วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รปภ.บิ๊กตู่เข้มจัด จับพระสแกน ต้องเคลียร์กันวุ่น

'ทักษิณ' โพสต์ 11 ปี โดนทำรัฐประหาร

“บิ๊กตู่” นำ ครม.ตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป เมืองกรุงเก่า เกือบโดนคว่ำบาตรหลัง สห.สั่งพระเข้าเครื่องสแกน ก่อนจะเคลียร์ลงตัว หวานเยิ้มคนสุพรรณ-อยุธยาน่ารัก ปัดเดินเกมดีล ชทพ. ไม่มีข้อตกลงอะไรทั้งสิ้น “เสี่ยตือ” โยนความคิดส่วน “ประภัตร” ให้รัฐบาล คสช.ลากยาว เมินถูกมองพรรคอะไหล่หนุนรัฐทหาร “นิกร” ย้ำยังไม่ใช่จุดยืน ชทพ. “มาร์ค” คาดคั้น “ประยุทธ์” พูดให้ชัดจะลงมาเล่นเองหรือไม่ ไม่เดินตามโรดแม็ปเสียหายแน่ “พรเพชร” สวนอย่าเพิ่งมโนว่า สนช.จ้องคว่ำ “บิ๊กป้อม” แจงชัดไม่เจอ “ทักษิณ” ที่อังกฤษ เครื่องขึ้นลงคนละเวลา คนละสนามบิน “ทักษิณ” โพสต์รำลึก 11 ปีถูกปฏิวัติ อ้อนยังห่วงคนไทยเสมอ ปมกรุงไทยปล่อยกู้กฤษดาฯส่อบานปลาย “อุตตม-มีชัย” ประสานเสียงไม่รู้ไม่เห็น

ตามที่รัฐบาลวางยุทธศาสตร์จัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร (ครม.สัญจร) พื้นที่ภาคกลาง จ.สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา โดยมีการพบปะกับแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา จนถูกจับตามองว่าเป็นการเดินเกมจับขั้วการเมือง เพื่อเป็นแนวร่วมของรัฐบาลทั้งก่อนและหลังการเลือกตั้งใหม่ที่จะมีขึ้นนั้น

“บิ๊กตู่” นำตักบาตรเมืองกรุงเก่า

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป จากนั้นนายกฯได้เดินทักทายข้าราชการที่มาร่วมทำบุญตักบาตร และถ่ายภาพหมู่กับ ครม.เป็นที่ระลึก ก่อนนั่งรถรางชมอุทยานฯ และทำพิธีตีกลองเปิดตลาดกรุงศรี พร้อมเดินชมตลาดกล่าวทักทายให้กำลังใจพ่อค้าแม่ค้า และชิมอาหารต่างๆ อาทิ ขนมครก ทอดมันปลากราย ข้าวราดแกง ระหว่างที่ชิมขนมครกนายกฯ ได้พูดขึ้นว่า มีคนไปพูดว่าตอนนี้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าแต่ไม่กล้าใช้ ไม่รู้จะพูดทำไม อย่างคนจนก็ต้องเข้าใจเขาไม่มีเงินใช้ รัฐบาลต้องมีเงินสำรองให้สร้างเรื่องกันได้ทุกวัน

ทีม รปภ.เข้มแม้กระทั่งกับพระ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯเดินชมตลาดนั้นมีแม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ศิลปินแห่งชาติ มาร้องลำตัดต้อนรับ และ พล.อ.ประยุทธ์ยังร่วมร้องลิเกสั้นๆกับพ่อค้าขายน้ำที่แต่งชุดลิเกและร้องลิเกขายน้ำ โดยตลาดดังกล่าวจัดแบบย้อนยุค พ่อค้าแม่ค้าสวมชุดไทย แต่ได้นำระบบการชำระเงินในแบบ “คิวอาร์โค้ด” มาใช้ด้วย เป็นที่น่าสังเกตว่าทีมรักษาความปลอดภัยได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัย เข้มงวดเป็นพิเศษ การลงพื้นที่แต่ละจุดกำหนดให้เป็นพื้นที่ปิด มีการตรวจเช็กและสแกนบุคคลที่จะเข้างานอย่างละเอียด แม้แต่รัฐมนตรียังต้องผ่านเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย ขนาดพระสงฆ์ที่มารับบาตรยังมีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร (สห.) ประกาศต้องผ่านเข้าเครื่องสแกนก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาต้องเข้ามาเคลียร์ จนสุดท้ายเจ้าหน้าที่ สห.อนุญาตให้ผ่านไปได้

อนุมัติงบฯโครงการที่เห็นผล

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์นำ ครม.นั่งรถรางจากตลาดกรุงศรี มายังอาคาร 100 ปี ศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เพื่อประชุม ครม.สัญจร โดยก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายกฯได้กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี และพระนครศรีอยุธยา พบยังมีหลายปัญหา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้มีรายได้น้อย ที่เป็นเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อยจำนวนมาก ดั้งนั้นสิ่งสำคัญที่อยากแจ้งให้ ครม.ทราบว่า ต่อจากนี้มีนโยบายการใช้จ่ายงบประมาณปี 2560 และปี 2561 ต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ให้ได้ จะอนุมัติโครงการโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่สามารถทำได้ทันทีเท่านั้น แบ่งออกเป็นโครงการย่อย คำนึงถึงผู้มีรายได้น้อยเป็นสำคัญ รัฐมนตรีต้องรับฟังความเห็นประชาชน นำมาปรับให้สอดคล้องกับการทำงาน เพราะข้อมูลบางอย่างที่รัฐบาลพยายามนำเสนอบางส่วนยังเข้าไม่ถึงประชาชน ต้องสร้างความเชื่อมโยงให้ได้ อย่างโครงการจัดซื้อจัดจ้าง

ปลื้ม ครม.สัญจรทำคนเข้าใจ

กระทั่งเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่น่ารักให้การต้อนรับ ครม.อย่างดียิ่งยอดเยี่ยม อาจเป็นภาระบ้างก็ขออภัย เพราะต้องการให้ทุกคนรับรู้ให้มากที่สุดว่าเราเดินหน้าเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ จึงต้องมาติดตามความก้าวหน้าของงานที่ทำมา 3 ปี ในการดูแลทุกกิจกรรม ทั้งด้านเกษตร เอสเอ็มอี ธุรกิจการค้า บริหารจัดการน้ำ สิ่งที่เห็นคือประชาชนเข้าใจมากขึ้น หลายเรื่องที่ได้ประโยชน์คือการรับฟังปัญหาในพื้นที่ มีทั้งเห็นด้วยบางส่วนเห็นด้วยมาก ได้เห็นศักยภาพของ จ.สุพรรณบุรีและพระนครศรีอยุธยา ที่จะเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกันอย่างไร

ปัดเกมดีล ชทพ.ยินดีรับทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงการพบปะนักการเมือง พรรคชาติไทยพัฒนา ว่า เรื่องการเมืองก็ปล่อยให้เป็นเรื่องการเมือง ยินดีตอบรับทุกคนทุกพื้นที่อยากมาพบก็มา ยืนยันว่าไม่ได้มีข้อตกลงอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่ให้ทุกคนรับรู้ว่ารัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ ทุกคนที่ยังอยู่ในแวดวงการเมืองหรือในอนาคต หรือเคยอยู่มาแล้ว ต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้ เป็นขั้นต้นการปรองดองนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้งครั้งต่อไป มีเจตนารมณ์เท่านี้ “สื่อหลายฉบับไปพาดหัวว่าเป็นเรื่องของการดีลกัน ยืนยันว่าไม่มี และไม่จำเป็นต้องดีล ถ้าใครเห็นว่าเดินหน้าไปด้วยกันได้ก็มาช่วยกันดูมาช่วยกันคิด จะได้ไม่เกิดความขัดแย้ง เรื่องการเมืองทุกคนทราบดีไม่มีอะไรจะสงบได้ เรื่องการสร้างความนิยมทางการเมืองไม่ว่าใครจะว่าอะไรก็ตาม ยินดีรับไปแก้ไขและหาข้อเท็จจริง พร้อมนำเข้าสู่การตรวจสอบทุกระดับ ทุกเรื่อง ผมรับได้ในทุกเรื่อง”

หวานเยิ้มแค่เห็นรอยยิ้มก็สุขใจ

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินพบปะประชาชนชาวอยุธยาพร้อมกับกล่าวว่า ประชาชนต้องช่วยกันแก้ปัญหาด้วย จะเฝ้าคอยให้คนมาแก้คงไม่ได้ ประชาชนต้องยื่นมือมาให้รัฐบาล แต่เราจับมือทุกคนไม่ได้ จึงให้รวมกลุ่มกันมาจับมือกับรัฐบาล วันนี้อาจอารมณ์เสียหน่อยกับคำถามสื่อ แต่พอเห็นรอยยิ้มประชาชนก็มีกำลังใจ ขอแค่นี้แหละ เวลาเขาชวนไปชุมนุมไม่ต้องไปแล้ว ไปกราบพระบรมศพดีกว่า หากพบเห็นการทุจริตให้มาบอกจะดำเนินการให้ ไม่ว่าทหาร ตำรวจ ใครที่อ้างชื่อตน อ้างชื่อรองนายกฯ เพื่อรับผลประโยชน์ มันทุเรศ ล่าสุดพบคนชื่อ “เสธ.อ.” อ้างว่าเป็นเพื่อนตน ดูแล้วไม่ใช่เพราะจำหน้าเพื่อนได้ทุกคน แต่ไอ้บ้านั่นไม่ใช่เพื่อนแน่นอน ใครพบให้แจ้งมา และไม่เข้าข้างคนรวย ตนเข้าข้างคนจน การบริหารงานไม่มีใครมาหลอกได้ เพราะไม่ใช่รัฐบาลที่หลับหูหลับตา ใครขออะไรก็ให้ไป แต่เรามาดูทุกอย่าง ไม่ท้อ เพราะทุกคนเป็นกำลังใจให้แม้จะมีคนเกลียดบ้าง แต่ตนรักทุกคน และรับฟังทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องไร้สาระ

ตบมุกอำลาล้อเลียนนักการเมือง

“การเลือกตั้งอำนาจไม่ได้อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่ท่านว่าจะกาอย่างไร กาให้ดีก็แล้วกัน อย่าหลงเชื่อคารมแล้วไปกาเลือกเขา วันนี้ถ้ามีความขัดแย้งต่อให้เขียนรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับ ก็แก้ปัญหาไม่ได้ รัฐธรรมนูญมีเกือบ 300 มาตรา แต่คนกลับไปอ่านแค่มาตราเดียว คือการชุมนุมประท้วงเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เราจะเกลียดนักการเมืองไม่ได้ เพราะทุกคนเป็นคนไทย การเลือกตั้งเป็นไปตามกลไกของประชาชน ผมขอเพียงเวลาและโอกาสเพื่อแก้ปัญหา ในอนาคตต้องไม่มีการโกง ที่ผ่านมาไม่รู้จะโกงอะไรกันหนักหนา บางเรื่องไม่น่าโกงก็ยังโกงกันเลย ส่วนกระแสวิจารณ์ว่ารัฐบาลอยู่ในช่วงขาลงนั้น สถานการณ์การเมืองไม่มีอะไรจะสงบได้ เพราะเป็นการสร้างความนิยมทางการเมือง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ถามผู้เข้าร่วมรับฟังว่า “จะเลือกตั้งพรุ่งนี้เลยหรือไม่” จากนั้นได้ทำท่าปราศรัยล้อเลียนนักการเมือง ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางกลับ กทม.

อนุมัติโครงการตามรอยเท้าพ่อ

ขณะที่ พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.สัญจร ว่า ที่ประชุมอนุมัติโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการฟื้นฟูอาชีพด้านการเกษตรแก่เกษตรกร สำหรับผู้ประสบอุทกภัยในปี 2560 เป้าหมายคือช่วยเหลือผู้ประสบภัยจำนวน 450,000 ครัวเรือนในพื้นที่ประสบอุทกภัย 43 จังหวัดทั่วประเทศ รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายปัจจัยการผลิตครัวเรือนละไม่เกิน 5,000 บาท ใช้งบประมาณกลางปี 2560 จำนวน 2,295 ล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงหลายตำแหน่ง อาทิ นางอุมาพร สุขม่วง เป็นอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์บริการ นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ เป็นอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นายประสาร มหาลี้ตระกูล เป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ

ตีกลับแผนบริหารจัดการน้ำ

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ที่ประชุม ครม. สัญจร รับทราบความก้าวหน้าการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้งและอุทกภัย โดยมีข้อเสนอแผนงานโครงการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง ตามแผนบริหารจัดการน้ำระยะที่ 2 ปีงบประมาณ 2561-2562 โดยกรมชลประทานเสนอโครงการเร่งด่วน 76 โครงการ งบประมาณ 6,020 ล้านบาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเสนอ 33 โครงการ งบประมาณ 68.40 ล้านบาท กรมโยธาธิการและผังเมือง เสนอโครงการวางและจัดทำผังนโยบายบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำ 11 ลุ่มน้ำ งบประมาณ 330 ล้านบาท เพื่อให้ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำ รวมทั้งสิ้น 6,418.4 ล้านบาท แต่เพื่อให้รัดกุมจึงให้นำข้อมูลทั้งหมดให้เลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) รวบรวมแผนงานทั้งหมดไปพิจารณาแล้วนำเสนอ กนช.และเสนอ ครม.ภายในสัปดาห์หน้า หรืออย่างช้าในสัปดาห์ถัดไป

“เสี่ยตือ” โยนความคิด “ประภัตร”

ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ให้เกียรติถามถึงตนระหว่างลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี ให้เกียรติตระกูลปริศนานันทกุล เชื่อว่านายกฯให้ความเชื่อมั่นว่าเราทำงานการเมืองกับประชาชนได้ การที่อดีต ส.ส.พบปะพูดคุยกับนายกฯ และรัฐมนตรีหลายคน ถือเป็นโอกาสได้พูดสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน ส่วนที่นายประภัตร โพธสุธน แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ระบุให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ยาวถึง 10 ปีนั้น ต้องถือเป็นความเห็นส่วนตัวนายประภัตร หรือที่นายวราวุธ ศิลปอาชา อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พูดออกมา ถือเป็นเสียงสะท้อนจากอดีต ส.ส.ที่ทำงานคลุกคลีกับเกษตรกรและชาวนา

เมินถูกมองพลิ้วหนุนรัฐทหาร

นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราต้องคิดว่าสิ่งใดคือประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือประโยชน์ต่อรัฐบาล ถ้าอดีต ส.ส.ไม่ไปสะท้อนความเห็นแทน ประชาชนคงมีโอกาสน้อยที่ได้ไปยืนพูดให้นายกฯ และรัฐมนตรีรับทราบปัญหา ถือเป็นโอกาสของทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล ประชาชน และประเทศมากกว่า ใครจะวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคชาติไทยพัฒนาหันไปสนับสนุนรัฐบาลทหาร สุดแล้วแต่ใครจะมอง พรรคชาติไทยพัฒนาไม่เคยสร้างศัตรูกับใคร เราเป็นมิตรกับทุกพรรค เราเป็นพรรคที่ถูกเลือก เมื่อร่วมกับใครแล้วเราไม่เคยทิ้งพวกกลางคัน เมื่อพรรคที่มีเสียงข้างมากไม่เลือกเรา เราก็ไปเป็นฝ่ายค้าน เราไม่เคยเพาะศัตรู ที่สำคัญเราไม่มีโอกาสจะรู้ได้ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล เราไปคิดแทนประชาชนไม่ได้

“นิกร” ย้ำยังไม่ใช่จุดยืนพรรค

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ถือเป็นความเห็นส่วนตัวของนายประภัตร ไม่ใช่ในนามพรรค การไปต้อนรับนายกฯ และ ครม.ในการลงพื้นที่ไม่ใช่เรื่องแปลก อย่างนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ก็เคยแถลงชัดเจนถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ แม้จะมีประเด็นปัญหาอยู่หลายเรื่องที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ต้องรับรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นประเทศจะไปต่อไม่ได้ เราทุกคนยืนตามนั้นถือว่าการเลือกตั้งเป็นสารัตถะ สำคัญทางการเมือง

“มาร์ค” คาดคั้น “บิ๊กตู่” พูดให้ชัด

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่จะมีอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาไปคอยต้อนรับนายกฯ ตอนลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.สุพรรณบุรี เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่ และการไปดูงานแปลงนาสาธิตของนายประภัตรไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร การที่นายกฯ จะคุยกับนักการเมืองบ้างไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการจับมือระหว่างทหารกับพรรคชาติไทยพัฒนาในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ต้องไปถาม พล.อ.ประยุทธ์กับคนที่ไปต้อนรับ แต่การพูดคุยกันจะไม่มีอะไรเสียหายหากนำปัญหาของพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง และเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะเป็นการจับขั้วการเมืองกันแล้ว เพราะนายกฯ พูดเองว่าจะดูแลกติกาเลือกตั้งให้ผู้เล่น ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าอย่าเอาท่านไปเป็นผู้เล่นด้วยนั้น อยู่ที่ตัวนายกฯ ต้องกำหนดตัวเองว่าจะเป็นผู้เล่นหรือไม่ เพราะเป็นคนเดียวที่จะตอบได้

ไม่เดินตามโรดแม็ปเสียหายกว่า

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายประภัตรระบุให้รัฐบาล คสช.อยู่ยาวไปอีก 8-10 ปี ว่า เข้าใจว่านายประภัตรคงกังวลเรื่องความขัดแย้ง แต่ยืนยันว่าการไม่เดินตามโรดแม็ปที่ คสช.กำหนดไว้ จะเกิด ความเสียหายมากกว่าข้ออ้างที่ว่าหากกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยแล้วจะมีปัญหา ทำให้หลงทางอีก หน้าที่ คสช.จึงต้องทำให้เกิดความมั่นใจว่า การเลือกตั้งตามแผนที่ คสช.กำหนด จะนำไปสู่ความสงบเรียบร้อยอย่างไร จำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือจากกลุ่มไหน ให้ดำเนินการไป เพราะ คสช.และแม่น้ำ 5 สายเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง

“พรเพชร” ลังเลไม่กล้าระบุวัน

ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในกลางปี 2561 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งที่เหลืออยู่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ กรธ.ยืนยันว่าจะส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้ สนช.พิจารณาได้ภายในต้นเดือน ธ.ค.นี้ แต่จากตัวอย่างที่เห็นแทบทุกฉบับมักมีการโต้แย้ง ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมฯ จึงต้องดูว่าจะตั้ง กมธ.ร่วมในร่างกฎหมายลูก 2 ฉบับนี้หรือไม่ เพราะเป็นกฎหมายที่ยาก ต้องรับฟังความเห็นจากพรรคการเมือง และประชาชนจำนวนมาก แต่ สนช.เตรียมศึกษาไว้ล่วงหน้าแล้ว

อย่ามโน สนช.จ้องคว่ำ ก.ม.ลูก

ผู้สื่อข่าวถามว่าหาก สนช.ลงมติคว่ำ 2 ร่างกฎหมายลูกนี้ และกรอบเวลาไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นายพรเพชรตอบว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น กรธ.ต้องยกร่างใหม่ แต่อย่าเพิ่งไปสมมติ หรือมองว่าเป็นช่องว่างให้เกิดการลากยาว เพราะมันถูกบังคับโดยสภาพการณ์อยู่แล้ว ขอให้มอง กมธ.ในแง่ดีบ้าง อย่าเพิ่งถ้าเลย แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วค่อยมาถามอีกทีดีกว่า เมื่อถามว่ากระบวนการสรรหา กกต.ชุดใหม่จะมีผลกระทบการเลือกตั้งหรือไม่

นายพรเพชรตอบว่า กกต.ชุดปัจจุบันยังทำหน้าที่รักษาการต่อไป มีอำนาจตามปกติจนกว่าจะมี กกต.ชุดใหม่ คิดว่าคงไม่เป็นปัญหาต่อการกำหนดวันเลือกตั้ง เพราะ กกต.ชุดปัจจุบันยืนยันว่าจะทำงานเต็มที่ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมีการปรองดองก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายพรเพชรตอบว่า การสร้างความปรองดองเป็นสิ่งเราเรียกร้อง แต่ไม่ได้เป็นเงื่อนไข การปรองดองเป็นเป้าหมายของ คสช. ส่วนการเลือกตั้งดำเนินการตามโรดแม็ป

“บิ๊กป้อม” แจงชัดไม่เจอ “ทักษิณ”

วันเดียวกันที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีถูกจับตามองการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่ประเทศอังกฤษ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจได้พบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัว เพราะอยู่ในกรุงลอนดอนช่วงเดียวกันว่า “โอ๊ย ปัดโธ่เอ๊ย พวกคุณก็พูดไป โธ่ ไม่มีๆไปคนละเวลา ไม่เจอกัน คนหนึ่งกลับเวลาหนึ่ง คนหนึ่งไปเวลาหนึ่ง แล้วมันจะเจอกันได้อย่างไร ผมกลับกลางวัน เขามากลางคืน จะเจอกันได้อย่างไร ขนาดใช้สนามบินยังใช้คนละสนาม ไม่เห็นมีอะไรเลย” เมื่อถามว่า หลังหารือกับ รมว.กลาโหมและ รมช.ต่างประเทศของอังกฤษ จะมีการอนุมัติจัดซื้ออาวุธเพิ่มเติมหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีอะไร เรื่องการจัดซื้อเป็นไปตามเดิมที่มี ตนไม่ได้ไปดูอาวุธ แต่เป็นทางเหล่าทัพที่ไปดู

ขู่ “แม้ว” โพสต์มั่วซั่วรับผิดชอบเอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพตัวเองขณะอยู่ประเทศอังกฤษ ว่า การโพสต์ภาพอะไรเป็นเรื่องของท่าน เคยบอกแล้วห้ามท่านไม่ได้ โพสต์มาหากมันเกิดอะไรขึ้นก็แล้วแต่ท่าน เลือกของท่านเองถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ไปควบคุมไม่ได้พูดไปก็เท่านั้น ไปดูเอาแล้วกัน คำถามพวกนี้ไม่ขอตอบ ไม่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าการติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่เคยไปไล่ล่าใคร เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมเรื่องของคนไม่กี่คนก็ขยายความขัดแย้งกันอยู่ได้ มันได้อะไรขึ้นมา เดี๋ยวก็จับจนได้ ถ้าจับไม่ได้แสดงว่าเขาไม่ให้ตัว ก็ต้องรอ วันนี้มาที่นี่ ตั้งแต่ประชุมอารมณ์รุนแรงหน่อย เมืองนี้เป็นเมืองประวัติศาสตร์ เป็นเมืองที่พระมหากษัตริย์ 30 กว่าพระองค์ ที่นั่งอยู่นี้เพราะบรรพบุรุษรักษาแผ่นดินนี้ไว้ เราอย่าทำลายแผ่นดินผืนนี้

“ทักษิณ” อ้อนห่วงคนไทยเสมอ

วันเดียวกัน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ลงทวิตเตอร์ว่า “ผมหวังว่าความทรงจำของเหตุการณ์เมื่อ 11 ปีที่ผ่านมาจะไม่เลือนไปจากหัวใจของคนไทย ผมยังคงเป็นห่วงชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยเสมอมาและตลอดไป” สำหรับวันที่ 19 ก.ย. ถือเป็นวันครบรอบ 11 ปี ที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. สมัยนั้นทำรัฐประหารรัฐบาลนายทักษิณ เมื่อวันที่ 11 ก.ย.2549

“เหวง” สรุปบทเรียน 11 ปียึดอำนาจ

ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 11 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย.49 มีข้อสรุปเรื่องประโยชน์ของการรัฐประหาร ย่อมได้แก่ พวกทำรัฐประหาร คือ 1.สร้างรัฐข้าราชการเต็มรูปภายใต้การชี้นำของทหารสำเร็จ 2.ทุ่มกำลังสติปัญญาเพื่อเขียนกฎหมายสูงสุดให้อำนาจอยู่ในเงื้อมมือ แต่เปลือกนอกดูเหมือนอำนาจเป็นของประชาชน 3.ประสบผลสำเร็จอย่างสูงในการสร้างองค์กรตามกฎหมายสูงสุด เพื่อกำกับบงการฝ่ายตรงข้ามให้อยู่ในกรอบที่ต้องการ ทำให้ดำรงชีวิตอยู่ต่อไปยาก 4.ประชาชนส่วนใหญ่ยากจนข้นแค้นลง แต่พวกเขาและประชาชนที่อยู่ปลายยอดร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นมหาศาลฉับพลัน 5.สิทธิเสรีภาพความคิดสร้างสรรค์ของประชาชนถูกจำกัดตีกรอบ 6.ใช้กฎหมายสูงสุดสร้างหลักประกันว่าพีระมิดการเมืองที่พวกเขาสร้างขึ้น จะอยู่ได้ยาวนานไม่ต่ำกว่า 20 ปี

“พิชัย” ถามถึงเวลาคนไทยคิดใหม่หรือยัง

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทุกคนต้องถามตัวเองว่าปัญหาการเมืองตลอด 11 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศไทยย่ำแย่ไปขนาดไหน การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยต้องต่ำเตี้ยมาตลอด ขณะที่ประเทศอื่นที่มีศักยภาพใกล้เคียงกัน ขยายตัวโตกว่า แนวคิดดีๆในการพัฒนาประเทศหยุดนิ่ง เกิดการปฏิวัติรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ยังไม่รวมการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศยิ่งลดต่ำมากขึ้น 11 ปีที่แล้ว เรามีผู้นำที่ทำให้ประเทศน่าเชื่อถือ จนถูกคาดหมายว่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย แต่ตอนนี้ต่างชาติกลับมองไทยเป็นคนป่วยของอาเซียน ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คนไทยทุกคนจะต้องคิดใหม่ตั้งหลักใหม่ให้ประเทศกลับมาแข็งแรง

ขย่ม คสช.เลือกปฏิบัติปราบโกง

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า ครบรอบ 11 ปีของการยึดอำนาจ ความดีเพียงอย่างเดียวของ คสช. คือทำให้คนไทยได้รับรู้ว่าการยึดอำนาจไม่ใช่ทางแก้ปัญหา แต่กลับสร้างปัญหาไม่รู้จบ ที่สำคัญทำลายหลักนิติธรรมอันเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตย การปราบโกงที่เป็นข้ออ้าง เป็นเพียงวาทกรรมและเลือกปฏิบัติ หากเป็นคนอื่นที่ถูกกล่าวหาจะถูกใช้อำนาจพิเศษสั่งพักงาน แต่หากเป็นคนในกองทัพ เช่น การจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 หรือการรับงานขุดลอกคูคลองของ อผศ. หรือการจัดซื้อเรือเหาะ หรือล่าสุดการอนุมัติให้เอกชนใช้พื้นที่ป่าไม้ คนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตกลับนั่งประชุมร่วมกับหัวหน้า คสช. ทั้งหมดคือธรรมชาติของเผด็จการทุกยุคที่ความจริงจะปรากฏออกมาเมื่อหมดอำนาจ

“สุวพันธุ์” อ้างไม่ได้พุ่งเป้า “โอ๊ค”

ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดีกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ที่มีอำนาจอนุมัติปล่อยกู้ให้บริษัทในเครือกฤษดา มหานครอีก 2 ราย ว่า อธิบดีดีเอสไอทำตามหลักฐาน และประสานกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ส่วนจะตรวจสอบใครบ้างนั้น ดีเอสไอมีข้อมูลอยู่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ดำเนินการเจาะจงเฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เหมือนที่ตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินการกับเฉพาะนายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายอดีตนายกฯ

ตอกย้ำดีเอสไอทำตามหลักฐาน

เมื่อถามว่า 1 ใน 2 รายชื่อที่นายวีระยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบมีชื่อนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม สมัยดำรงตำแหน่งผู้บริหารที่มีอำนาจอนุมัติปล่อยกู้ด้วย นายสุวพันธุ์ตอบว่า ตรงนี้เป็นเรื่องรายละเอียดต้องหารือกับอธิบดีดีเอสไอ ให้นโยบายไว้แล้วคือให้ทำตามพยานหลักฐานและข้อมูลที่มีการร่วมมือกับ ปปง. เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าจะดำเนินการกับทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายสุวพันธุ์ตอบว่า ดีเอสไอจะทำไปตามข้อเท็จจริงที่มี เมื่อถามย้ำว่าถ้ามีรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้เกี่ยวข้องจะไม่ปกป้องใช่หรือไม่ นายสุวพันธุ์ตอบว่า “ถามอย่างกับไม่รู้จักกัน” แต่ขอหารือกับอธิบดีดีเอสไอก่อน

“อุตตม” บอกเกมโอเวอร์แล้ว

ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งจบไปแล้ว ไม่ขอให้ความเห็น

“มีชัย” ปัดวุ่นไม่เอี่ยวปมร้อน

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีเคยดำรงตำแหน่งในบริษัทกฤษดามหานคร เมื่อปี 2555 ที่มีข้อครหาฟอกเงินกับธนาคารกรุงไทย ว่า ใช่ แต่ทางบริษัทกฤษดามหานครไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นที่มาซื้อหุ้นบริษัทโดยการกู้เงิน ไม่เกี่ยวกับบริษัท ไม่รู้ว่าเขาเอาเงินจากไหนมาซื้อ เราตรวจสอบเงินของผู้ซื้อหุ้นไม่ได้

บี้ดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกราย

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวันชัย บุนนาค ทนายความอิสระ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขอให้ดำเนินคดีฐานฟอกเงินกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในเครือกฤษดามหานครทุกราย โดยไม่มีการละเว้น มี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง นายวันชัยกล่าวว่า ดีเอสไอยังไม่ได้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด คดีนี้มีผู้บริหารร่วมอนุมัติเงินกู้ 5 คน แต่กลับถูกดำเนินคดีเพียง 3 คน ที่เหลือยังไม่ถูกดำเนินคดี ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายชัยณรงค์ อินทรมีทรัพย์ อยากให้ดีเอสไอดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องทุกราย มีทั้งบุคคลและนิติบุคคลประมาณ 200 ราย หากยังไม่ดำเนินการตรงไปตรงมา อาจเข้าข่ายความผิด ตาม ม.157

กระทุ้ง ทบ.แจงปมเรือเหี่ยวเพิ่ม

อีกเรื่อง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายก รัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างเรือเหาะตรวจการณ์ราคา 350 ล้านบาท ของกองทัพบก ว่า ฝ่ายความมั่นคงเสนอมา โดยมีหลักจะช่วยลดความเสี่ยงของกำลังพล จึงอนุมัติ แต่เมื่อไปใช้งานแล้วมีปัญหาอย่างไร หน่วยงานที่นำไปใช้งานต้องออกมาชี้แจง ต้องดูว่าเกิดจากอะไร ใครต้องรับผิดชอบ ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.เคยยกคำร้องไปแล้ว หากรื้อคดีใหม่ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ป.ป.ช. โดย ป.ป.ช.สอบในกรอบว่ามีการทุจริตหรือไม่ และจบไปแล้ว แต่ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่จะรื้อฟื้นก็ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณา แต่กรณีนี้มีการพูดถึงการใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า ไร้ประสิทธิภาพ เป็นคนละกรณีกับการทุจริต ดังนั้นดีที่สุดกองทัพบกต้องสรุปประเมินให้ชัดเจน ว่ามีปัญหาการใช้งานอย่างไร ไม่ใช่สรุปแค่ว่าปลดประจำการแล้ว ควรให้ความกระจ่างต่อสังคม เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวเป็นบทเรียนสำหรับการทำโครงการในวันหน้า

พท.ยั่วอดีตนายกฯต้องรับผิดชอบ

ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจว่าเหตุใด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ที่เป็นคนเซ็นอนุมัติกับมือออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ ทั้งที่น่าจะเป็นโต้โผออกมาเปิดเผยว่าเอกสารข้อมูลที่ประกอบการเซ็นอนุมัติ มีรายละเอียดอย่างไร เช่น มีการนำเข้า ครม.ในยุคนั้นหรือไม่ รายละเอียดระบุว่าสเปกบินได้สูงกี่เมตร บินจริงได้กี่เมตร ทีโออาร์มีการรับประกันอย่างไร แม้นายอภิสิทธิ์อ้างว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงเสนอมา ก็ต้องดูว่าเกิดจากอะไร ใครต้องรับผิดชอบ อดีตนายกฯจะรับผิดชอบอย่างไร

อสส.ขยายอุทธรณ์คดีจีทูจี 30 วัน

นายสุรศักดิ์ ตรีรัตน์ตระกูล อธิบดีอัยการสำนักงานสอบสวน และรองหัวหน้าคณะทำงานอัยการคดีจำนำข้าวและทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาอุทธรณ์คดีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกนักการเมือง ข้าราชการ เอกชนและปรับบริษัทจำเลยรวม 18 รายจากที่ยื่นฟ้อง 26 ราย ว่า ที่ประชุมคณะทำงานอัยการ ได้ยื่นขอขยายเวลาอุทธรณ์ต่อศาลเป็นเวลา 60 วัน โดยอาศัยหลักประมวลวิธีพิจารณาความอาญาและเหตุผล เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก และต้องรอคำวินิจฉัยส่วนตัวขององค์คณะทั้ง 9 คน จากที่ได้คำพิพากษาส่วนกลางมาแล้ว ขณะนี้อัยการได้ขอคัดคำวินิจฉัยส่วนตัวมาได้แล้ว 3 ท่าน คือ นายธนฤกษ์ นิติเศรณี เจ้าของสำนวน นายอภิรัตน์ ลัดพลี และนางพฤษภา พนมยันตร์ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาพิจารณาคำขอขยายเวลาอุทธรณ์ แล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้อัยการโจทก์ขยายเวลายื่นอุทธรณ์ได้เป็นเวลา 30 วันนับจากวันที่ครบกำหนดจะยื่นอุทธรณ์

รับเรื่องสลายม็อบ นปช.ปี 53

ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษก อสส. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ทนายความพร้อมญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม นปช.ปี 2553 เดินทางมายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ อสส. เพื่อขอให้ส่งสำนวนในคดีนี้ให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีใหม่ว่า ได้ส่งเรื่องให้ ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อสส.ไปเเล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดใช้เวลาไม่นาน ก่อนสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไป

“อภิสิทธิ์” รู้ทัน นปช.ปลุกรื้อคดี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของ นปช.สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จะพิจารณาว่าเข้าข่ายตามกฎหมายหรือไม่ เห็นใจผู้สูญเสียที่ต้องการเห็นความชัดเจนในข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรม แต่ไม่ควรนำเรื่องนี้มาใช้เป็นเครื่องมือหวังผลทางการเมือง เพราะวันที่มีการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กลุ่มคนเหล่านี้กลับไม่ออกมาคัดค้านจึงเป็นเรื่องแปลกที่ไม่คัดค้านการนิรโทษกรรม แต่กลับหยิบเรื่องนี้มาเคลื่อนไหว ส่วนญาติผู้เสียชีวิตที่ต้องการความเป็นธรรม ถือเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ป.ป.ช.ก็ไม่ได้ปิดทาง เพราะมีการสรุปว่าต้องหาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีไป เหมารวมกันไม่ได้ เพราะมีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้ชุมนุมที่ต่างก็สูญเสีย

“จ่านิว”นำแนวร่วมรำลึก 11 ปีปฏิวัติ

อีกด้านเมื่อเวลา 18.00 น. ที่สกายวอล์กฝั่งหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กลุ่มมวลชนต่อต้าน คสช. ใช้ชื่อกลุ่ม Startup People Thailand นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว ใช้โอกาสวันครบรอบ 11 ปี การรัฐประหารของ คมช. นัดหมายสวมเสื้อสีดำข้อความ “รังเกียจเผด็จการ” จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ภายใต้สโลแกน “11 ปีแห่งความอุบาทว์ เพราะรัฐประหารมันเฮงซวย” มีการปราศัยผ่านเครื่องขยายเสียงโจมตีการรัฐประหารในยุค คมช. ว่าเป็นต้นเหตุความวุ่ยวาย ต่อด้วยการรัฐประหารในยุค คสช. เป็นวงจรอุบาทว์ที่สืบทอดกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเจรจาขอคืนพื้นที่ และไม่ให้ใช้เครื่องขยายเสียง จากนั้นทั้งหมดร่วมกันร้องเพลง “เพื่อมวลชน” พร้อมยืนสงบนิ่งเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ถูกคุมขังในเรือนจำในช่วงรัฐบาล คสช. ก่อนแยกย้ายกันกลับ