วันพุธที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชง “ครม.” ช่วยเหลือชาวนา ธ.ก.ส.ทุ่ม 7 หมื่นล้านจ่ายค่าเก็บเกี่ยวผลผลิต


ธ.ก.ส. เตรียมชง ครม. ไฟเขียว 2 มาตรการช่วยเหลือชาวนา วงเงิน 7 หมื่นล้านบาทเดือน ต.ค.นี้ ทั้งสินเชื่อรวบรวมและแปรรูปผลผลิต และเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว พร้อมเดินหน้าขจัดหนี้นอกระบบเกษตรกรให้เป็นศูนย์ เผยเตรียมวงเงิน 5 พันล้านบาทให้กู้ฉุกเฉิน ป้องกันก่อหนี้นอกระบบซ้ำอีก

นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.เตรียมวงเงินดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับฤดูการผลิตข้าวนาปี 60/61 ประมาณ 70,000 ล้านบาท โดยความช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.วงเงินสินเชื่อเพื่อรวบรวมและแปรรูปผลผลิต อัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน ซึ่งปล่อยให้กับสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 23,000 ล้านบาท และ 2.เงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวพืชผลที่จ่ายช่วยเหลือแบบให้เปล่าต่อรายต่อไร่อัตราเดียว แต่ไม่เกิน 15 ไร่ วงเงินรวม 47,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเหลือเกษตรกรได้ 3 ล้านราย โดยการช่วยเหลือนี้ไม่ขัดกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) และถือเป็นความช่วยเหลือที่ใกล้เคียงกับฤดูกาลผลิตรอบก่อน ไม่เป็นภาระงบประมาณตามนโยบายนายกรัฐมนตรี คาดว่า จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบได้ภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อให้ทันการเก็บเกี่ยวในเดือน พ.ย.นี้

“ขณะนี้ ยังไม่สรุปชัดเจนว่า แนวทางช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวพืชผลฤดูกาลนี้ เกษตรกรจะได้รับเงินต่อรายต่อไร่เท่าไร ต่างจากปีก่อน ที่ให้ความช่วยเหลือเป็นขั้นบันไดตั้งแต่ 800-1,200 บาทต่อไร่ แต่เบื้องต้นจะให้เงินสนับสนุนรายละไม่เกิน 15 ไร่เท่านั้น เพราะต้องการช่วยเกษตรกรรายเล็ก และเกษตรกรที่ปลูกข้าวทุกประเภท”

ส่วนการปล่อยสินเชื่อของ ธ.ก.ส. 5 เดือนแรกของปีบัญชี 60/61 ซึ่งปีงบประมาณของ ธ.ก.ส.เริ่มเดือนแรกในเดือน เม.ย.60 นั้น ล่าสุด ปล่อยสินเชื่อใหม่แล้ว 18,000 ล้านบาท ขยายตัว 20% ของเป้าหมายสินเชื่อที่ 86,000 ล้านบาท ขณะที่สามารถระดมเงินฝากได้ 10,000 ล้านบาท จากเป้าหมายรวม 50,000 ล้านบาทมั่นใจว่า ทำได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ล่าสุดประมาณ 4% มั่นใจว่าจะรักษาไม่ให้สูงเกินกว่านี้ได้

ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า วานนี้ (18 ก.ย.) จากการลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี พร้อมด้วยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง และนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบให้เป็นศูนย์นั้น ได้มีการเปิดจุดบริการให้คำปรึกษา แนะนำแก่เกษตรกรกลุ่มเป้าหมายที่ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย และมีหนี้นอกระบบ รวมถึงให้สินเชื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อไม่ให้เกษตรกรหวนกลับไปเป็นหนี้นอกระบบอีก

ทั้งนี้ ตามโครงการสวัสดิการรัฐปี 60 มีประชาชนลงทะเบียน 14.1 ล้านราย ในจำนวนนี้ ลงทะเบียนผ่าน ธ.ก.ส. 7.7 ล้านราย ซึ่งเป็นหนี้นอกระบบ 620,000 ราย มูลหนี้ 30,000 ล้านบาท เฉลี่ยหนี้ต่อราย 50,000 บาท ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ให้สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรน เพื่อนำไปชำระหนี้นอกระบบ และลดภาระทางการเงิน โดยล่าสุด จ่ายสินเชื่อแก้ไขหนี้นอกระบบให้เกษตรกรแล้ว 41,545 ราย เป็นเงินสินเชื่อ 4,219.53 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังเตรียมวงเงินสินเชื่ออีก 5,000 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรกู้เงินกรณีมีความจำเป็น โดยไม่ต้องก่อหนี้นอกระบบซ้ำอีก เช่น ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครัวเรือน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร เป็นต้น ล่าสุดจ่ายสินเชื่อแล้ว 3,691.55 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรได้แล้ว 77,723 ราย.