วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลองของแรง ทดสอบ BMW M2 ดีกว่านี้ก็มีแค่ซุปเปอร์คาร์

นี่คือรถ M ที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของ BMW M-Power มีกำลังล้นเหลือตามแบบฉบับของรถ M และมีการขับที่ดีมาก แนวทางในการสร้างรถอย่าง M2 สื่อให้เห็นถึงรถคลาสสิกในอดีตอย่าง BMW รุ่น 2002 Tii และ M3 e30 ที่เคยรุ่งโรจน์ในยุคก่อกำเนิดของ M-Car หากคุณจองรถ M2 ตอนนี้ กว่าจะได้รถมาขับคงต้องรอไปถึงปีหน้า! ด้วยประสิทธิภาพที่ดีทำให้ยอดขายของรถ BMW M2 พุ่งทะยานตามด้วยยอดจองจำนวนมากจนผลิตแทบไม่ทัน ตามหลักการแล้วรถ M2 ถือกำเนิดขึ้นมาในยุคที่ BMW M ประสบความสำเร็จ การแชร์ชิ้นส่วนร่วมกับ M4 ช่วยลดต้นทุนและทำให้ M2 มีสมรรถนะที่ดีเอามากๆ ปัจจุบันมีผู้ผลิตแค่ 2 บริษัทเท่านั้นที่สร้างรถแรง 2 ประตู 4 ที่นั่งขับเคลื่อนล้อหลังกำลังเกือบ 400 แรงม้า ในราคาไม่เกิน 6 ล้านบาท (BMW M2 ราคา 5,939,000 บาท / Mercedes Benz C-Coupe C43 AMG ราคา 5,190,000 บาท) ต้นทุนที่ไม่แพงเท่ากับ M4 เนื่องจาก M2 ไม่มีชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ มันใช้โลหะธรรมดาไม่ว่าจะเป็นหลังคา ฝาท้ายหรือโป่งล้อโหดๆ ก็ทำจากเหล็กล้วนๆ แต่กลับทำให้รูปทรงดูดุดันน่าขับน่าซิ่งเป็นยิ่งนัก!

สปอยเลอร์หน้ามีช่องรับอากาศใหญ่ยักษ์ ทั้งตะแกรงหน้าใต้ไตคู่ ช่องรับอากาศเข้าไประบายความร้อนให้กับชุดเบรกที่ทำให้ระบบหน้าของ M2 ดุร้ายกว่า M4 ไฟหน้า LED เฉียบคมและมีขนาดที่เล็กกว่าไฟของ M4 กระจังหน้าไตคู่ที่คุ้นเคยของ BMW มิติตัวถังของ BMW M2 มีขนาดความกว้าง 1,854 มิลลิเมตร ยาว 4,475 มิลลิเมตร และสูง 1,410 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถแค่ 122 มิลลิเมตร ทำให้คนขับต้องคอยระวังกันพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เตี้ยมากจนขับยาก ฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปหลังยาว 2,692 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า 1,580 มิลลิเมตร หลัง 1,600 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,565 กิโลกรัม

ทรงด้านข้างดูสั้นและตันจากแนวโค้งของหลังคากับความยาวของตัวถังแค่ 4,475 มิลลิเมตร แก้มข้างแปะตราสัญลักษณ์ M กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวยังทำตัวเป็นพวกอนุรักษนิยมด้วยการติดไว้ที่โคนเสา A แทนที่จะติดไว้บนประตู ที่จับมือเปิดประตูสีเดียวกับตัวถัง เสาหน้า ผืนหลังคาและเสาท้ายกลมกลืนด้วยองศาของความลาดเอียงที่ทำให้มันมีทั้งความอวบและความป้อม ล้ออัลลอย 19" M light alloy wheels Double-spoke style 437 M ห่อรัดด้วยยางสปอร์ตคุณภาพสูงปรี๊ดที่ไม่ใช่ยาง run-flat ยี่ห้อ Michelin รุ่น Pilot Super Sport ล้อหน้าขนาด 9 J x 19 ยาง 245/35 R19 ส่วนล้อหลังซึ่งเป็นล้อขับเคลื่อนมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อย 10 J x 19 กับยางหลังไซส์ 265/35R 19 เต็มพอดิบพอดีกับโป่งหลังที่อวบอูม! ตัวถังหน้า-หลัง กว้างขึ้น 55 และ 80 มิลลิเมตรตามลำดับ รองรับฐานล้อที่กว้างมากกว่า Series-2 Coupe รุ่นมาตรฐาน 

ห้องโดยสารมีโทนสีเดียวเพื่อความง่ายในการประกอบบนสายการผลิตที่รีบเร่งแทบจะไม่ทันส่งรถให้กับลูกค้าที่เฝ้ารอ ภายในของ BMW M2 เรียบง่ายมีปุ่มและสวิตช์เท่าที่จำเป็น แดชบอร์ดคอนโซลทำจากโฟมขึ้นรูปหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์ เบาะคู่หน้าไฟฟ้าพร้อมกลไกการเลื่อนเบาะเพื่อเข้า-ออกจากเบาะหลัง และหน่วยความจำ 2 ระดับ เบาะหุ้มหนังแท้เย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายสีฟ้า บริเวณใต้พนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าแปะตราสัญลักษณ์ M รวมถึงถุงหนังแท้ที่ใช้หุ้มคันเบรกมือที่ใช้หนัง Alcantara 

จอมอนิเตอร์ของระบบ iDRIVE ขนาด 8 นิ้ว ให้มาครบทั้งระบบต่อเชื่อมกับโทรศัพท์บูลธูท การต่อเชื่อมกับอุปกรณ์เล่นเพลง USB / iPAD MP3 CD/DVD กล้องมองภาพด้านหลังกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมเนวิเกเตอร์ จอภาพที่คมชัดยังเชื่อมต่อกับหน่วยแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ การปรับตั้งค่าโหมดการขับเคลื่อน รวมถึงยังสามารถแสดงผลแบบมาตรวัดทั้งแรงม้าและแรงบิดอย่างครบครัน 

กลางแดชบอร์ดใต้จอภาพเป็นช่องแอร์หน้าตาบ้านๆ สไตล์ BMW ต่ำลงมาเป็นที่อยู่ของชุดเครื่องเสียงที่เรียบง่ายพร้อมช่องยัดแผ่น CD DVD ที่หาได้ยากในปัจจุบัน ถัดจากแผงควบคุมเครื่องเสียงเป็นชุดควบคุมอุณหภูมิดิจิตอลแบบแยกโซน ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ด้านขวามือมีปุ่มเล็กๆ อยู่ด้านบนเพื่อกดยกเลิกหรือใช้งานระบบ Auto Start/Stop ซุ้มเกียร์ M-DCT 7 สปีดแบบเรียบๆ ข้างคันเกียร์มีสวิตท์ปรับโหมดการขับเคลื่อนที่ปรับได้สามแบบ (Comfort / Sport / Sport +) ปุ่มควบคุมแบบสวิตช์ 5 ทิศทางในระบบ iDRIVE เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีการปรับแต่งฟังก์ชั่นเพิ่มเติม

มาตรวัดแบบเข็มสไตล์คลาสสิกของรถ M-Car มีขนาดกะทัดรัด มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ทางด้านขวาแปะตรา M ใต้มาตรวัดรอบเป็นจอภาพ MID multi information display แสดงอุณหภูมิภายนอก ระดับเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่วิ่งถึง ทริปมิเตอร์ A/B การชาร์จไฟเข้าแบตฯ ของระบบ Auto Start/Stop และอื่นๆ  มาตรวัดความเร็วด้านซ้ายมีตัวเลขมาให้ถึง 300 กิโลเมตร ทรงแบบกระบอกกับครอบมาตรวัดขนาดเล็กดูแปลกตาแต่ยกมาจาก Series-2 ทั้งยวง

พวงมาลัย M แบบ 3 ก้านรอบวงเย็บเดินตะเข็บด้วยด้ายลาย M แป้น Paddle Shift เรียวบางและมีขนาดที่แตกต่างจากแพตเดิลปกติของ Series-2 หนังแท้ที่ใช้หุ้มรอบวงทำให้จับยึดได้ถนัดมือ ลูกแอร์แบ็กทรงกลมพร้อมปุ่มแตร เป็นพวงมาลัยที่ยกมาจาก BMW M4 อีกเช่นกัน

ช่วงล่างยกแพหน้ามาจาก BMW M4 ทั้งยวง ชิ้นส่วนอัลลอยพวกขายึดต่างๆ รวมถึงลูกหมากลูกยางที่มีความแข็งแรงมากขึ้น โช็คอัพและสปริงแบบพิเศษที่ปรับเซตค่ายืดยุบสำหรับ M2 โดยเฉพาะ แต่ไม่ใช่ช่วงล่างแบบ M-Adaptive ที่ปรับได้เหมือน M4 การแปรผันความหนืดของโช็คและสปริงเป็นแบบค่าถาวรออกมาในแบบกลางๆ และไม่สามารถปรับได้ ทำให้ช่วงล่างออกมาในแนวแข็งโป็กคล้ายรถแข่ง ตัวถังถูกเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมเพื่อลดอาการบิดตัว การดามตัวถังด้วยโลหะเหล็กที่มีค่าความเหนียวโดยใช้คานไขว้ที่หลังไฟหน้ากับแก้มข้าง ทำมุม 45 องศา มองเห็นผ่านกระจังหน้าไตคู่ได้อย่างชัดเจน บริเวณเสาหน้าก็มีการเสริมความแกร่งด้วยเช่นกัน 

ระบบเบรก M COMPOUND
BMW M2 ไม่มีออฟชั่นเบรกคาร์บอนเซรามิกเหมือนกับรถรุ่นพี่อย่าง M4 ซึ่งจะทำให้ต้นทุนสูงเกินไป รวมถึงแรงบิดก็ไม่ได้มากมายมหาศาลจนเบรกมาตรฐานเอาไม่อยู่ BMW M2 ยัดเบรกแบบสแตนดาร์ทของ M4 เป็นจานเหล็กเจาะรูระบายความร้อนพร้อมคาร์ลิปเปอร์เบรกสีฟ้าสุดสวยประทับตราสัญลักษณ์ M จานหน้าขนาด 380 มิลลิเมตร พร้อมคาร์ลิปเปอร์ 4 พอต จานหลังมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 370 มิลลิเมตร กับคาร์ลิปเปอร์ 2 พอต มีผ้าเบรกเกรดพิเศษให้เลือกเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหยุดยั้งม้า 370 ตัว!

BMW M2 มีระบบส่งกำลังให้เลือก 2 แบบ ทั้งเกียร์ธรรมดา 6 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ M-DCT 7 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift ที่แตกต่างจาก Series-2 เนื่องจากการทำตัวเป็นรถเวอร์ชั่น M เกียร์ทั้งสองแบบยกมาจาก M4 โดยมีอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายเท่ากันพอดิบพอดีไม่มีขาดหรือเกิน เฟืองท้าย Limited Slip ทำให้ขับแบบดริฟต์ได้ยาวนานเท่าที่คุณต้องการ วัสดุซับเสียงที่ถูกถอดออกเพื่อลดน้ำหนัก ทำให้ BMW M2 หนักกว่า M235i แค่ 30 กิโลกรัม 

เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง M TWINPOWER TURBO
ใต้ฝากระโปรงเป็นที่อยู่ของขุมกำลังมหากาฬ 6 สูบเรียง เป็นเครื่องยนต์บล็อกเดียวกับ M235i ที่มีไส้ในมาจากรถ M4 กรองอากาศที่ปรับแต่งให้โล่งขึ้น อ่างน้ำมันเครื่องกับปั๊มของ M4 ป้องกันอาการเครื่องยนต์เป็นไข้ตัวร้อนได้ดี แม้จะอัดกันหนักๆ ตั้งแต่เช้าจดเย็น ลูกสูบ ปลอกสูบ แบร์ริ่งก้านสูบก็นำมาจากรถ M4 ฟังก์ชั่น Over Boost ของเทอร์โบประสิทธิภาพสูงแบบ Twin Scroll เพิ่มแรงบิดช่วงปลายเอาไว้ดูดติดท้ายซุปเปอร์คาร์มากถึง 35 นิวตันเมตร รอบเครื่องยนต์สูงสุดถูกจำกัดเอาไว้แค่ 7,000 รอบต่อนาที ระบบลดอุณหภูมิไอดีหรืออินเตอร์คูลเลอร์ยกมาทั้งยวงจาก M4 หม้อน้ำและระบบระบายความร้อนมีขนาดใหญ่ขึ้น แม้จะออกแบบให้สปอยเลอร์หน้ามีช่องรับอากาศที่ใหญ่โตเพื่อระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ แต่แรงต้านอากาศของ M2 กลับลดลง 35% 

BMW M-Power ขึ้นชื่อในเรื่องแรงบิดที่ยอดเยี่ยมของขุมกำลัง เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง M TwinPower Turbo วางตามยาวขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังมีแรงม้าสูงลิบและให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยม ความจุเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 2,979 ซีซี มีชิ้นส่วนภายในแข็งแกร่งกว่าเครื่องยนต์รุ่นมาตรฐาน ใช้ระบบน้ำมันที่มีปั๊มน้ำมันไหลกลับ เครื่องยนต์จึงได้รับน้ำมันในปริมาณที่เหมาะสมเสมอ แม้ขณะเร่งความเร็วสูงสุดบนสนามแข่งทั้งทางตรงและทางโค้ง ผสานระบบวาล์วแบบแปรผัน Valvetronic ซึ่งมีระบบ Double-VANOS ระบบฉีดเชื้อเพลิงความแม่นยำสูง และเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบ TwinScroll ให้กำลังสูงสุด 272 กิโลวัตต์ (370 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 465 นิวตันเมตร แรงบิดเพิ่มได้อีก 35 นิวตันเมตร ด้วยกลไกโอเวอร์บูสท์ ระหว่าง 1,350 ถึง 4,500 รอบต่อนาที เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบตัวนี้เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลา 4.3 วินาที และเร่งถึงความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.0 กิโลเมตร/ลิตร ในสภาวะการขับขี่แบบผสม (ในโหมด Comfort) ระดับการปล่อย CO2 199 กรัม ต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร 

ระบบคลัตช์คู่ M พร้อม Drivelogic
เกียร์อัตโนมัติ M แบบคลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic ออกแบบมาพิเศษเพื่อรองรับแรงบิดจากเครื่องยนต์ BMW M มาพร้อมระบบเลือกเกียร์อัตโนมัติที่ช่วยป้องกันล้อลื่นไถล ระบบ Launch Control ระบบ Low Speed Assistance รวมทั้งระบบตัดการทำงานเครื่องยนต์อัตโนมัติ จึงเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่สูญเสียกำลัง ชุดกลไกเฟืองเกียร์ทั้งสองชุดมีคลัตช์เฉพาะของแต่ละชุด ส่งกำลังของเครื่องยนต์ไปที่ล้อหลังอย่างต่อเนื่อง ควบคุมเกียร์ด้วยระบบอัตโนมัติหรือด้วยตนเองโดยใช้ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยหรือคันเกียร์ สามารถเปลี่ยนเกียร์ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงโดยไม่ต้องใช้คลัตช์และไม่เป็นอุปสรรคต่อการส่งกำลัง เช่นเดียวกับระบบ Launch Control ซึ่งช่วยให้เร่งความเร็วได้สูงสุดจากจุดเริ่มต้น มอบที่สุดแห่งความเร้าใจในการขับขี่ ไม่ว่าจะเลือกโหมดอัตโนมัติ ("D") หรือโหมดธรรมดา ("S") ระบบ Drivelogic จะให้คนขับเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้สามแบบทุกครั้งด้วยระบบ Driving Experience Control ได้แก่ แบบเน้นความสปอร์ต แบบเน้นความสะดวกสบาย และแบบเน้นประสิทธิภาพ

ระบบควบคุมเสียง M 
ด้วยการออกแบบให้แรงดันต้านกลับในท่อไอเสียที่ต่ำลง ระบบควบคุมเสียง M ซึ่งติดตั้งปลายท่อคู่สองชุดจึงเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ M ทั้งยังมีระบบควบคุมการเปิด-ปิดวาล์วท่อไอเสียด้วยไฟฟ้า ให้เสียงตามแบบรถสปอร์ตอย่างแท้จริง

เฟืองท้าย ACTIVE M
ระบบเฟืองท้าย Active M จะกระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังทั้งสองอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการลื่นไถลและสร้างเสถียรภาพในการขับขี่เมื่อเปลี่ยนช่องทางเดินรถอย่างรวดเร็วหรือเร่งความเร็วขณะออกจากโค้ง เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือเมื่อขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น พื้นผิวไม่สม่ำเสมอ ทั้งบนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะ ทางลูกรัง หรือถนนที่มีน้ำแข็งเกาะ ทั้งยังให้การควบคุมที่แม่นยำเมื่อเร่งความเร็วสูงสุดบนทางโค้ง การปรับเฟืองท้ายอย่างสม่ำเสมอและนุ่มนวลสร้างสมดุลของสมรรถนะในการขับขี่และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมในสภาวะการขับขี่ที่ท้าทาย
ป้องกันการลื่นไถลได้ดีเยี่ยมด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ลดความแตกต่างของความเร็วรอบระหว่างล้อหลัง ระบบพัฒนาขึ้นมาสำหรับรถแข่งและเชื่อมต่อกับระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) ด้วยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ ล็อกเฟืองท้ายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตั้งแต่ 0 and 100 เปอร์เซ็นต์ได้ล่วงหน้า หักล้างได้แม้กระทั่งความแตกต่างของแรงบิดในล้อหลังทั้งสอง โดยไม่ก่อให้เกิดอาการดื้อโค้ง ระบบเฟืองท้าย Active M ยังให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนสูง รวมทั้งเสถียรภาพในการบังคับเลี้ยวและการควบคุม นอกจากนี้ยังเปลี่ยนกำลังจากเครื่องยนต์ไปใช้ในการเร่งความเร็วได้อย่างเต็มที่

โหมด M Dynamic
M Dynamic เป็นฟังก์ชั่นย่อยในระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) เพิ่มสมรรถนะการขับขี่โดยควบคุมการหมุนฟรีให้อยู่ระดับที่เหมาะสม

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (DSC) อาศัยเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อตรวจจับสภาวะการขับขี่ที่ไม่เสถียร เช่น อาการดื้อโค้ง อาการไวโค้ง หรือรถลื่นไถล เมื่อขับขี่ในสภาวะปกติ DSC จะสร้างเสถียรภาพการขับขี่ทันทีโดยควบคุมกำลังเครื่องยนต์และเบรกทีละล้อตามความเหมาะสม

เมื่อเปลี่ยนมาใช้โหมด M Dynamic ระบบจะสร้างเสถียรภาพด้วยวิธีเหล่านี้ในภายหลังเพื่อเพิ่มระดับสมรรถนะสำหรับการขับขี่แบบสปอร์ต ล้อหมุนฟรีได้มากขึ้น ดึงสมรรถนะสูงสุดในการขับขี่บนทางตรงและทางโค้งออกมาได้อย่างเต็มที่ การขับขี่เมื่อเปิดระบบ DSC จะต่างกับการขับขี่เมื่อปิดระบบ โดยระบบ DSC จะยังทำงานต่อไปแม้สมรรถนะจะถึงระดับสูงสุดแล้ว คนขับต้องรับผิดชอบในการรักษาเสถียรภาพการขับขี่เสมอ

พวงมาลัยไฟฟ้า M Servotronic
M Servotronic ควบคุมด้วยสมองกลไฟฟ้าซึ่งส่งกำลังผ่อนแรงหมุนและปรับน้ำหนักของพวงมาลัยไปตามโหมดการขับเคลื่อนและความเร็ว ช่วยทำให้พวงมาลัยมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น การปรับกำลังช่วยของปั้มไฟฟ้าสำหรับพวงมาลัยในย่านความเร็วที่ผกผันขึ้น-ลงให้เหมาะสมกับความเร็วในขณะนั้น ทำให้การตอบสนองทันใจและแม่นยำแม้จะขับด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังให้ความสะดวกสบายโดยช่วยผ่อนแรงในการบังคับพวงมาลัยในย่านความเร็วต่ำ และเพิ่มความคล่องตัวเมื่อจอดรถในที่คับแคบ ช่วยบังคับเลี้ยวด้วยน้ำหนักที่ดีโดยเฉพาะการขับบนเส้นทางที่คดเคี้ยว

ระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จะวัดความเร็วเพื่อประเมินกำลังช่วยที่จำเป็นต่อการบังคับพวงมาลัยในทุกสภาวะการขับขี่ กำลังช่วยสำหรับพวงมาลัยเพาเวอร์จะได้รับการปรับตั้งอย่างเหมาะสมด้วยระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ จึงมีความแม่นยำสูงกว่าระบบพวงมาลัยแบบ Servo-assisted ซึ่งอาศัยความเร็วรอบเครื่องยนต์ในการควบคุม

M Servotronic ช่วยผ่อนแรงได้เป็นอย่างดีเมื่อบังคับเลี้ยวที่ความเร็วต่ำ อย่างไรก็ตาม เมื่อเพิ่มความเร็ว กำลังช่วยที่จำเป็นต่อการควบคุมพวงมาลัยจะลดลงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้นและสร้างเสถียรภาพในการบังคับเลี้ยว M Servotronic คือระบบที่ออกแบบมาเพื่อยนตรกรรมตระกูล M และมีการตั้งค่าสามรูปแบบที่สามารถเลือกได้อย่างอิสระเพียงกดปุ่ม

เพลาหน้าน้ำหนักเบา
เพลาหน้าน้ำหนักเบาได้รับการออกแบบใหม่เนื่องจากความต้องการประสิทธิภาพของระบบขับเคลื่อนในระดับสูงสุด ยานยนต์ตระกูล M ทุกคันมีการลดน้ำหนักใต้สปริงเพื่อเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือน พร้อมลดการลื่นไถลหรือเสียสมดุลที่ดี นอกจากนี้ยังกระจายน้ำหนักลงเพลาได้ดี ให้การขับมีความเสถียร เสริมการควบคุมในสภาวะการขับขี่ที่ไม่เอื้ออำนวย และเพิ่มความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวตามแนวคิดของรถสปอร์ตเพื่อสมรรถนะในการขับขี่และความแข็งแกร่งของตัวถัง ยางแบบพิเศษสำหรับรถยนต์ตระกูล M ที่มีค่าแรงยึดเกาะสูง เพลาขับของ M2 จึงเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนและการตอบสนองที่แม่นยำของพวงมาลัย แขนยึด แคริเออร์ล้อ แพ และส่วนรับแรงเฉือนของเพลาหน้าสปริงสตรัทแบบสองข้อต่ออ่อนทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา นอกจากนี้ยังใช้สปริงสตรัทและโรลบาร์อะลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบาขึ้น ส่วนรับแรงเฉือนและข้อต่อเกลียวเสริมที่สเกิร์ตข้างเพิ่มความแข็งแรงด้านหน้า ช่วยทำให้เกิดความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวอย่างเห็นได้ชัด

เพลาหลังน้ำหนักเบา
เพลาหลังน้ำหนักเบาและมีการกระจายน้ำหนักที่ค่อนข้างสมมาตร เพิ่มความคล่องตัว สมรรถนะ แรงยึดเกาะและอัตราเร่ง ลดน้ำหนักใต้สปริงด้วยชิ้นส่วนทำจากอัลลอย ช่วยลดการลื่นไถลและแรงสั่นสะเทือน ให้ความรู้สึกขณะขับเคลื่อนคล้ายรถแข่ง เพลาของรถยนต์ตระกูล M ได้รับการออกแบบใหม่หมดแม้ M2 จะใช้เพลาธรรมดาไม่ได้เป็นเพลาน้ำหนักเบาที่ทำจากคาร์บอนเหมือน M4 เพลาทำงานประสานกับยาง Pilot Super Sport สำหรับรถในตระกูล M ให้ประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนและเสถียรภาพการบังคับทิศทางดีเยี่ยม แขนยึดทั้ง 5 จุดของเพลาหลังและแคริเออร์ล้อผลิตโดยนวัตกรรมทุบขึ้นรูปอะลูมิเนียม ส่วนแคริเออร์เพลาเป็นโครงถักเหล็กน้ำหนักเบา รถยนต์จึงมีน้ำหนักเบามาก ข้อต่อเกลียวที่แข็งแกร่งช่วยยึดโครงสร้างไว้กับตัวถัง จึงควบคุมล้อได้อย่างดีเยี่ยม มีเหล็กเสริมแนวทแยงช่วยส่งแรงเบรกไปที่ตัวถัง

เทคโนโลยี BMW EFFICIENTDYNAMICS
เป้าหมายของ BMW อยู่ที่การมอบความสนุกในขับขี่ทุกรูปแบบ BMW Efficient Dynamics โดยมีการปรับลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษคือกลยุทธ์ที่ BMW พัฒนาขึ้นมาใช้ พร้อมเพิ่มสมรรถนะและสุนทรียภาพในการขับขี่ เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยทำให้เครื่องยนต์มีการจัดการกับพลังงานในรูปของเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น เป็นแนวคิดของ BMW Group ที่ติดตั้งในรถ BMW ทุกคัน

ขุมพลังเบนซินและดีเซลรุ่นใหม่ในตระกูล BMW TwinPower Turbo คือเคล็ดลับสู่สมรรถนะที่ดีขึ้นและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่น้อยลง ประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์สูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งยังมี BMW EfficientLightweight ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมและเพิ่มความแข็งแกร่งของรถยนต์โดยใช้วัสดุที่เหมาะสมกับแต่ละส่วน

รถทดสอบ BMW M2 สี Metallic C16 Long Beach Blue คันนี้มียางที่ใหม่สดซึ่ง BMW Thailand เพิ่งจะเปลี่ยนมาหมาดๆ หลังจากยางติดรถหมดสภาพเมื่อต้องผ่านมือสื่อมวลชนเพียงแค่ไม่กี่สำนัก ยางสปอร์ตประสิทธิภาพสูงราคาแพงก็จากลากลับเยอรมันไปเพราะแรงบิด! ขณะที่กำลังขับ M2 มุ่งหน้าลงไปยังจังหวัดประจวบฯ ผมคิดว่าสิ่งที่เจ๋งที่สุดในรถคันนี้ก็คือความสามารถและเสียงของเครื่องยนต์จากแผนก M ไม่ว่าคุณจะคาอยู่ในโหมดไหนมันก็พร้อมท้ารบไปซะทุกโหมด Comfort ซึ่งเป็นโหมดเริ่นต้นตั้งแต่ตอนติดเครื่องยนต์แม้จะยืดหยุ่นกว่าโหมดอื่นแต่คันเร่งก็ยังตอบสนองได้ไวมาก

Sport Mode นั้น สมองกลจะสั่งให้คันเร่งไวขึ้น พวงมาลัยหนักมือขึ้นอีกนิดพร้อมกับการทำงานของเกียร์ M-DCT 7 สปีด ที่ชอบคาเกียร์ 3-4 เพื่อเทแรงบิด M2 จะเป็นรถที่พร้อมอาละวาดอย่างเต็มที่เมื่อคุณมีความกล้ามากพอที่จะใช้โหมด Sport Plus เนื่องจากระบบช่วยทรงตัวจะถูกยกเลิกทั้งหมด โหมดสูงสุดจะทิ้งรอยยางไหม้ดำตั้งแต่การออกตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบที่ปรับแต่งท่อทางเดินของระบบระบายไอเสียมาเป็นอย่างดี ทำให้เสียงท่อของ M2 สะเด็ดสะเด่ากว่าเสียงแหบแตกพร่าของ Porsche 718 Cayman หลายเท่า!

ผมพยายามขับแบบปกติด้วยความเร็วที่ถูกกฎหมายไม่บ้าระห่ำตามเจ้า M2 ที่ชอบยั่วให้ลงคันเร่งหนักๆ อยู่ตลอดเวลา ประสิทธิภาพของการยึดเกาะต้องขอบอกกันตรงนี้เลยว่าสุดยอดมากๆ แม้บาลานซ์จะไม่โดดเด่นเท่ากับ M3 f80 แต่ BMW M2 f82 นั้นเกาะถนนแทบจะไม่ต่างจาก M4 เนื่องจากยกเอาแพหน้าแพหลังของรถรุ่นพี่มาทั้งยวง ฐานล้อที่กว้างขวางช่วยทำให้เกาะถนนเมื่อช่วงล่างทำงานร่วมกับยาง Pilot Super Sport เป็นรถอีกคันที่ผมสามารถทะยานเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจและแตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อครั้งที่ได้เคยลองขับแบบจัดเต็มในสนามทดสอบของ BMW ที่เมืองอินชอนประเทศเกาหลีใต้ บนถนนซึ่งเป็นเส้นทางลงภาคใต้ของประเทศไทย เจ้า M คันเล็กเปลี่ยนทิศทางได้เร็วมากจนทำให้เจ้าของรถเจ๋งๆ อย่าง Audi TT 2.0 TFSi ถึงกับมองตาค้าง โค้งยาวความเร็วสูงกับเกียร์ฉลาดๆ ที่ปรับอัตราทดด้วยตัวของมันเองผ่านเกียร์ 4 โดยปราศจากอาการหน้าดื้อ แต่มีโอเวอร์สเตียหรืออาการท้ายออกนิดๆ พอให้ได้สนุกและเสียวไปพร้อมๆ กัน 

M Servotronic เป็นชุดบังคับเลี้ยวที่ไม่ธรรมดา เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าของ M ที่ไม่เคยทำให้รู้สึกผิดหวังไม่ว่าคุณจะขับในสนามแข่งหรือขับบนถนนปกติ พัฒนาการอันเข้มข้นของซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมน้ำหนักพวงมาลัยทำให้รู้สึกตึงไม้ตึงมือ พวงมาลัยของ M2 มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ออกแบบและปรับจูนมาเพื่อรองรับการทำความเร็วล้วนๆ มันสื่อสารกับคนขับได้อย่างชัดเจน ควบแน่นตึ้บเมื่อใช้โหมด Sport จะคล้ายกับการขึงเชือกจนตึงไม่มีโอนอ่อนหรือผ่อนคลาย M Servotronic แปรผันระดับของการผ่อนแรงหมุนแค่เล็กน้อยเพื่อคงน้ำหนักที่ดีเอาไว้ในทุกย่านความเร็วตั้งแต่การหวดแรงๆ บนทางตรงยาวไปจนถึงการเลี้ยวอย่างว่องไวในโค้งมุมแคบ น้ำหนักของพวงมาลัยที่หนักอยู่แล้วจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยเมื่อกดปุ่มปรับโหมดไปที่ Sport+ การเพิ่มน้ำหนักในโหมดสูงสุดช่วยควบคุมองศาของการเลี้ยวได้ดี ส่งผลไปถึงอาการของรถที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วและชัดเจน คุณอาจทำให้ส่วนท้ายบานออกนิดๆ ด้วยการเติมคันเร่งเบาๆ ในโค้ง เป็นพวงมาลัยที่ให้ความรู้สึกคล้ายกับ M3 f80 และ M4 f82 อย่างที่สุด

ช่วงล่างเกาะเป็นตุ๊กแกแต่แข็งโป็กนั่งไม่สบายก้นเมื่อเจอกับผิวถนนที่ไม่เรียบ แต่ต่อให้คุณอัดมันหนักหนาสาหัสขนาดไหน หากยางยังสดใหม่ก็ควบคุมได้ง่ายดายไม่ออกอาการที่จะทำให้รู้สึกแย่ เมื่อเจอเข้ากับทางโล่งข้างหน้าผมขับผ่านโค้งเร็วขึ้น ด้วยเสถียรภาพและความมั่นใจอย่างเต็มเหนี่ยวโดยไม่มีลูกบ้าเข้ามาเจือปน ในโค้งมุมแคบต้องงัดข้อกับพวงมาลัยด้วยการขืนข้อมือกันเอาเรื่องจากน้ำหนักที่ขึงตรึง ช่วงล่างมาตรฐานแบบปรับไม่ได้รองรับการเปลี่ยนทิศทางอย่างตรงไปตรงมา ใส่ไปเท่าไหร่ก็ให้มาเท่านั้นไม่มีขาดหรือเกินซึ่งจะทำให้คุมรถยาก ช่วงล่างแตกต่างจาก M4 ออกมาในแบบแข็งกระด้างไม่โอนอ่อนให้กับอะไรทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นร่องหลุมเนินลอนไม่เรียบของผิวถนนลาดยางมะตอย ไม่มีความยืดหยุ่นเหมือนช่วงล่างของ M3 ซึ่งมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ การปรับให้ช่วงล่างของหมอนี่แข็งราวกับกระดานสร้างความพึงพอใจเมื่อขับเร็วๆ แต่ก็แลกด้วยอาการกระเด้งกระดอนเมื่อเจอกับถนนที่กำลังซ่อมบำรุง 

รูปลักษณ์ป้อมสั้นเตี้ยเป็นแนวคิดที่หลุดออกมาจากแผนก M เป็นการสร้างรถที่แตกต่างจาก M-Car ทั่วไป จากขนาดที่เล็กกับพละกำลังที่เกินตัวไปไกล เป็นคอมแพคคูเป้ที่โหดสุดๆ และทำให้คนที่เคยขับ C-Coupe C43 AMG มองเห็นถึงความแตกต่างด้านไดนามิกจากรถทั้งสองคัน โป่งล้อโหดๆ ของ M2 ทำให้คุณกลายเป็นเด็กซิ่งเกรียนๆ ในสายตาของชาวบ้าน ล้อแม็กสีดำสลับเงินสวยงามและเข้ากับคาร์ลิปเปอร์ M สีฟ้าได้อย่างกลมกลืน ล้ออัลลอยของ M ลายนี้ยังล้างทำความสะอาดได้ง่าย โดยเฉพาะการล้างคาร์ลิปเปอร์ที่สกปรกเพราะละอองจากเศษผ้าเบรก

ฝาท้ายของ M2 มีครีบเล็กๆ เพื่อสร้างแรงกดให้กับส่วนท้ายที่ไม่ได้เว่อร์มากจนเกินไป สปอยเลอร์หลังทรงเท่โดยเฉพาะตำแหน่งของท่อระบายไอเสียแบบแฝดที่เติมความดุให้กับมุมมองส่วนท้าย เป็นรถสปอร์ตที่เรียบง่ายแต่ลงตัวไม่รุงรังด้วยแอร์โรพาร์ทบ้าๆ บอๆ ที่ทำให้ตัวหนักเกินไปเหมือนรถสปอร์ตญี่ปุ่นบางยี่ห้อ M2 ยึดถือแนวทางปฏิบัติของรถ M-Car มันเบากว่า M4 25% มีราคาแพงกว่า C43 เกือบๆ 7 แสนบาท และมีช่วงล่างที่แข็งกว่ามาก แถมยังขับได้เร้าใจสุดๆ จนเหมือนเอารถแข่งมาวิ่งอยู่บนถนนยังไงยังงั้น!

ถนนเล็กๆ แถบปากน้ำปราณไปจนถึงอุทยานสามร้อยยอด เจ้า M2 ก็ยังทำตัวเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือทั้งแข็งขืนและแม่นยำ การถ่ายเทน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ไม่ว่าจะหวดมาเต็มในโค้งหรือเบรกหนักๆ เพื่อลดความเร็วก็ไม่มีอาการซวนเป๋เซไปมา สมรรถนะด้านอัตราเร่งจาก 0-100 ทำได้ 4.5 วินาที ช้ากว่า M4 นิดเดียวเท่านั้น ความเร็วสูงสุดเป็นเรื่องอันตรายไม่ควรขับให้ถึงขอบเขตจำกัดด้วยความเร็วที่สูงมากขนาดนั้น (250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยแพ็กเก็จ M-Driver Package ซึ่งจะปลดล็อกความเร็วให้ขยับไปใกล้ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง! เป็นเครื่องยนต์และระบบเกียร์ที่สมบูรณ์แบบและมีกำลังมากพอที่จะฟรีทิ้งเมื่อออกตัวเร็วๆ ด้วยเกียร์ 2 แรงบิด 500 นิวตันเมตร น้อยกว่า M4 ที่ทำได้ 550 นิวตันเมตร แต่พอขับแล้วแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง ที่ชอบมากก็คือเสียงท่อและเสียงเครื่องยนต์ทำงานในรอบสูง เป็นความชอบที่ต้องแลกด้วยอาการซดเชื้อเพลิงแต่ก็ยอมเพราะมันสุดจริงๆ

ด้วยประสิทธิภาพแบบรถแข่งที่ถูกนำมาปรับแต่งให้สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันสำหรับเศรษฐีชอบสนุก แชสซีที่ดีผสานระบบควบคุมที่ไม่สลับซับซ้อนเท่ากับ M4 ทำให้ M2 ดูดิบกว่านิดๆ เป็นรถสปอร์ตคันเล็กที่เร็วอย่างเหลือเชื่อ ตัวถังแกร่งและตอบสนองไวกว่า M235i แต่ก็แอบยืดหยุ่นบ้างอย่างพอเพียง ยาง Pilot Super Sport ที่ผ่านการทดสอบมาเป็นอย่างดีในช่วงของการพัฒนาทำให้ยางรุ่นนี้กลายเป็นยางติดรถมาจากโรงงานเหมือนกับ M3 และ M4 แต่ก็ต้องระวังหลุมบ่อรอยแตกมุมเอียงให้ดีๆ รวมถึงการจอดที่ต้องคอยมองปูนกั้นที่จอดรถเพราะสปอยเลอร์หน้านั้นเตี้ยเกือบจะถึงพื้น การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันคุณสามารถขับมันได้ทุกวันเท่าที่ต้องการไม่เหมือนซุปเปอร์คาร์ที่ชอบจุกจิกกวนใจจนกลายเป็นรถขับเล่นสำหรับวันหยุด แถมค่าบำรุงรักษาก็แพงกว่ารถ BMW รุ่นปกติไม่มาก ทำให้เป็นรถที่น่าสนใจอีกคันเมื่อเปรียบเทียบกับ Mercedes Benz C-Coupe C43 AMG 

600 กิโลเมตรไป-กลับ กรุงเทพฯ สามร้อยยอด กับอีกร้อยกว่ากิโลเมตรสำหรับการขับใช้งานในกรุงเทพมหานคร ดึงความรู้สึกเก่าๆ ให้คืนกลับมาเหมือนเดิม เหมือนกับทุกครั้งที่ได้ลองขับรถ M ด้วยสมดุลและความมั่นคง พลังงานในรูปของการเร่งความเร็วแบบกระชากกระชั้น ด้วยอากาศพลศาสตร์ที่ดีและระบบเบรกที่สุดยอด ประสิทธิภาพที่ได้รับจากรถ M2 นับว่าคุ้มค่าถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายเกือบ 6 ล้านบาท มันก็ยังคุ้มที่ได้เป็นเจ้าของรถดีๆ แบบนี้ 

7 วันดูเหมือนจะสั้นเกินไปด้วยซ้ำเมื่อผมใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในรถ M2 นึกย้อนเวลากลับไปเริ่มจากการขับครั้งแรกที่ออสเตรีย ตามด้วยการขับเร็วจี๋บนสนามทดสอบของ BMW ในเมืองอินชอน จนมาถึงการเทประสิทธิภาพอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยตลอด 7 วันที่ได้อยู่ด้วยกันบนถนนของประเทศไทย มันเป็นรถที่ดีเกินไป ขับดีมากทั้งในสนามและบนถนน เป็นรถที่ทำให้รู้สึกสนุกและน่ากลัวอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก เรียบง่ายและตรงไปตรงมา อาจมีแว้งบ้างเมื่อเล่นอะไรพิเรนท์ๆ แต่โดยภาพรวมนั้นสุดยอดเอามากๆ แทบจะหาข้อตำหนิติติงได้ยาก นอกจากราคาค่าตัวที่ต้องบวกภาษีนำเข้าทำให้ต้องควักเงินซื้อ M2 แพงกว่าชาวโลกทั่วไป ยอดจำหน่ายที่ตั้งเอาไว้ 16,000 คัน ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวทะลุไปไกลจากยอดจองทั่วโลกที่ทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จนผลิตไม่ทัน เป็นรถสายพันธุ์ M-Car ที่ยิ่งใหญ่อีกคันซึ่งเข้ามาสร้างความประทับใจให้กับนักขับแบบไม่รู้ลืม.

BMW M2 f87 ราคา 5,939,000 บาท.
engine
engine type turbocharged petrol
Engine manufacturer BMW
Engine code N55B30T0
Cylinders Straight 6
Capacity 3 litre 2,979 cc (181.79 cu in)
Bore × Stroke 84.0 mm × 89.6 mm  3.31 × 3.53 in
Bore/stroke ratio 0.94
Valve gear double overhead camshaft (DOHC) 4 valves per cylinder 24 valves in total
maximum power output 370 PS (365 bhp) (272 kW)at 6,500 rpm
Specific output 122.5 bhp/litre 2.01 bhp/cu in
maximum torque 500 Nm (369 ft·lb) (51 kgm) at 1,450-4,750 rpm
Specific torque 167.84 Nm/litre 2.03 ft·lb/cu3

Engine construction
sump wet sumped
compression ratio 10.2:1
Fuel system direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure) 2109.2 kPa (305.9 psi)
Maximum RPM 7,500 rpm
crankshaft bearings
Engine coolant Water
Unitary capacity 496.5 cc
Aspiration Turbo
Compressor non
Intercooler Y
Catalytic converter Y

performance
Acceleration 0-62mph 4.3 s
Standing quarter-mile 12.7 s
Maximum speed 250 km/h (155 mph)

Power-to-weight ratio 236.47 PS/tonne (1000 kg) 173.92 kW/tonne (1000 kg) 233.23 bhp/tonne (1000 kg) 0.1 bhp/lb
Weight-to-power ratio 5.75 kg/kW 9.6 lb/bhp

fuel consumption
Fuel consumption 18/26/21 US MPG EPA city/highway/combined
universal consumption (calculated from the above)
litres/100km 13.1/9.0/11.2 l/100km city/highway/combined
km/litre 7.7/11.1/8.9 km/l city/highway/combined
UK MPG 21.6/31.2/25.2 UK MPG city/highway/combined
US MPG 18.0/26.0/21.0 US MPG city/highway/combined
Carbon dioxide emissions
Carfolio Calculated CO2 ?
VED band (UK)
CO2 Effizienz (DE)





Engine position front
Engine layout longitudinal
Drive wheels rear wheel drive
Torque split N/A
Steering power assisted rack & pinion bmw m servotronicturns
lock-to-lock
Turning circle
Front suspension
Rear suspension
Wheel size front 9J x 19 EH2+
Wheel size rear 10J x 19 EH2
Tyres front 245/35 ZR 19 93Y michelin pilot super sport
Tyres rear 265/35 ZR 19 98Y michelin pilot super sport
Brakes F/R VeDi/VeDi-S-ABS 
Front brake diameter 380 mm
Rear brake diameter  370 mm
Braked area
Gearbox 7 speed manual/Auto M-DCT with paddle shift

bodywork
Body type 2+2 seater fixed-head coupé
Number of doors 2

dimensions & weights
Wheelbase 2,692 mm
Track/tread (front) 1,580 mm
Track/tread (rear) 1,600 mm
Length 4,475 mm
Width 1,854 mm
Height 1,410 mm 
Ground clearance 122 mm
length:wheelbase ratio 1.66
Kerb weight 1,565 kg 3,450 lb
Weight distribution 48.1 % front
fuel tank capacity 51.9 litres 11.4 UK Gal 13.7 US Gal

aerodynamics
Drag coefficient 0.35
Frontal area 2.21 m²
CdA 0.77

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/