วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอรีดบุหรี่ขึ้นราคา ร้องพ่อค้ากักสต๊อก 'นายกตู่' ฉุน-สั่งตรวจสอบ

นายกฯยัวะได้รับการร้องเรียนพ่อค้ากักตุนบุหรี่ บอกส่วนราชการให้ถือเป็นบทเรียนต่อไปทำอะไรต้องมีมาตรการเข้มข้นควบคู่ไปด้วย สั่งตรวจสอบผู้ค้าส่งปิดร้าน กุมสต๊อกสินค้าเก่าไว้ขายในราคาใหม่ ด้านโรงงานยาสูบเพิ่งประกาศปรับราคาบุหรี่ใหม่ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. ปรับขึ้นซองละ 9-22 บาท บุหรี่ราคาถูก ที่เดิมขายซองละ 40 บาท ปรับขึ้นพรวด 20 บาทต่อซอง ส่วนบุหรี่นอกไม่ยี่หระ ภาษีใหม่ ตรึงราคาขายสู้

หลังจากที่กรมสรรพาสามิตประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีเหล้าบุหรี่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา และโรงงานยาสูบมีการออกประกาศกำหนดราคาขายบุหรี่ซิกาแรตของโรงงานยาสูบ ฉบับที่ 3/2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย. ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ก.ย. น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการยาสูบโรงงานยาสูบ เปิดเผยถึงราคาขายบุหรี่ที่ปรับใหม่ในครั้งนี้ว่า กระทรวงการคลังออกประกาศกำหนดราคาขายบุหรี่ซิกาแรตของโรงงานยาสูบ 16 ยี่ห้อใหม่ แบ่งราคาออกเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มตระกูล 90 ปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 95 บาท หรือห่อละ 950 บาท ได้แก่ สามิต 90 กรุงทอง 90 กรองทิพย์ 90 และสายฝน 90 จากเดิมซองละ 86 บาท ปรับเพิ่มขึ้นอีก 9 บาท/ซอง 2.กลุ่มบุหรี่ขนาดเล็กคือ 7.1 ปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 90 บาทหรือห่อละ 900 บาท ได้แก่ กรองทิพย์ 7.1 ซองแดง และกรองทิพย์ 7.1 ซองเขียว จากเดิมขายซองละ 68 บาท หรือปรับขึ้น 22 บาทต่อซอง

และ 3.คือกลุ่มบุหรี่ราคาถูก เป็นบุหรี่ที่ใช้ในการแข่งขันกับบุหรี่ราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีราคาขายอยู่ที่ประมาณ 40-60 บาทต่อซองหรือห่อละ 600 บาท ประกอบด้วยวันเดอร์ (WONDER) รสอเมริกัน และวันเดอร์ รสเมนทอล ที่เดิมขายอยู่ซองละ 63 บาท ราคาใหม่ปรับลดลง 3 บาทต่อซอง ทำให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ซองละ 60 บาท ส่วนบุหรี่ที่มีราคาขายปลีกเดิมต่ำกว่า 60 บาทจะปรับราคาขายปลีกเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 60 บาท ประกอบด้วยเอสเอ็มเอส ซองสีแดง เอสเอ็มเอส ซองสีเขียว ที่เดิมขาย 51 บาท ยี่ห้อโกล (GOAL) ซองสีแดง และโกล ซองสีเขียว เดิมขาย 45 บาท ปรับขึ้น 15 บาทต่อซอง ไลน์ (LINE) 7.1 ซองแดง และซองเขียวเดิมขายอยู่ 40 บาทปรับเพิ่มขึ้น 20 บาทต่อซอง และไลน์ (ธรรมดา) ซองแดงและซองเขียวเดิมขายอยู่ 43 บาทปรับเพิ่มขึ้น 17 บาทต่อซอง มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการยาสูบยังกล่าวถึงการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายในช่วงที่ผ่านมาด้วยว่า โรงงานยาสูบดำเนินโครงการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย เพื่อสร้างแรงจูงใจ สร้างขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐในการปราบปราม จับกุมบุหรี่ผิดกฎหมายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยได้จัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นเงินรางวัลให้แก่เจ้าหน้าที่ภาครัฐ ในวงเงินทั้งสิ้น 10,000,000 บาท ผลดำเนินโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานด้านปราบปรามเป็นอย่างดี มีการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556-2560 มีผู้กระทำความผิดและจับกุมบุหรี่ต่างประเทศผิดกฎหมายโดยหน่วยงานกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร จำนวน 85,130 ราย จำนวน 9,520,767 ซอง มูลค่ารวมทั้งสิ้น 817,117,075 บาท

น.ส.ดาวน้อยระบุด้วยว่า ในปีงบประมาณ 2560 มีคดีใหญ่ จำนวน 3 คดี ที่สามารถจับกุมและปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย ได้บุหรี่ของกลางเป็นจำนวนมาก โรงงานยาสูบจึงจัดพิธีมอบเงินรางวัลให้กับหน่วยงานภาครัฐ 3 หน่วยงาน ได้แก่ 1.ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 จำนวน 2,669,750 บาท 2.ส่วนปฏิบัติการพิเศษภัยแทรกซ้อน สำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี จำนวน 1,883,989 บาท และ 3.หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ค่ายเสนาณรงค์ จังหวัดสงขลา จำนวน 918,900 บาท

ด้านนายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้สั่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ระมัดระวังเรื่องสินค้าเหล้า บุหรี่และไวน์ ลักลอบหนีภาษีมากขึ้น หลังจากกรมสรรพสามิตประกาศอัตราภาษีใหม่ทำให้ราคาสินค้าภายในประเทศแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดแรงจูงใจในการลักลอบนำเข้ามากขึ้น นอกจากนี้ ยังสั่งการสำนักปราบปรามและสืบสวนของกรมศุลกากรหาข่าวเพิ่มเติมและกำชับให้ด่านสำคัญๆ เช่น ด่านประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องเอกซเรย์ในการสุ่มตรวจสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์มากขึ้น

สำหรับความเคลื่อนไหวของบริษัทบุหรี่ต่างประเทศอย่าง บริษัท ฟิลลิป มอร์ริส (ไทยแลนด์) ลิมิเต็ด ผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อมาร์ลโบโร มีหนังสือระบุว่า บริษัทยังคงราคาขายบุหรี่ในกลุ่มมาร์ลโบโร 14 ชนิด และแอล แอนด์ เอ็ม 9 ชนิดไว้เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ราคาขายมาร์ลโบโรแพงสุด อยู่ที่ 165 บาท ส่วนแอล แอนด์เอ็ม ราคา 72 บาท ด้านบริษัทเจแปน โท แบค โก ผู้นำเข้าบุหรี่ยี่ห้อ MEVIUS ก็ยืนยัน ยังไม่มีการปรับราคาเช่นกัน ส่วนบุหรี่ต่างประเทศหลายยี่ห้อเช่น BREAK ปรับขึ้นเป็นซองละ 63 บาท ไอสกอร์ (iSCoRE) ปรับเพิ่มขึ้นเป็นซองละ 63 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย.เป็นต้นไป

ในส่วนของผู้ค้าปลีก วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น (7-11) กล่าวว่า บรรยากาศการซื้อขายบุหรี่ ในสาขาร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่มีเปิดกระจายอยู่ทั่วประเทศ 10,123 สาขานั้นเป็นไปตามปกติ กลุ่มผู้บริโภคสิงห์อมควันไม่ได้ชะลอการซื้อลง แม้บางยี่ห้อจะปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นถึงซองละ 22 บาทก็ตาม เนื่องจากผู้บริโภคได้รับรู้ถึงราคาขายปลีกราคาใหม่ จากข่าวสารในทุกช่องทางมาหลายวันแล้ว

“เซเว่นฯได้ขายบุหรี่ราคาใหม่วันที่ 19 ก.ย. เป็นวันแรก เป็นสต๊อกใหม่ ไม่ได้มีการกักตุนสินค้าไว้ขายแต่อย่างใด เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ รวมถึงบุหรี่ที่ขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สต๊อกจะขายแบบวันต่อวันและสั่งใหม่ในทุกวัน เนื่องจากมีจำนวนสาขาอยู่ทั่วประเทศ ขณะที่การบริโภคของคนก็ไม่ได้ลดลง”

ด้าน น.ส.สลิลลา สีหพันธุ์ รองประธานกรรมการฝ่ายกิจการเทสโก้โลตัส บริษัทเอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า การขายบุหรี่ราคาใหม่ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือว่าเร็วเกินไปที่จะสรุปตัวเลขการซื้อขายของผู้บริโภคว่าลดลงหรือเท่าเดิม คงต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เพราะจำนวนสาขาของเทสโก้โลตัสในทุกรูปแบบมีมากกว่า 1,900 สาขาทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าราคาใหม่ ไม่น่าจะผลกระทบกับยอดขายบุหรี่ของเทสโก้โลตัส เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่รับรู้ข่าวสารการปรับเพิ่มขึ้นของราคาใหม่มาระยะหนึ่งแล้ว

อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปรารภในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงกรณีที่มีการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่และสุรา มีผลไปเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2560 แต่ว่าก่อนหน้านั้นได้มีการกักตุนสินค้า นายกรัฐมนตรีบอกว่าได้รับการร้องเรียนมาพอสมควร สิ่งที่เป็นดัชนีชี้วัดว่าบุหรี่ไม่มีขาย บางพื้นที่ร้านค้าส่งปิดเอาเสียดื้อๆ ท่านก็ถามกระทรวงพาณิชย์ไปว่ามีวิธีการใดบ้างที่จะตรวจสอบหาให้ได้ว่าใครกักตุนสินค้า ขณะที่นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ ได้ชี้แจงคงเช็กสต๊อกได้ แต่คงได้เพียงว่าสินค้านั้นออกมาจากโรงงานผลิตเท่าใด แต่คงไม่สามารถหาได้ว่าไปอยู่ที่ผู้ประกอบการค้าส่งรายใดบ้าง

“นายกฯกล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ในโอกาสต่อไปหากจะมีลักษณะแบบนี้ จะต้องมีมาตรการที่มีความเข้มข้นควบคู่ไปด้วย ว่าสินค้าใดที่ผลิตออกมาแล้ว ร้านค้าส่งรับมาแล้วมีรหัสวันที่ชัดเจน เพื่อจะได้ขายออกมาในราคาที่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง นั่นหมายความว่าอะไรที่ซื้อมาจากโรงงานผลิตก่อนวันที่จะมีผลในเรื่องการขึ้นภาษี จะต้องขายในราคาเดิม อะไรที่รับมาหลังจากวันที่ประกาศขึ้นภาษีแล้วค่อยขายในราคาใหม่ อันนี้คือแนวทางที่นายกฯได้ให้ แต่อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเพื่อเป็นการกดดันและป้องปรามผู้ที่มีส่วนกับการกักตุนในช่วงที่ผ่านมา ก็ให้ไปตรวจสอบก่อนว่าร้านไหนที่มีข้อมูลว่ามีการปิดร้านค้าส่งในช่วงที่ประกาศขึ้นภาษียังไม่มีผลบังคับใช้ ไปตรวจสอบดูว่ามีเหตุผลใดถึงปิดร้าน” พล.ท.สรรเสริญกล่าว