วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รพ.จุฬาฯประกาศความเป็นเลิศปลูกถ่ายอวัยวะ

รพ.จุฬาลงกรณ์ นับเป็นโรงพยาบาลแห่งเดียวของไทยที่มีความหลากหลายของการปลูกถ่ายอวัยวะ ได้แก่ ตับ ไต หัวใจ ปอด ตับอ่อน ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยง ไม่นับรวมไขกระดูก และกระจกตา ซึ่งเป็นการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ โดยคณะแพทยศาสตร์ รพ.จุฬาลงกรณ์ ได้ริเริ่มการปลูกถ่ายอวัยวะขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรกเมื่อปี2515 โดยการปลูกถ่ายไต ที่ได้รับบริจาคจากผู้ที่เสียชีวิตแล้ว และในปี 2530 ก็ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับรายแรกของประเทศไทย และในปีเดียวกัน ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายหัวใจได้เป็นครั้งแรกในประเทศและในทวีปเอเชียอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันผู้ป่วยรายนี้ยังมีชีวิตอยู่เป็นปกติ และในปี 2535 สามารถปลูกถ่ายหัวใจและปอดพร้อมกัน ได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย

หลังจากได้ดำเนินงานด้านปลูกถ่ายอวัยวะ จนประสบความสำเร็จมาหลายสิบปี เพิ่งจะมีการก่อตั้งเป็นศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะแห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยเมื่อปี 2556 เป็นการรวมสหสาขาเข้าด้วยกันเพื่อดำเนินงานด้านปลูกถ่ายอวัยวะโดยเฉพาะ เพื่อให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยจำนวนมากผ่านการผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะต่างๆ จากผู้บริจาคสมองตายและผู้บริจาคมีชีวิต และยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ สร้างนวัตกรรม ค้นคว้าวิจัยและบริหารวิชาการจนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ปัจจุบันศูนย์ฯนี้ ตั้งอยู่ที่ชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ซึ่งได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จฯเปิดศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะแห่งนี้อย่างเป็นทางการ เมื่อเร็วๆนี้

นายนิรันดร์ พุดตาล หนึ่งในผู้ป่วยตับแข็ง ที่ได้รับการปลูกถ่ายตับใหม่ ที่มาร่วมการเปิดศูนย์ฯอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ตนมีปัญหาตับทำงานผิดปกติ เนื่องมาจากติดเชื้อไวรัส ซี ตรวจค่าเลือดจึงรู้ความผิดปกติ ซึ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ ตนได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ความรู้สึกตอนนี้เหมือนได้ชีวิตใหม่ มีชีวิตที่ดีขึ้น ได้คลายกังวล ก็รู้สึกขอบคุณผู้บริจาค ที่ได้ให้ชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งตนก็ทำบุญให้แก่ผู้บริจาคตลอด การสละอวัยวะเมื่อไม่มีโอกาสได้ใช้ให้แก่ผู้อื่น ถือเป็นการทำบุญทำกุศลมากจริงๆ

อีกหนึ่งผู้ได้รับชีวิตใหม่จากการได้รับการปลูกถ่ายตับใหม่เช่นกัน “พัชรี แสงสงวน” บอกว่า ตนเป็นมะเร็งตับระยะที่ 3 สู่ระยะ 4 การได้รับการผ่าตัดก็ดีใจที่จะมีโอกาสได้อยู่กับลูกหลานได้นานขึ้น มีชีวิตแข็งแรงขึ้น หลังจากที่ลำบากต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลมานานนับสิบปี ทุกวันจะทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลและสวดมนต์ให้แก่ผู้บริจาค การบริจาคอวัยวะเพียงคนเดียวนั้น สามารถช่วยคนได้หลายคนเลยทีเดียว.