วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขรัวอินเทวดา (2)

เรื่องขรัวอินเทวดา หลอกเอาผ้าขาวม้าจากชาวบ้าน เสกเป็นสะพาน ปีนขึ้นฟ้าหายตัวไป เจ้านายหนุ่มๆ เขียนไว้หนังสือวชิรญาณวิเศษเข้าใจว่า เป็นเรื่องราวในสมัยรัชกาลที่ 4 หรือรัชกาลที่ 5

กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ได้ทรงรจนาให้ละครร้อง คณะปรีดาลัยของท่านเล่น

เนื้อเรื่องเน้นสนุกสนาน แฟนๆละครร้องชอบกันมาก เล่ากันปากต่อปาก สนุกๆพอๆกับเรื่องสมเด็จพุฒาจารย์โต วัดระฆังใบ้หวย

แต่เรื่องขรัวอินเทวดา ที่ “เทียนวรรณ” เขียน และ สถิตย์ เสมานิล เอามาเล่าต่อ (วิสาสะเล่ม 2) เป็นอีกลีลา

ได้ยินว่า กาลนั้น ในรัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โจษกันว่า พระขรัวตารูปหนึ่ง ชื่ออิน เป็นผู้ทรงเวทมนตร์ เรียกขุมทรัพย์จากใต้ดินให้ผุดขึ้นมาให้คนแลเห็นได้

ขรัวตาอิน จะมาสำนักอารามไร ก็ไม่รู้ ไม่มีอยู่ในนิทาน

ชะรอยจะเป็นเถรไม่มีสำนัก ตุหรัดตุเหร่ในที่ต่างๆ อาศัยวัดโน้นบ้าง วัดนี้บ้างเรื่อยๆไป

และวันหนึ่ง ก็คงกระเซอะกระเซิงไปแถวบ้านช่องนนทรี สำแดงตัวเป็นผู้วิเศษดังคำเล่าลือ ชาวบ้านก็แตกตื่นกันไปนิมนต์ขรัวตาอินสำแดงอภินิหาร เรียกขุมทรัพย์ให้เห็น

ขรัวตาอินก็รับ

เรียกด้ายมาหลอดหนึ่ง แล้วนั่งบริกรรมเสกด้ายครู่หนึ่ง

เสร็จแล้ว ถือชายด้ายข้างหนึ่งไว้ ขว้างหลอดด้ายไปตกยังพื้นดิน ซึ่งแกบอกว่า ใต้แผ่นดินตรงนั้น เป็นที่ตั้งแห่งขุมทรัพย์

ฝูงชาวบ้านชุมนุมดู ก็เห็นว่าหลอดด้ายนั้น จม (หาย) ลงไปในดิน ลึกลงไปๆ จนด้ายคลี่หมดหลอด แกร้อง

“อุวะ มันอยู่ลึกจริงแฮ้ จนสุดด้ายหลอดหนึ่งแล้วก็ยังไม่ถึงนี่ก็เพลแล้ว จะต้องกลับไปหาเพลฉันเสียก่อน เอาไว้ฉันเพลแล้วเถอะ”

ฝ่ายชาวบ้านฟังดังนั้น ก็ให้มีความเสียดาย ที่จะได้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ จึงนิมนต์ไว้ จัดข้าวเพลถวาย ขรัวตาอินก็ได้กินข้าวเพล อิ่มหมีพีมันแล้ว ขรัวตาอินก็บอกว่า

ขุมทรัพย์มันอยู่ลึกนักหนา พ้นที่จะขุดลงไปให้ถึง ต่อให้ชักชวนคนทั้งตำบลมาขุด ก็เหลือวิสัย ชาวบ้านก็มิรู้จะอ้อนวอนอะไรอีกได้ จะโทษว่าแกหลอกกินข้าวเพล ก็ไม่ถนัด

เพราะต่างก็เห็นอยู่ด้วยกันว่า หลอดด้ายมันจมดินลงไปสุดสิ้นแล้ว

สถิตย์ เสมานิล ตีความเจตนาเล่าเรื่อง ขรัวอินเทวดา หลอกชี้ขุมทรัพย์ เพื่อเปรียบเทียบกับระบอบการปกครอง บ้านเมือง ที่มีเจ้านายใช้อำนาจได้คนเดียว

เสรีภาพในการพูด การคิด การเขียนของราษฎร ก็ไม่มี สภาผู้แทนก็ไม่มี

เผอิญมีขุนนางสอพลอ ประกอบกับเจ้านายใจโลเล จึงเกิดเหตุหลายประการ

บ้านเมืองใด ผู้ชายมีเมียมาก การพนัน ขายมนุษย์ลงเป็นทาส บัญชีพลเมืองไม่จะแจ้ง คนมีปัญญามีสติที่ซื่อตรงมีน้อย คนฉลาดในทางโกงมีมาก

ในพระนครไม่ใคร่มีเมตตาแก่ชาติของตนจริงๆ ริษยากันเองเป็นพื้นอย่างออกหน้า ชอบยอ คนพูดความจริงกลับได้รับโทษ ราษฎรถูกกดขี่ คนผู้ใหญ่ผู้มีทรัพย์ไม่สงเคราะห์คนจน กลับเบียดเบียนคนจนด้วยอุบายต่างๆ

เหล่านี้ คือพื้นแห่งบ้านเมือง อันจะจำเริญไปไม่ได้

เรื่องเล่าขรัวอินเทวดา หลอกกินข้าวเพล...ลีลานิทาน ฟังเมื่อไหร่ ก็สนุก

แต่ถ้าฟังด้วยลีลาการเมือง บ้านเมืองที่มีขุนนางสอพลอ วันๆชาวบ้านก็คงตั้งตารอ เมื่อไหร่ขรัวอินเทวดาจะฉันเพลอิ่ม...อิ่มแล้วจะไปจำพรรษาที่วัดไหน ก็ไปๆเสียที.

กิเลน ประลองเชิง

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ขรัวอินเทวดา