ.บ่อพลอย พ.ต.ท.นิธิศ ศรีพรมคำ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ประวิตร เที่ยงน่วม รอง ผกก.สอบสวน พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ศักดิ์สมบูรณ์ สวป.ฯ รุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์เวรจาก รพ.บ่อพลอย ร่วมชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว อยู่กลางป่าไร่อ้อย กลางบ้านพบศพ น.ส.สุนทร จิตนิยม อายุ 67 ปี นอนคว่ำหน้า สภาพศพถูกตีด้วยของแข็ง เข้าที่บริเวณศีรษะ 5-6 แผล นอนเสียชีวิต จมกองเลือด 

จากการสอบสวน น.ส.ภุมรินทร์ เซี่ยงฉี่ อายุ 42 ปี หลานสาวของ น.ส.สุนทร ที่ยืนร้องไห้อยู่ ให้การเบื้องต้นว่า ตนอยู่บ้านเดียว กับ น.ส.สุนทร ผู้ตาย ซึ่งมีอาชีพปลูกอ้อย จำนวน 50-60 ไร่ ตอนเช้าก่อนเกิดเหตุ ตนได้นำพืชไร่ไปส่งตลาดในเมือง และกลับมาเที่ยงกว่าๆ พบว่า น.ส.สุนทร นอนจมกองเลือดอยู่บริเวณพื้นกลางบ้าน และเงินสด ที่วางไว้หลังมุ้ง จำนวน 5,000 บาท หายไป จึงโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ

ต่อมา พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อม พ.ต.อ.วัลลภ สามารถ รอง ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.ท.เวช พิสูตร รอง ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี และ ตำรวจสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ร่วมเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเรียกประชุมชุดสืบสวนที่ สภ.บ่อพลอย ทันที

โดย พล.ต.ต.คำรณ เปิดเผยว่า เบื้องต้นตรวจสอบที่เกิดเหตุทราบว่าผู้ตายอยู่คนเดียว และญาติมาพบภายหลัง คงต้องรอให้พนักงานสอบสวน และชุดสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของ สภ.บ่อพลอย และสืบสวน ภ.จ.กาญจนบุรี กระจายกำลังลงไปในพื้นที่ข้างเคียง เพื่อหาข้อมูลและตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป

ส่วนสาเหตุเบื้องต้น คาดว่า คนร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ เนื่องจากมีเงินสดหายไป แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุอย่างละเอียด เพื่อนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.