วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นาทีทองของขี้เมา+ขี้ยา เลิกดื่มเลิกสูบประชดภาษี

โดย ซูม

เป็นข่าวใหญ่ฮือฮาและได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปพอสมควรจากการขึ้นภาษีสรรพสามิต ว่าด้วยเหล้า เบียร์ และเครื่องดื่มบางชนิดของรัฐบาล เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยสลับกันไป แต่ส่วนใหญ่แล้วจะออกมาในทำนองเห็นด้วยว่าเดินหน้าไปได้เลย เพราะการดื่มสุรา การสูบบุหรี่ล้วนเป็นโทษ ทั้งต่อตัวบุคคลและสังคมโดยรวมอยู่แล้ว

การจัดเก็บภาษีคนดื่ม คนสูบ ให้มากขึ้น จึงถือเป็นการลงโทษหรือมิฉะนั้นก็เป็นการสกัดไม่ให้คนรุ่นใหม่หันมาดื่มหรือสูบมากขึ้น

ส่วนในกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมักจะมองในแง่การเมือง ว่ารัฐบาลตอนนี้กำลังเก็บภาษีอื่นๆไม่ได้ตามเป้า แต่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเงินเยอะ

การขึ้นภาษีเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายที่จะมีคนด่าน้อยที่สุดก็คือ การขึ้นภาษีจากสินค้าตราบาปทั้งหลายนี่แหละ โดยทุกครั้งและทุกรัฐบาลที่ผ่านมามักจะใช้กลยุทธ์นี้อยู่เป็นประจำ เวลาเก็บภาษีอื่นไม่ได้ตามเป้า หรือเวลาปิดหีบงบประมาณไม่ลง

เผอิญในช่วงนี้เศรษฐกิจค่อนข้างฝืดเคือง ภาษีแวตน้อยลง ภาษีส่วนบุคคล ภาษีรายได้อะไรต่างๆก็พลาดเป้าไปหมด แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าการขึ้นภาษีสินค้าบาปงวดนี้ตั้งใจจะทำเพื่อลดการทำบาปของประชาชนโดยแท้จริง เพื่อป้องกันมิให้คนดื่ม คนสูบ มากขึ้น

แต่ก็มีนักวิจารณ์สายการเมืองจำนวนไม่น้อยที่บอกว่า “ไม่เชื่อ” ตั้งใจจะเก็บมาชดเชยส่วนที่ขาดไปซะมากกว่า

สำหรับผมเองในฐานะคนที่เคยตกเป็นทาสของสินค้าบาปอย่างน้อย 2 ชนิด และต่อมาเลิกได้ทั้งหมด ด้วยเหตุผลทางด้านการแพทย์และสุขภาพ ขออนุญาตเป็นฝ่ายเห็นด้วยกับการขึ้นภาษีสรรพสามิตครั้งนี้

เพราะรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการรณรงค์ชี้แจงทั้งในด้านคำขวัญ ด้านการอธิบาย ด้านการยกตัวอย่างของจริงว่าสินค้าบาปโดยเฉพาะสุรา บุหรี่ นั้น นำความเสียหายมาสู่สังคมและตัวผู้เสพเองอย่างมากมายมหาศาล แต่จำนวนผู้ดื่มผู้สูบก็ยังไม่ลดลง

มาตรการด้านราคาเพื่อทำให้สินค้าประเภทนี้แพงขึ้นจึงเป็นมาตรการเสริมที่จำเป็นและก็น่าจะมีส่วนช่วยลดการบริโภคลงได้ในระดับหนึ่ง

อย่างน้อยก็ในช่วงแรกๆ เมื่อผู้บริโภครู้สึกช็อกจากการที่สินค้าขึ้นราคาสูงเกินไป

แต่ผมก็เห็นด้วยกับผลโพลบางสำนักเช่นกันที่บอกว่า ราคาที่แพงขึ้นจะไม่ทำให้การบริโภคสินค้าเหล่านี้ลดลงมากนัก

อาจจะลดประเดี๋ยวประด๋าวชั่วขณะหนึ่งแต่ในที่สุดก็จะกลับมาบริโภคตามเดิมหรือหนักขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้น การรณรงค์การชี้แจงทำความเข้าใจให้เห็นถึงผลเสียของสินค้าเหล่านี้ต่อสังคม รวมไปถึงมาตรการลงโทษทางสังคมอื่นๆจึงยังคงจะต้องดำเนินการต่อไปและอย่างเข้มข้นมากขึ้น

ผมเองในฐานะคนบริโภคสินค้าบาปที่เผอิญเอาตัวรอดมาได้ เป็นเพราะว่ามีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ร่างกายผมรับไม่ไหวแล้ว ทั้งในเรื่องการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ โดยเฉพาะปวดหัวจนทนไม่ไหวจากการดื่มสุราและไอจนนอนไม่หลับเพราะการสูบบุหรี่วันละ 2 ซอง

จึงจำเป็นต้องหักดิบ และในที่สุดก็หักดิบได้สำเร็จ

เผอิญว่าผมยังโชคดีที่ร่างกายออกมาเตือนก่อนว่า ไม่ไหวแล้วนะโดยที่ร่างกายมิได้ทรุดโทรม หรือเป็นโรคร้ายแรงจนรักษาไม่หายเกิดขึ้น

จึงยังพอที่จะหยุดและเลิกได้มาเกือบๆ 30 ปีเข้านี่แล้ว

แต่หลายๆท่านมิได้โชคดีอย่างผม เพราะเกิดเป็นโรคความดันโลหิตสูง จนเส้นโลหิตในสมองแตก ทำให้เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ไปบ้าง หรือ สูบบุหรี่จนเป็นมะเร็งในปอดจนยากแก่การรักษาเสียบ้าง

จึงใคร่ขอถือโอกาสนี้ หรือในวาระที่รัฐบาลขึ้นภาษีคราวนี้ เชิญชวนให้คอทองแดงและสิงห์อมควันทั้งหลายเลิกดื่มเลิกสูบแบบหักดิบโดยพลัน

มันเหมือนจะลงแดงจริงๆ ทารุณกระวนกระวายมองเห็นฟ้าเหลืองเลย ในช่วง 3-4 วันแรกสำหรับการเลิกบุหรี่

ส่วนสุรานั้น สำหรับคนที่มิได้ติดมากมายถึงขั้นมือสั่นตอนเย็นๆ น่าจะเลิกได้ง่ายกว่า เพียงแค่ไม่ออกสังคม ไม่เจอเพื่อนฝูงนักดื่ม สักพักก็จะเลิกไปได้เอง

แต่ในที่สุดเมื่อเลิกสูบบุหรี่และเลิกเหล้าได้สำเร็จ เราจะรู้เลยว่าเรานี่โง่จริงๆที่ดันไปเป็นทาสสุราและบุหรี่อยู่ได้ถึง 20–30 ปี เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ...ฉะนั้นขอเชิญหักดิบตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ.


“ซูม”