วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกสาวตาย หลังเพิ่งคลอด 'ลูกทุ่ง' โวย (คลิป)

โยนผิดให้รพ. หมอเปิดแจง แม่มีอายุมาก

นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่ “ยอดรัก เพชรสุพรรณ” โวย รพ.ปทุมธานี ทำลูก สาวแรกเกิดเสียชีวิตหลังคลอดออกมาได้เพียง 40 นาที เชื่อสาเหตุจากพยาบาลปล่อยปละละเลยไม่สนใจภรรยาที่ปวดท้องรุนแรงตลอดทั้งคืน โพสต์เฟซบุ๊กสุดเศร้ายันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไปลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนนำศพลูกสาวส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รอง ผอ.โรงพยาบาล พร้อมแพทย์สูตินรีเวช เปิดแถลงชี้แจง แม่เด็กอายุ 41 ปี ถือว่ามากในการตั้งครรภ์ ยันพยาบาล ดูแลตามขั้นตอน ก่อนคลอดผลตรวจทุกอย่างปกติ แต่พอเด็กออกมาหัวใจเต้นช้า ตัวเขียว และไม่ร้อง ช่วยกันทำซีพีอาร์แต่ยื้อชีวิตไม่ได้ คาดสาเหตุจากเด็กมีภาวะโครโมโซมผิดปกติ และช่องคลอดบีบรัดตัวอย่างรุนแรงช่วง 1 ชั่วโมงก่อนคลอด

กรณีศิลปินนักร้องลูกทุ่ง “ยอดรัก เพชรสุพรรณ” โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบายความในใจที่ต้องสูญเสียลูกสาว หลังจากภรรยาเพิ่งคลอดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ได้เพียง 40 นาทีก็เสียชีวิต อ้างเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลปล่อยปละละเลย พร้อมเผยภาพสุดสะเทือนใจภรรยาที่นอนอยู่บนเตียงอุ้มร่างไร้วิญญาณของลูกน้อยไว้แนบอกร่ำไห้อย่างน่าเวทนา หลังข่าวแพร่กระจายไปในโลกโซเชียล บรรดาแฟนคลับต่างเข้าไปเขียนข้อความให้กำลังใจเป็นจำนวนมากและบางส่วนอยากให้รอฟังคำชี้แจงจากทางโรงพยาบาล

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ รพ.ปทุมธานี เข้าพบ “ยอดรัก เพชรสุพรรณ” หรือชื่อจริงนายประยุทธ เล็บประดู่ อายุ 51 ปี นักร้องลูกทุ่งผู้สูญเสียลูกสาวแรกเกิด เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองปทุมธานี เกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกสาว ขณะที่ น.ส.น้ำฝน โพธิ์เข็ม อายุ 41 ปี ภรรยายังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล ส่วนศพลูกสาวที่ตั้งชื่อว่า ด.ญ.ดวงใจ เล็บประดู่ นำส่งไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

นายประยุทธเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ภรรยาเจ็บท้องเตือนเนื่องจากครบกำหนดคลอด จึงพาเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเย็น จากนั้นตนเดินทางกลับบ้านเพื่อมาเตรียมข้าวของเครื่องใช้ กระทั่งเช้าวันที่ 16 ก.ย. หมอโทร.มาแจ้งว่าภรรยาคลอดแล้วเป็นลูกสาว แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล กลับพบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว หลังจากคลอดออกมาได้ 40 นาที ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อสอบถามภรรยาบอกว่า ปวดท้องตั้งแต่ช่วงเย็นแต่ปากมดลูกเปิดเพียงนิดเดียว จากนั้นเริ่มปวดมากขึ้นหลังเที่ยงคืน พอช่วงตี 2 ถึงตี 4 ปวดท้องอย่างหนักแต่ไม่เห็นพยาบาลเข้ามาดู ภรรยาต้องเดินประคองถือสายน้ำเกลือออกไปตามหาพยาบาล กระทั่งช่วงตี 5 พยาบาลพาเข้าไปในห้องคลอด และหมอทำคลอดลูกออกมาเมื่อเวลา 06.06 น. วันที่ 16 ก.ย. หลังจากนั้น 40 นาที ก็เสียชีวิต สภาพร่างกายของลูกสาวพบว่าที่เท้ามีร่องรอยหักงอ ส่วนตามร่างกายไม่ผิดปกติ มีน้ำหนักแรกเกิด 1,830 กรัม

นักร้องลูกทุ่งรุ่นใหญ่เผยต่อไปว่า รู้สึกเสียใจมากที่สูญเสียลูกสาว ทั้งที่ตนดูแลประคบประหงมภรรยาเป็นอย่างดี เพราะรู้ว่ามีอายุมาก ภรรยาอายุ 41 ปี คิดว่าจะมีลูกได้ครั้งสุดท้ายแล้ว หลังทราบว่าตั้งท้องก็พาภรรยาไปฝากท้องและตรวจเช็กกับหมอที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้อัลตราซาวนด์ดูก็ไม่มีสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับตัวเด็ก แต่เมื่อมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจึงคิดว่าหากมีพยาบาลอยู่ดูแลช่วงเวลาที่ภรรยาปวดท้องทั้งคืน ลูกสาวคงไม่เสียชีวิต คิดว่าระยะเวลากว่า 10 ชม.ที่ภรรยาปวดท้องมาก อาจทำให้เด็กในท้องสำลักน้ำคร่ำจนเกิดอาการผิดปกติและเสียชีวิต ได้ส่งศพลูกสาวไปชันสูตรเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และจะเอาเรื่องให้ ถึงที่สุดกับพยาบาลที่คอยดูแลในช่วงกลางคืนว่าทำไมถึงปล่อยปละละเลยไม่ดูแลผู้ป่วย เพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับพ่อแม่คนอื่นๆอีก

ต่อมา นพ.บุญรักษ์ วิริยโชค หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวช รพ.ปทุมธานี นางพรทิพย์ คนึงบุตร พยาบาลวิชาชีพ หัวหน้าห้องคลอด ร่วมแถลงชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ ด.ญ.ดวงใจ เล็บประดู่ ว่า ผู้เป็นแม่อายุ 41 ปี อายุครรภ์ 37 สัปดาห์ ฝากท้องกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรสาคร ได้ 3 ครั้ง จากนั้นมาฝากท้องกับ รพ.ปทุมธานี เมื่ออายุครรภ์ประมาณกว่า 20 สัปดาห์ ตรวจท้องประมาณ 6 ครั้ง กระทั่งวันที่ 15 ก.ย. คนไข้มาโรงพยาบาลมีอาการเจ็บครรภ์และมีเลือดออกทางช่องคลอด แพทย์ตรวจประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ด้วยการติดตั้งเครื่องฟีต้ามอนิเตอร์ สังเกตอาการเต้นของหัวใจเด็ก ผลตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติ จากนั้นมีการเฝ้าระวังตรวจดูอาการทุก 2 ชั่วโมง กระทั่งเวลา 02.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดท้องมากขึ้น จนเวลา 05.00 น.ได้นำเข้าห้องคลอดเพราะปากมดลูกเปิด 8 ซม.และได้คลอดบุตรเมื่อเวลา 06.06 น.

นพ.บุญรักษ์ ชี้แจงต่อไปว่า หลังคลอดพยาบาลแจ้งว่า ดูเด็กไม่ค่อยแข็งแรงและได้ทำการซีพีอาร์ทารกแรกเกิดประมาณ 20-30 นาที จากนั้นพบว่าสัญญาณชีพไม่มี เมื่อตรวจน้ำหนักอยู่ที่ 1,830 กรัม ถือว่าต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และพบว่าที่เท้างอ ระดับตำแหน่งของหูผิดปกติ เด็กมีภาวะโครโมโซมผิดปกติ อาจเกิดจากไตรโซมี 13 หรือ 18 โครโมโซมผิดปกติ ส่วนการดูแลผู้ป่วย พยาบาลยืนยันว่ามีการเฝ้าระวังตรวจอาการของคนไข้ตลอดทุก 2 ชั่วโมงในการประเมินว่าปากมดลูกเปิดแล้วกี่ ซม. พบว่าเมื่อเวลาตี 2 ปากมดลูกเปิดเพียง 2 ซม.เท่านั้น กระทั่งช่วงเวลาตี 5 ปากมดลูกเปิด 8 ซม.จึงนำเข้าห้องคลอดเพื่อเตรียมการคลอดตามขั้นตอน แต่ระหว่างการทำคลอดพบว่าระบบการหายใจของเด็กผิดปกติและได้แจ้งผู้ป่วยแล้ว เมื่อเด็กออกมาก็พยายามช่วยกันทำซีพีอาร์เด็กเพื่อช่วยชีวิตแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเด็กมีรูปร่างที่ผิดปกติด้วย

ด้าน นพ.มณเฑียร เพ็งสมบัติ รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.ปทุมธานี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า มารดาอายุ 41 ปี ถือว่าอายุค่อนข้างมากในการตั้งครรภ์ ขณะรอคลอดทุกอย่างเป็นปกติ การคลอดง่ายเนื่องจากเป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่ 3 แต่ขณะเบ่งคลอดพบว่าเสียงหัวใจทารกลดต่ำผิดปกติ ทารกที่คลอดออกมาแล้วไม่ร้อง ตัวเขียว หัวใจเต้นช้ากว่า 100 ครั้งต่อนาที กุมารแพทย์ช่วยกู้ชีวิตทารกประมาณ 40 นาที แต่ไม่ดีขึ้นและเสียชีวิตลง ดูรูปร่างหน้าตาของเด็กแล้ว ทั้งมือ นิ้ว แขนขา และใบหน้า เหมือนเป็นผู้ที่มีโครโมโซมผิดปกติ คาดว่ามาจากมารดามีอายุมากเสี่ยงเกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์ได้ ตามปกติแล้วมารดาที่อายุมากกว่า 35 ปีทุกรายจะต้องเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจความผิดปกติของเด็กในช่วงก่อน 20 สัปดาห์แรก เพราะหากเด็กมีความผิดปกติของโครโมโซมมากๆ อาจแนะนำให้ยุติการตั้งครรภ์ เพราะเด็กอาจเสียชีวิตในครรภ์ ได้เจรจากับผู้ป่วยในการส่งศพทารกไปชันสูตรที่ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต จะต้องรอผลประมาณ 4 สัปดาห์ แต่จากการสันนิษฐานน่าจะมาจากความผิดปกติของตัวเด็กเองในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนคลอด เพราะเป็นช่วงที่มดลูกบีบรัดตัวอย่างรุนแรง