วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรบูรณาการ...อีสานตอนบน

โดย สะ-เล-เต

ช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยเกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มจังหวัดขึ้น เน้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ท้องถิ่นมีรายได้ สนับสนุนกันภายในกลุ่ม กลายเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้เกิดการบูรณาการ และตอบสนองการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เปลี่ยนผ่านสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0

กลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน 1 อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย หนองคาย บึงกาฬ ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จมากที่สุด เพราะทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างจังหวัดมาตั้งแต่ก่อนรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วยซ้ำ

จ.หนองบัวลำภู แหล่งปลูกข้าวเหนียวใหญ่ของอีสาน หล่อเลี้ยงคนแถบนี้ รวมถึงคนลาวบางส่วน ส่งเสริมเพิ่มมูลค่าแปรรูปข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาชาวบ้านตามกรรมวิธี แช่น้ำ เพาะงอก นึ่ง ตาก และกะเทาะเปลือกจนได้ข้าวฮาง

จนเกิดกลุ่มทำข้าวฮางถึง 23 กลุ่ม เพิ่มมูลค่าจากข้าว กก.ละ 10 บาท กลายเป็น 60-80 บาท...กำลังผลิตรวมเดือนละ 10 ตัน สร้างเงินหมุนเวียนในกลุ่มจังหวัดเดือนละ 600,000-800,000 บาท

จ.หนองคาย มีรายได้หมุนเวียนในกลุ่มจังหวัดปีละนับร้อยล้านบาทจากการเลี้ยงปลานิล แต่ก็ต้องประสบปัญหาถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ผู้เลี้ยงจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชังบ้านกองนาง อ.ท่าบ่อ ลงขันเปิดแผงปลาเอง 20 แผง ใน 4 อำเภอ และเกิดการต่อยอดเป็นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านกองนาง แปรรูปปลานิลเป็นแหนม ปลาแดดเดียว ผลิตขายตามออเดอร์ ส่งทั้งตลาดในจังหวัดและประเทศลาว

จ.บึงกาฬ แหล่งปลูกยางพาราใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน ยามยางราคาตกต่ำ เกิดการรวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนยางพาราเหล่าทอง อ.โซ่พิสัย รับซื้อยางจากเกษตรกรโดยตรง มาผลิตหมอน ที่นอน ขายทั้งในประเทศและส่งออกประเทศจีน เป็นรายได้หลักของกลุ่ม สร้างเงินหมุนเวียนปีละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท

ด้านการตลาด จ.อุดรธานี เป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการค้า ลงทุนระบบสาธารณูปโภคครบครัน จึงเป็นศูนย์กระจายสินค้า มีตลาดอุดรเมืองทองในอำเภอเมือง เป็นตลาดหลักขายผัก ผลไม้ สินค้าเกษตรแปรรูป ไม่ต่างไปจากตลาดไท ส่วน จ.เลย มีจุดผ่านแดนถาวรไทย-ลาวมากที่สุดถึง 4 แห่ง มีเส้นทางจากลาวเชื่อมต่อไปได้ทั้งเวียดนาม จีน จึงกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ด้านคมนาคม ขนส่งสินค้าจากกลุ่มจังหวัดไปยังลาวและประเทศอื่นต่อไป.

สะ–เล–เต