วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้ำชัดไม่ใช่ภาวะฟองสบู่ การเมืองนิ่งต่างชาติมั่นใจลุยตลาดหุ้น

สมาคมนักวิเคราะห์ ฟันธงตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นร้อนแรงไม่ใช่ภาวะฟองสบู่ แต่เกิดจากต่างชาติกลับมาลุยซื้อ หลังมองทิศทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนปีหน้าจะเติบโตได้ดี อานิสงส์การเมืองไทยเริ่มมีความสงบ ขณะที่ราคาหุ้นไทยยังปรับขึ้นไม่มาก ทั้งปีขึ้นแค่ 2-3% ส่วนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้น 15%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุนได้จัดงานสัมมนาหัวข้อ “วิเคราะห์หุ้นไทยหลังผ่าน 1,650 จุด : เป้าหมายถัดไปคือระดับใด” โดยนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน กล่าวว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงของตลาดหุ้นไทยรอบนี้ ไม่ได้มีสัญญาณว่าจะเป็นภาวะฟองสบู่ แต่เกิดจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทย จากการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยที่ดีขึ้น ขณะที่หุ้นไทยยังราคาไม่แพง เพราะดัชนีตลาดปีนี้ปรับขึ้นเพียง 2-3% ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นหรือดัชนี ASIA Ex Japan เฉลี่ยปรับขึ้น 30% ส่วนตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นเฉลี่ย 15% และตลาดหุ้นฟิลิปปินส์กับอินโดนีเซียปรับขึ้นมากถึง 20% เงินจึงไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นไทย

ขณะที่สภาพคล่องของเงินทุนในตลาดโลกยังคงมีมหาศาล แม้สหรัฐฯจะหยุดอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบผ่านนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แต่ญี่ปุ่นและยุโรปยังคงมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบอยู่ เงินทุนเหล่านี้จึงจำเป็นต้องไหลมาหาผลตอบแทนที่ดีกว่า ขณะที่ การลงทุนในตราสารหนี้หรือพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่ต่ำหรือลดลงมาก และสหรัฐฯอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและการปรับลดงบดุล (Balance Sheet) ออกไปด้วย เป็นผลดีต่อตลาดหุ้นในภาพรวม

“หุ้นไทยที่เพิ่มขึ้นรอบนี้ไม่ใช่ฟองสบู่อย่างที่วิตกกัน แต่มาจากเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้า แม้ช่วงนี้อาจจะปรับขึ้นเร็วกว่าพื้นฐานหรือกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งคาดว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้จะโตได้ในระดับ 5% เท่านั้น แต่คาดหวังว่าปีหน้าจะโตได้มากกว่า 10% เพราะเศรษฐกิจไทยยังเติบโตทั้งภาคการเกษตรที่ราคาเริ่มฟื้นตัว และหากมีการเลือกตั้งน่าจะทำให้ภาครัฐเริ่มมีการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่เร็วขึ้น ทำให้การบริโภคในประเทศเริ่มกลับมา”

อีกทั้งจากการไปโรดโชว์ที่สหรัฐฯเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติพอใจกับผลตอบแทนจากการลงทุนในเอเชียเหนือ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้แล้ว และแสดงความสนใจจะย้ายเม็ดเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียน ซึ่งไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจมากที่สุด

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ทิสโก้ยังให้เป้าดัชนีปีนี้ที่ 1,660 จุด และปีหน้าที่ 1,720 จุด เป็นเป้าหมายที่อิงตามปัจจัยพื้นฐาน แต่หากปีหน้ากำไรบริษัทจดทะเบียนโตมากกว่า 10% ก็อาจมีการขยับเป้าดัชนีขึ้นได้อีก ส่วนที่มีบางสำนักวิเคราะห์มองเป้าดัชนีปีหน้าจะไปถึง 1,800 จุด หรือ 2,000 จุดนั้น อาจเป็นการวิเคราะห์ด้านเทคนิคเส้นกราฟมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามคือ การปรับลดงบดุลของสหรัฐฯว่าจะกระทบกับสภาพคล่องของตลาดหุ้นหรือไม่

ด้านนายสมบัติ นราวุฒิชัย ประธานกรรมการ บล.เออีซี กล่าวว่าประเมินดัชนีในช่วงที่เหลือของปีมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ 1,650-1,700 จุด โดยกระแสเงินทุนต่างชาติยังมีโอกาสไหลเข้ามาซื้อหุ้นไทยอีกมาก เนื่องจากการเมืองของไทยเริ่มมีความสงบและต่างประเทศเริ่มให้การยอมรับมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ก.ย.60 ว่า ยังคงปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบเกือบ 24 ปีอย่างต่อเนื่อง โดยปิดทำการที่ระดับ 1,670.20 จุด เพิ่มขึ้น 9.67 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 67,807.60 ล้านบาท.