วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดปมคิดค่าไฟฟ้ารายภาค

สร้างความเป็นธรรมให้ประชาชนกับผู้ใช้รายใหญ่

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.อยู่ระหว่างศึกษาการคิด คำนวณค่าไฟฟ้าฐานให้สอดคล้องตามโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ที่จะประกาศใช้ในปี 2561-2564 ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่กำหนดให้ศึกษาการจัดเก็บค่าไฟฟ้ารายภูมิภาค ตามต้นทุนค่าไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งการคำนวณค่าไฟฟ้าแบบรายภาค คือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก โดยมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณา เช่น การใช้ไฟฟ้าบนเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอาทิ เกาะช้าง เกาะพะงัน เกาะกูด เกาะสมุย ที่มีธุรกิจขนาดใหญ่เข้าไปตั้งโรงแรม รีสอร์ต ภัตตาคาร ซึ่งลักษณะการใช้ไฟฟ้าจะใช้รูปแบบการลากสายเคเบิลใต้น้ำ จากฝั่งบนบกไปยังเกาะนั้นๆ ส่งผลให้ เกิดต้นทุนที่สูงกว่าพื้นที่ทั่วไป เฉลี่ยต้องลงทุน 1,000 ล้านบาทต่อเกาะ

ดังนั้น มีโอกาสเก็บค่าไฟฟ้าบนเกาะจากกลุ่มผู้ประกอบการนี้สูงกว่าอัตราปกติ ขณะที่ชาวบ้านบนเกาะยังเก็บในอัตราปกติ จากการหารือเรื่องนี้เบื้องต้นกับผู้ประกอบการบนเกาะก็ได้ยอมรับและพร้อมให้ความร่วมมือ และในอดีตต้นทุนการผลิตไฟฟ้าบางพื้นที่บนเกาะมีต้นทุนสูงถึง 20-30 บาทต่อหน่วย แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย ทำให้ต้นทุนถูกลง แต่ก็ยังอยู่ในระดับสูงที่ 10 บาทต่อหน่วย ขณะที่มีการจ่ายค่าไฟฟ้าในราคาทั่วไปที่ 2-3 บาทต่อหน่วยเท่ากับพื้นที่ทั่วไป”

ล่าสุด กกพ.มีแนวทางในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่เกาะ โดยใช้เทคโนโลยีไมโครกริด ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสมาร์ทกริด โดยไมโครกริดคือ การผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงต่างๆในพื้นที่ที่มีกำลังผลิตขนาดเล็ก และส่งไฟฟ้าไปรวมกันที่ศูนย์รวม ก่อนกระจายไฟฟ้าไปยังบริเวณโดยรอบในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งขณะนี้มีบางเกาะใช้ไมโครกริดแล้ว ทั้งนี้ หากต้นทุนไฟฟ้าของผู้ประกอบการสูงขึ้น และผลักภาระให้นักท่องเที่ยวรับรู้ต้นทุนไฟฟ้าก็อาจเป็นจุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการที่พักที่เน้นประหยัดพลังงานเหมือนในที่ต่างๆที่หากค่าไฟฟ้าในที่พักแพงส่งผลต่อต้นทุน ผู้ประกอบการก็อาจหันมาใช้พลังงานแสงสว่างจากธรรมชาติอื่นๆ เช่น ตะเกียง หรือคบไฟเหมือนในอดีต ฯลฯ.