วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตำรวจอาสาสุดกร่าง รุมกระทืบ ชกต่อยชาวบ้าน 3 ราย อ้างคิดว่าเป็นโจร

ตำรวจอาสาสภ.หนองขาม ฉาวอีกรอบ หลังชาวบ้านร้องอยู่ดีๆ มาทำร้ายร่างกาย 2 พี่น้องถึงหน้าบ้าน ส่วนผู้เสียหายอีกคนโผล่แจ้งความ บอกโดนทำร้ายระหว่างอุ้มลูก 2 ขวบ ผกก.รู้เรื่องแล้ว ระบุชัดไม่เข้าข้างใคร ถ้าตำรวจอาสาผิดจริง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก เครือสหพัฒน์ แหลมฉบัง ได้แชร์คลิปที่โต้เถียงกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ ทางผู้โพสต์ระบุรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตำรวจอาสาซ้อมลูกชายหน้าบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ภายในคลิปนั้นได้มีการสนทนาเกี่ยวกับผู้เสียหาย กลุ่มอาสาสมัครและนายตำรวจรุมทำร้าย ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกัน

ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ สภ.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พบ 2 พี่น้องคือ นายศุภชัย สิทธิโภชน์ อายุ 33 ปี และนายวินัย สิทธิโภชน์ อายุ 31 ปี ได้เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อ.อัศวิน จันโท พนักงานสอบสวน สภ.หนองขาม

ทั้งนี้ ผู้เสียหายระบุว่า ภายหลังจากเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ทั้งหมด 7 คน อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาประจำหมู่บ้านรุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าเป็นรอยฟกช้ำรวมทั้งขาแขนและปาก เหตุเกิดบริเวณหน้าหอพักแห่งหนึ่ง ซึ่งตนเป็นเจ้าของหอพักดังกล่าวอีกด้วย

นายศุภชัย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ตน น้องชาย และเพื่อนน้องอีกคน กำลังนั่งดื่มสุรากันอยู่ภายในห้องพักซึ่งอยู่ติดกับถนน หลังจากนั้นตนได้ให้น้องและเพื่อนอีกคนไปซื้อสุรามาเพิ่ม ต่อมาตนได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ที่บริเวณหน้าห้องพัก ตนจึงได้เปิดประตู ก็พบน้องชายตนกำลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ ใส่กุญแจมือ รุมทำร้ายร่างกาย ตนจึงได้ตะโกนถามไปว่า “ทำร้ายน้องกูทำไม”

หลังจากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว ก็ได้หันมาถามตนกลับว่า “หรือมึงจะเอาอีกคน” และตนก็โดนทำร้ายไปด้วยอีกคน ต่อมากลุ่มชายฉกรรจ์ ได้ใส่กุญแจมือตนและน้องชาย ขึ้นหลังกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฆฮ 5737 กรุงเทพมหานคร พาตนมาที่ป้อมตำรวจหนองขาม ก่อนที่ นายสุทิน สิทธิโภชน์ อายุ 58 ปี พ่อของตน จะเดินทางมาเพื่อดำเนินการเจรจา ทั้งนี้ตนอยากให้ชายฉกรรจ์ดังกล่าวที่ทำร้ายร่างกายตน ออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

พ.ต.ท.ณกฤช ใจรักเรียน รอง ผกก.หนองขาม เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าเป็นการเข้าใจผิดกันระหว่างเจ้าหน้าที่ และประชาชน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะในขณะเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามเฝ้าระวังคนร้ายที่ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้นำรถจักรยานยนต์ติด GPS มาทิ้งจอดไว้ เพื่อดักจับคนร้ายที่จะลงมือก่อเหตุ ในขณะเดียวกันนั้นก็พบน้องชายของผู้เสียหายและเพื่อนขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ MSX สีม่วง มาด้วยท่าทีมีพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงได้มีการขอตรวจค้น แต่ผู้ขับขี่จักรยานยนต์กลับเร่งเครื่องยนต์หนี ส่งผลให้เป็นการเข้าใจผิดกันไปใหญ่

อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องโทษที่เจ้าหน้าที่อาสา ไม่ได้สวมชุดอาสา และรถยนต์ก็ไม่มีตราโล่ตำรวจแต่อย่างใด ในส่วนของเรื่องการดำเนินคดีนั้น ก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ถ้าตรวจสอบออกมาแล้ว เจ้าหน้าที่อาสาผิดก็ดำเนินการตามความผิดไป ซึ่งเราจะไม่เข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นมีผู้เสียหายอีกนายที่อ้างว่าถูกตำรวจอาสาชุดเดียวกันทำร้าย ระบุว่า โดนทำร้ายระหว่างที่กำลังอุ้มลูกเพียง 2 ขวบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาเรียกให้ตรวจปัสสาวะ จากนั้นคนทำร้ายร่างกายตนก็ขับรถหนีไปเลย