วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แม่ร่ำไห้ จุดธูปหน้าเก๋ง ผอ.อ้อย ชวนลูกกลับบ้าน สามีหวังสักวันจะพบ

ครอบครัว พร้อมบรรดาญาติ ผอ.อ้อย ชูป้าย พร้อมตะโกนสาปแช่ง 'ผู้กองเหน่ง' ขณะทหารพระธรรมนูญ พามารายงานตัวครั้งที่ 3 ด้านแม่ จุดธูปหน้ารถ ร่ำไห้ หากลูกรับรู้ ขอให้กลับบ้านกัน ส่วนสามี อัด 'ผู้กองเหน่ง' ไม่ใช่ลูกผู้ชาย บอกให้การไม่ตรงกับหลักฐาน หวังสักวันจะพบภรรยา ...

วันที่ 19 กันยายน 2560 ที่สถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อายุ 30 ปี ตำแหน่ง ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิ์ประสงค์ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับการหายตัวไปของ นางสาวจุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ที่ขณะนี้หายตัวไปร่วม 78 วันแล้ว เดินทางมาพร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ ด้วยรถตู้ยี่ห้อนิสสัน สีขาว หมายเลขทะเบียน 6374 กงจักร ของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ( ร.6 พัน 2 ) เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ รายงานตัวเป็นครั้งที่ 3

โดยในวันนี้ นายบุญเลิศ และนางแหลม อุ่นอ่อน บิดาและมารดา พร้อมด้วยนายวิทยา เกษแก้ว สามีและญาติๆ จำนวนกว่า 50 คน ก็ได้เดินทางมารอพบร้อยเอกศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งหลังจากที่ได้ทราบข่าวว่า ร้อยเอกศุภชัย จะเดินทางมารายงานตัวที่ สภ.กันทรลักษ์ ต่างก็มีการทำป้ายกระดาษ เขียนข้อความเรียกร้องต่างๆ พร้อมนำดอกไม้สด ดอกไม้จันทน์ มาเรียกหา หมอดูเหน่ง ที่เชื่อว่าจะเป็นคนเดียว ที่บอกมาได้ว่า ผอ.อ้อย อยู่ที่ไหน

ทั้งนี้ ขณะนางแหลม มารดาของ ผอ.อ้อย รอคอยร้อยเอกศุภชัย มารายงานตัว ก็สอบถามเจ้าหน้าที่ว่า รถเก๋งของลูกสาวตน จอดอยู่ตรงไหน เมื่อเดินไปดูรถเก๋งของลูกสาวที่จอดคลุมผ้าไว้ ก็ถึงกับร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจ ว่าเห็นแต่เพียงรถ แต่คนอยู่ที่ไหน ก่อนจุดธูปและเอ่ยเรียกว่าหาดวงวิญญาณของ ผอ.อ้อย ว่าหากรับรู้ และอยู่ที่ไหน ก็ขอให้กลับมา กลับบ้านไปด้วยกัน

ทั้งนี้ นายวิทยา เกษแก้ว สามี ผอ.อ้อย เผยว่า ผู้กองเหน่ง ไม่ใช่ลูกผู้ชายไม่มีความเป็นลูกผู้ชาย เพราะตนนั้นได้เคยพูดคุยกับผู้กองเหน่งแล้วครั้งหนึ่ง ช่วง ผอ.อ้อย หายไปใหม่ๆ แต่จากการพูดคุยและหลักฐานที่พบมันไม่ตรงกัน ซึ่งจากการพูดคุยนั้น ผู้กองเหน่งบอกว่า ไม่เคยพบกับ ผอ.อ้อย ในวันที่ 3 ก.ค. 60 คือวันที่หายตัววันแรก แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากหลักฐานพบว่า ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้กองเหน่งพูด ซึ่งแบบนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชาย ในส่วนการตามหานั้น ตนและญาติๆก็ยังคงมีความหวังว่า สักวันจะต้องพบ ผอ.อ้อย ผู้เป็นภรรยา โดยตนเชื่อว่า ผู้ที่รู้ดีที่สุดในการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย ก็คือผู้กองเหน่ง แม้ขณะนี้ตนก็ไม่ยอมรับว่า ผอ.อ้อย ได้เสียชีวิตแล้ว ตนยังมีความหวังว่าจะพบตัว ถ้าหากเสียชีวิตก็ต้องพบร่าง

จากนั้น เวลา 13.30 น. ร้อยเอกศุภชัย พร้อมด้วยนายทหารพระธรรมนูญ ก็ได้เดินทางมาถึงบริเวณสภ.กันทรลักษ์ โดยรถยนต์ตู้ ซึ่งเมื่อผู้กองเหน่งเดินลงมาจากรถ ก็เกิดความชุลมุนขึ้น เนื่องจากบรรดาญาติและผู้ที่มาให้กำลังใจ ต่างก็ตะโกนสาปแช่ง ด่าทอด้วยความโกรธเคือง พร้อมทั้งชูป้ายกระดาษ และกรูกันเข้าไปต่อว่าร้อยเอกศุภชัย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลังกันมวลชนชาวบ้านให้ออกห่าง เพื่อป้องกันเหตุการณ์ชุลมุลที่อาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บทุกฝ่าย ก่อนนายทหารพระธรรมนูญ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะนำร้อยเอกศุภชัย เดินขึ้นไปยังบริเวณชั้นสองของอาคารสถานีตำรวจภูธรกันทรลักษ์ เพื่อรายงานตัว โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพภายในห้อง ซึ่งใช้เวลากว่า 30 นาที จึงออกมาจากห้อง เพื่อเตรียมเดินทางกลับ ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน

โดยขณะที่จะขึ้นรถกลับ บรรดาญาติและผู้ที่มาร่วมให้กำลังใจญาติของ ผอ.อ้อย ที่ยังรออยู่ด้านล่าง ต่างก็ได้ตะโกนด่าทอไม่หยุด ก่อนรถเคลื่อนตัวออก ก็ยังได้นำเอาดอกไม้จันทน์ ไปปักไว้ที่หน้ารถตู้ ที่ผู้กองเหน่ง นั่งมาด้วย เนื่องจากความไม่พอใจ และมีความเสียใจอย่างมาก.