วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่หยอดคําหวาน นักการเมืองดี ไม่เคยมองว่าเป็นศัตรู! ศรีสุวรรณจี้สอบเรือเหาะ

“ศรีสุวรรณ” ยื่น สตง.ชงเรื่องต่อให้ ป.ป.ช.สอบ “บิ๊กป๊อก” พ่วง “ครม.มาร์ค” ใช้งบไม่คุ้มค่าซื้อเรือเหาะไร้คุณภาพ ดักคออย่าฟอกขาวเหมือนกรณีเรือดำน้ำ ป.ป.ช.ชี้รื้อคดีเรือเหาะต้องมีหลักฐานใหม่ เพราะเคยยกคำร้องไปแล้ว “มาร์ค” ตามบี้นายกฯ บอกวันเลือกตั้งชัดๆให้คนไทยฟัง แล้วไปประกาศกับอเมริกา พท.ดักคออย่าอ้างไม่สงบมาเลื่อนเลือกตั้งอยู่เรื่อยไป “ไพบูลย์” ฟันธงเลือกตั้งหลัง ก.ย.61 ผ่านงบประมาณ-โยกย้ายให้สะเด็ดน้ำก่อน นายกฯ ลงพื้นที่สุพรรณบุรี-อยุธยา ก่อนประชุม ครม.สัญจร กราบหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เจ้าอาวาสสอนวิธีคลายเครียด-ฝึกสมาธิ “บิ๊กตู่” ยอมรับปล่อยวางไม่ค่อยได้ ปัญหาเก่าใหม่หยิบมาพันกัน ต่อมโมโหทำงานบ่อย วอนอย่ามาจี้ถามวันเลือกตั้ง ครวญบอกแล้วไม่เป็นไปตามนั้นก็หาว่าสืบอำนาจ เจอะหน้านักการเมือง ชทพ.ถามไถ่ทุกข์สุขชื่นมื่น หยิกหยอกลูก “สมศักดิ์” รู้จักพ่อมานานแล้วทำไมวันนี้เปลี่ยนไป ดีเอสไอยังไม่ออกหมาย เรียก “โอ๊ค” คดีกรุงไทย ปปง.เบี้ยวไม่มาตามนัด

สืบเนื่องจากการปลดระวางเรือเหาะตรวจการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองทัพบกจัดซื้อมาปฏิบัติการตั้งแต่ปี 2552 ด้วยงบประมาณ 350 ล้านบาท ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ถึงความคุ้มค่าหรือไม่ โดยมีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองจ่อยื่นให้องค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนั้น

ร้อง สตง.สอบ “บิ๊กป๊อก–ครม.มาร์ค”

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องต่อนายพรชัย จำรูณพานิชย์กุล รองผู้ว่าการ สตง. ขอให้ สตง.ตรวจสอบการจัดซื้อเรือเหาะ มูลค่า 350 ล้านบาท ที่เป็นยุทธภัณฑ์สำหรับลอยขึ้นตรวจตราความเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองทัพบกได้ปลดประจำการไปหลังใช้งาน 8 ปี ตั้งแต่ปี 2552 โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า เรือเหาะดังกล่าวใช้งานมานาน 8 ปี ต้องเสียค่าดูแลรักษาปีละ 50 ล้านบาท แต่ไม่เคยเตือนภัยการก่อการร้ายได้ ถือว่าเป็นยุทธภัณฑ์ที่ไม่มีประสิทธิผล ราคาแพง ไม่มีความคุ้มค่า สิ้นเปลืองงบประมาณ จึงต้องการให้ สตง.ตรวจสอบ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ขณะดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ในช่วงที่มีการจัดซื้อเรือเหาะดังกล่าว ว่าใช้อำนาจเป็นไปตามกฎหมายการเงินการคลังและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการบริหารราชการแผ่นดินสืบไป โดยขอให้ สตง.เสนอเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อลงโทษตามกฎหมายด้วย นอกจากนี้ ยังเห็นว่าคณะกรรมการตรวจรับ และ ครม.ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ต้องรับผิดชอบด้วย โดยเรื่องนี้จะเป็นบทพิสูจน์การทำงานของ สตง.ว่าตรงไปตรงมาหรือไม่ เชื่อว่าไม่สามารถฟอกขาวเหมือนกรณีเรือดำน้ำ เนื่องจากสาธารณชนรับทราบมาโดยตลอดว่าเรือเหาะไร้ประสิทธิภาพและสิ้นเปลืองงบประมาณอย่างไร จึงอยากให้นายพิศิษฐ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. ตรวจสอบเรื่องนี้ให้เป็นผลงานก่อนที่จะเกษียณในเร็วๆนี้

ปปช.ชี้คดีเรือเหาะต้องมีหลักฐานใหม่

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ สตง.ตรวจสอบการจัดซื้อเรือเหาะปี 2552 เพื่อส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนอีกครั้งว่า กรณีดังกล่าว ป.ป.ช.เคยมีมติยกคำร้องไปแล้วปี 2558 หากจะให้ ป.ป.ช.วินิจฉัยกรณีนี้อีกครั้ง ต้องมีผู้มายื่นเรื่องร้องเรียนใหม่ รวมทั้งต้องมีพยานหลักฐานใหม่ที่แตกต่างจากเดิมที่ ป.ป.ช.เคยวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด เมื่อถามว่า ป.ป.ช.จะต้องรอดูหลักฐานจากที่ สตง.ส่งมาให้ก่อนหรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบย้ำว่า ถ้ามีพยานหลักฐานใหม่ ป.ป.ช.สามารถนำมาพิจารณาได้ ส่วนความคืบหน้าการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด (จีที 200) นั้น ป.ป.ช.เห็นว่ามีประเด็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และต้องขอเอกสารหลักฐานจากต่างประเทศ ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้รับคำพิพากษาจากศาลประเทศอังกฤษ ที่ให้ยึดทรัพย์อดีตนักธุรกิจที่จำหน่ายเครื่อง GT200 แล้ว อยู่ระหว่างขั้นตอนตรวจสอบพยานหลักฐาน และการแปลคำพิพากษา ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบ

“อภิสิทธิ์” จี้ “บิ๊กตู่” ระบุชัดๆวันเลือกตั้ง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม ทางสถานีโทรทัศน์ฟ้าวันใหม่ ถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาและเตรียมพบนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องบอกกับทางสหรัฐฯให้ชัดว่า ภาวะปัจจุบันเป็นเพียงภาวะชั่วคราว และจะสิ้นสุดลงอย่างไร ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์เคยระบุว่า ถ้าไม่มีปัญหาขัดข้องด้านกฎหมายจะเลือกตั้งประมาณปลายปี 61 นั้น ความจริงน่าจะพูดว่าจะดูแลไม่ให้มีข้อขัดข้อง หากนายกฯยังมีคำว่า “ถ้า” จะทำให้คนตีความอื่นได้อีก ทั้งนี้ ต้องการให้นายกฯบอกเรื่องวันเลือกตั้งกับประชาชนไทยเสียก่อน จากนั้นจึงนำความนี้ไปบอกแก่สหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่เป็นห่วงคือ กรณีสถานการณ์เกาหลีเหนือ เราเป็นประเทศที่ยึดตามแนวทางสหประชาชาติ ซึ่งมีมติอย่างไร เราต้องปฏิบัติตามนั้น แต่ถ้าสหรัฐฯขออะไรที่เกินเลย ไทยก็ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

พท.ดักทางอ้างไม่สงบเลื่อนเลือกตั้ง

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ในฐานะคณะทำงานติดตามการร่างรัฐธรรมนูญพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรจะได้เลือกตั้งภายในปี 61 ว่า เท่าที่ฟังปัญหาน่าจะขึ้นกับการจัดทำกฎหมายลูกที่เหลืออีกสองฉบับ และเรื่องบรรยากาศของความสงบเรียบร้อย ความจริงการจัดทำกฎหมายลูก ถ้าผู้เกี่ยวข้องจริงจังจริงใจ ก็สามารถเขียนให้เสร็จได้เร็วอยู่แล้ว เว้นแต่ว่ามีคนอยากจะทำให้มันยาก ให้มันเสียเวลา ใช้เวลาทำกันจนถึงวินาทีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าห่วงมากกว่าการจัดทำกฎหมายลูกคือ เรื่องของบรรยากาศความสงบเรียบร้อยที่ผู้มีอำนาจมักพูดถึง เพราะไม่รู้ว่าอะไรคือความไม่สงบ อะไรคือความไม่เรียบร้อย ขึ้นอยู่กับการตีความ วันนี้การสำรวจของโพลหลายสำนักชี้ว่าคนอึดอัด เดือดร้อน เชื่อว่าถ้าเลือกตั้งแล้วปัญหาทุกอย่างจะดีขึ้น ลำพังการใช้อำนาจพิเศษ โดยเฉพาะมาตรา 44 แก้ไขอะไรไม่ได้มาก มีแต่ใช้เพื่อกดคนหรือฝ่ายตรงข้ามไม่ให้แสดงความคิดเห็น ดังนั้น มองว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรจะเข้าสู่การเลือกตั้ง เร่งทำกฎหมายลูกให้เสร็จ อย่าไปฝืน หาก พล.อ.ประยุทธ์อยากเป็นนายกฯอีก รัฐธรรมนูญก็เขียนให้กลับมาเป็นนายกฯได้ หรือถ้ารู้สึกพอแล้วก็ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาทำหน้าที่แทน หรือถ้าคิดจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ก็ประกาศมาให้ชัดเลย ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน บรรยากาศบ้านเมืองก็จะได้ไม่ต้องอึมครึมแบบนี้

“ไพบูลย์” เชื่อเลือกตั้งหลัง ก.ย.61

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปฯ กล่าวถึงกรณีสำนักวิจัยซูเปอร์โพลสำรวจพบว่า ประชาชนร้อยละ 55.1 ต้องการเลือกตั้งไม่เกินเดือน ก.ย.2561 ว่า ตนมองว่ารัฐบาลและ คสช. คงต้องการให้มีการเลือกตั้งหลังพ้นเดือน ก.ย.2561 ไปแล้ว เพื่อให้ สนช.ผ่านกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน และ ครม.โยกย้ายทหารและ ข้าราชการประจำปี 2561 ให้เสร็จสิ้นก่อนวันเลือกตั้ง ส่วนนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังเลือกตั้งนั้น ต้องจับตาดูชื่อบุคคลที่ 2 พรรคใหญ่ 2 พรรคจะนำเสนอต่อสังคม โดยเน้นไปที่ชื่อลำดับที่ 2 และ 3 ต่อจาก ชื่อหัวหน้าพรรคในบัญชีแคนดิเดตนายกฯ เพราะอาจจะเป็นชื่อบุคคลที่เตรียมเผื่อไว้สำหรับการเจรจาตั้งรัฐบาลก็ได้ แต่คงไม่มีพรรคการเมืองใดจะกล้าไป ตกลงสัญญาอะไรกันก่อนเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคต่างกลัวมวลชนของตนเองพลิกกลับ และเชื่อว่าการเลือกนายกฯในการประชุมครั้งแรกในสภาจะยังไม่ได้นายกฯ ต้องรอประชุมสภาฯ ครั้งที่ 2 จึงค่อยมี บุคคลที่ได้เสียงข้างมากของรัฐสภาเป็นนายกฯคนใหม่

นายกฯกราบหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

สำหรับภารกิจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่ง ชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สุพรรณบุรี และ พระนครศรีอยุธยา และการประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 18-19 ก.ย.นั้น เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ พล.ม. 2 รอ. นายกฯ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มายังศาลากลาง จ.สุพรรณบุรี จากนั้นนายกฯพร้อมคณะ อาทิ นายสมคิด จาตุศรี-พิทักษ์ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เดินทางมายังวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร อ.รั้วใหญ่ จ.สุพรรณบุรี โดยมีว่าที่ ร.ต.สุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ จากนั้นได้เข้ากราบสักการะ และห่มผ้าองค์หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ ก่อนกราบขอพรจากพระธรรมพุทธิมงคล ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด สุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ในพระวิหาร หลวงวัดป่าเลไลยก์ โดยพระธรรมพุทธิมงคลได้มอบรูปเหมือนหลวงพ่อโตหน้าตัก 3 นิ้ว เหรียญหลวงพ่อโตที่ทำจากสตางค์เก่าและหนังสือสวดมนต์ให้กับนายกฯและคณะ

สนทนาธรรมคลายเครียด—สร้างสมาธิ

พระธรรมพุทธิมงคลได้สนทนาธรรมกับนายกฯ ตอนหนึ่งว่า เวลาเครียดให้หายใจนับ 1 ถึง 10 จะได้คลายเครียด และตรรกะง่ายๆ รักใครเคารพใครเชิดชู บูชาใคร เราต้องเห็นความดีของเขา เหมือนคนไทยรักในหลวง รวมถึงให้สวดมนต์ทุกวัน เห็นนายกฯมีเวลาจำกัดเลยไม่ได้สวด จึงให้หนังสือไปอ่านในรถ หนังสือเล่มนี้มีความศักดิ์สิทธิ์อ่านแล้วคลายเครียด อ่านแล้วสบาย ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ค่อยสบาย พระธรรมพุทธิมงคลจึงกล่าวว่า เมื่อไม่สบายก็ต้องอ่าน พร้อมบอกว่าที่บริเวณหน้าผา อ.อู่ทอง เป็นเหมืองหินร้างยาว 800 เมตร จ.สุพรรณบุรี ได้สร้างพุทธมณฑลไว้ แกะพระไว้ที่หน้าผาให้เป็นมรดกโลก หากมีเวลาอยากให้ไปดู โดยนายกฯกล่าวว่า จะนำคำสั่งสอนไปปฏิบัติ ส่วนการนับลมหายใจปฏิบัติบ้างแล้ว โดยนับตัวเลข 4 ครั้ง คือ สูดลมหายใจเข้าแล้วนับ 1 ถึง 4 พร้อมทั้งกลั้นไว้โดยนับ 1 ถึง 7 พอ 8 ค่อยๆผ่อนลมหายใจออก เลือดจะได้สูบฉีดขึ้นสมอง สมองจะได้ไม่ตาย และได้สวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน พระธรรมพุทธิมงคลกล่าวว่า การสวดมนต์เป็นการขจัดไวรัสสมอง เพราะสมองคนเราบันทึกเรื่องราวไว้มาก และเพื่อให้ใจมีสมาธิ

ยอมรับยังปล่อยวางไม่ค่อยได้

จากนั้นพระธรรมพุทธิมงคล ได้ขอจับมือนายกฯพร้อมกล่าวว่า คนเรามือต้องว่าง จะสามารถหยิบทุกอย่างได้ อย่ายึดถือไม่ยอมวาง กำอะไรไว้จะหยิบของใหม่โดยไม่วางของเก่าก็หยิบไม่ได้ นายกฯแย้งทันทีว่า ก็ของเก่าไม่เสร็จ พอจะเริ่มของใหม่ปัญหาเก่าก็กลับมาอีก ให้นับ 1 ถึง 10 พอนับถึง 3 ก็โมโหแล้ว แต่จะอดทนต่อไป จากนั้นพระธรรมพุทธิมงคลสอนว่า ขอให้ยึดหลักสัมมาวายามะที่ผู้บริหารต้องทำ คือ ป้องกัน แก้ไข สร้างสรรค์ อนุรักษ์ เป็นหลักของความเพียรชอบ และหลักอริยมรรคมีองค์ 8 ขณะที่นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลทำงานยึดหลักอริยสัจ 4 ทั้งนี้ ก่อนที่นายกฯจะออกจากพระวิหาร พระธรรมพุทธิมงคลได้กำชับว่า “ขอให้ต่อสู้กับทุกข์ ต้องนึกสนุกเห็นทุกข์แจ้งใจ หาเหตุพบเหตุ ดับเหตุให้ได้ จึงจะมีชัยชนะทุกข์ทั้งปวง” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯจะติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองที่วัดป่าเลไลยก์ ได้ตีระฆังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวน 5 ครั้ง ตามความเชื่อของชาวสุพรรณบุรีว่าจะสร้างชื่อเสียงให้ก้องกังวานตามเสียงระฆัง ขอพรใดๆจะได้ตามที่ขอ

สวดมนต์ทุกวันไม่ใช่เพื่อตัวเอง

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่บริเวณลานหน้าวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ ได้พบปะกับข้าราชการและประชาชนที่เดินทางมาต้อนรับกว่า 1,200 คน ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการ ชมวีดิทัศน์รับฟังปัญหาของประชาชน โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปราศรัยว่า ไม่ร้อนแดด แต่ร้อนใจหลายเรื่องที่ต้องทำงานให้สำเร็จ ใจตนดีกับทุกคนแม้จะพูดจาไม่เข้าหูไปบ้าง ปัญหาเยอะจริงๆ แต่ก็ไม่หนักใจเพราะมีประชาชนที่น่ารัก ในวีดิทัศน์ที่เด็กๆพูด มีใครสอนให้พูดหรือเปล่า ซึ่งต้องพูดจากใจเหมือนที่นายกฯพูดจากใจ ถึงจะพูดแล้วคนเกลียดก็ยอม เพื่อให้ทุกคนเรียนรู้ อยากให้ทุกคนมีหลักคิดกลับมามองสังคมว่าอย่างนี้ดีขึ้น บ้านเมืองสงบขึ้นไหม แต่ยังสับสนอลหม่าน ทำมาหากินถูกบ้างผิดบ้าง อิทธิพลบ้าง จะเป็นปัญหาที่วันหน้ากลับมาที่เดิม ถ้าได้คนดีมาก็ดี ได้ไม่ดีก็กลับมาวุ่นวายเหมือนเดิม ประชาชนทุกคนคือผู้กำหนดชะตากรรมของประเทศ หลวงพ่อบอกให้สวดมนต์ ตนสวดทุกวันอยู่แล้ว สวดให้ประเทศไทยปลอดภัย ให้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์คงอยู่ ให้คนไทยทั้งประเทศมีความสุข ไหว้พระไม่ได้ขอให้เป็นนายกฯต่อไปอีกนานๆ อย่างที่คนพูดกันว่าสืบทอดอำนาจ เพียงแต่ขอให้ทำงานทุกอย่างไม่มีอุปสรรค แก้ปัญหาได้ ให้ประชาชนรักสามัคคีกันอย่าขัดแย้งกัน

ปัดตูดขาดขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากให้คนไทยใช้ประโยชน์จากโทรศัพท์ คนไทยกว่า 70 ล้านคนมีโทรศัพท์ใช้ 57 ล้านคน สูงที่สุดในอาเซียน เพราะรัฐบาลได้ให้ข้อมูลข่าวสารผ่านเว็บไซต์ รัฐบาลจัดเก็บรายได้มีจำกัด ขออย่าหนี เลี่ยง หรือโกงภาษี การปรับขึ้นภาษีใหม่ไม่ได้หวังรีดนาทาเร้นใคร ไม่ว่าจะสูบบุหรี่หรือกินเหล้า พอขึ้นภาษีก็บอกว่ารัฐบาลตูดขาด จริงๆแล้วการปรับขึ้นภาษีคิดมากี่รัฐบาลแล้วเคยทำได้หรือไม่ หากไม่ทำวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ทำอย่างไรจะสกัดคนสูบบุหรี่ดื่มเหล้าหน้าใหม่ได้ หลายเรื่องที่รัฐบาลนี้ทำได้โดยที่ทุกรัฐบาลทำไม่ได้เพราะกลัวเสียคะแนน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องพยายามเก็บภาษีให้ได้ แต่ไม่ใช่เป็นการไปรีดภาษี เพียงต้องการมีเงินพัฒนาพื้นที่ให้มากขึ้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน

วอนอย่าง้างปากกำหนดวันเลือกตั้ง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า เรื่องการทุจริตตนยืนยันทุกครั้งว่าให้หาและฟ้องมา พร้อมจะสอบสวนให้ทุกเรื่อง วันนี้มีแต่พูดกันไปมาว่ามีโครงการทุจริต เราต้องพูดด้วยหลักฐาน วันนี้เราต้องเอาประวัติศาสตร์มาเป็นตัวอย่างเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ปัจจุบันกำลังสร้างเสถียรภาพให้ต่างประเทศไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่ใช่พูดไม่มีเลือกตั้งกันอยู่นั่น มันเสียเวลา วันนี้ต้องแก้ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง หรือจะหารัฐบาลก็ไปหามา ไม่ใช่ทุกอย่างนายกฯหมด หัวหน้า คสช.หมด วันเลือกตั้งตนไปเลือกแทนท่านหรือไม่ ตนก็ไปลงคะแนนเลือกตั้งเหมือนพวกท่าน อย่าเลือกใครผิดอีก ระหว่างนี้ก็เดินไปตามโรดแม็ป กฎหมายลูกออกเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น พอประกาศก็นับวันเลือกตั้งไปอีกกี่เดือน ต้องมีกระบวนการเลือกตั้ง กว่าจะเลือกตั้ง นับคะแนน และตั้งรัฐบาลเสร็จใช้เวลา 3-5 เดือน กฎหมายมีวิธีการอยู่แล้ว ไม่ใช่ประกาศเลือกตั้งวันนี้ พรุ่งนี้ได้รัฐบาล รัฐธรรมนูญเขียนไว้หมดแล้ว ทำไมต้องให้มาบอกว่าเลือกตั้งวันที่เท่าไหร่ พอตนบอกไปวันนี้วันนั้น แล้วทำไม่ได้ก็ถูกมองว่าสืบทอดอำนาจ ยื้อเอาไว้ ปัดโธ่ เชื่อเขาเหรอ ขอให้เชื่อตน พูดขนาดนี้แล้ว พอได้แล้ว ยิ่งอยู่นานคนไทยขี้เบื่อ เบื่อหน้าตน จำไว้นิทานอีสปมีอยู่ กบน้อยในสระ กบเลือกนายเลือกให้ถูก หรือจะเลือกนกกระสามาอีก นักการเมืองและพรรคการเมืองดีๆก็มีเยอะ ยืนยันเดินหน้าตามโรดแม็ปการเลือกตั้ง เราทำเพื่อลูกหลาน ตายก็เอาเงินไปไม่ได้สักบาท และการเลือกตั้งขออย่าเลือกคนที่ไม่ดีคิดถึงแต่ประโยชน์ตัวเอง ต้องเลือกคนที่มีจิตสาธารณะคิดถึงคนสุพรรณบุรี และจังหวัดอื่นๆ

นานาประเทศชื่นชมสดุดีในหลวงร.9

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนเกิดในแผ่นดินไทยต้องตายในแผ่นดินนี้ อย่าบอกว่าแผ่นดินไม่ให้อะไร เพราะแผ่นดินให้ที่อยู่ที่กินให้ศักดิ์ศรีความเป็นคนไทย คือประเทศที่ไม่เคยเป็นอาณานิคมของใคร นี่คือสิ่งที่แผ่นดินได้ให้เราแล้ว ดังนั้นเราต้องทำให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์ อย่าทำให้แผ่นดินเดือดร้อน ปี 2017 นี้ 30-40 ประเทศน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไปประยุกต์ใช้ หลายประเทศได้พูดกับตนและผู้นำทหารชื่นชมประเทศไทยที่มีพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวแบบนี้ แล้วเขาก็อยากได้ผู้นำประเทศแบบนี้ เห็นการก่อสร้างพระเมรุมาศจำลองแล้วรู้สึกใจหาย เพราะไม่นานจะถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งก่อนหน้านี้เราไม่เคยคิดเลยว่าพระองค์ท่านจะจากพวกเราไป ทุกคนอยู่กับพระองค์ท่านมาชั่วชีวิตจึงไม่เคยคิดถึงวันนี้ แต่เมื่อถึงเวลาพระองค์ท่านก็ต้องเสด็จสู่สวรรคาลัย ดังนั้นต้องมองอนาคตว่าจะทำอย่างไร อย่าให้ใครมายุแยงตะแคงรั่ว

ครวญยุทโธปกรณ์เก่าจำเป็นต้องซื้อ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลยังต้องลงทุนต้องตั้งงบประมาณ ทำอะไรต่างๆ ที่ยังไม่ครบ ขุดลอกคูน้ำทำท่อ ไม่ใช่ว่าจะเอามาโกง มาซื้ออาวุธ มันคนละเรื่องกัน อย่าไปฟังเรื่องแบบนี้ ถ้าเราผลิตเองได้ก็ไม่ต้องไปซื้อเขา มันจำเป็นต้องมีจะมากน้อยก็อยู่ที่เราจะกำหนด ที่ผ่านมามันไม่เคยได้ เพราะมันไม่เคยให้แล้วมันเสียหมด มันซื้อเยอะแล้วจะทำอย่างไร ไม่สงสารเหรออุปกรณ์ 40 ปียังเอามาวิ่งอยู่วิ่งไปแล้วตาย ไม่ห่วงชีวิตเขาเหรอ มีนักสิทธิมนุษยชนประเทศไม่ต้องทำอะไรกัน ประท้วงกันอยู่นั่น ประเทศประชาธิปไตยก็เป็นแบบนี้ ไม่อยากให้เขาออกมาจะทำยังไง ต้องไม่ขัดแย้ง ลดความขัดแย้งลง หรือชุมนุมตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญโดยสงบ ทุกประเทศก็ใช้กำลังหมด แต่มาเช้าเย็นกลับ ของเราไม่กลับบ้านกันเลย ภาพพจน์เสียการลงทุนไม่เกิด นี่ไม่ได้กลัวแต่อย่ามาไล่ตน ไล่ยังไงตอนนี้ก็ไม่ไป จะไปตามโรดแม็ป ตนเข้ามาแล้วก็อย่าให้ต้องเข้ามาอีก อย่าให้ต้องมีการใช้กำลังอีก เพราะไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก พอได้แล้ว

“ลูกท็อป-ประภัตร” รับนายกฯเยือนถิ่น

จากนั้นเวลา 11.45 น. นายกฯพร้อมคณะ เดินทางมายังโรงเรียนเกษตรกรชาวนา สถาบันวิทยาศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง เพื่อเยี่ยมชมผลการดำเนินงานของโรงเรียนเกษตรกรชาวนา จ.สุพรรณบุรี โดยมีแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา อาทิ นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี นายประภัตร โพธสุธน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ นายสรชัด สุจิตต์ นายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา มารอต้อนรับอยู่ก่อนแล้ว นายกฯยิ้มทักทาย นายวราวุธก่อนถามว่า “สบายดีนะ” นายวราวุธยิ้มพยักหน้าตอบว่า “ขอบคุณครับ” จากนั้นทั้งหมดได้ร่วมรับฟังนายกฯพูดคุยกับเกษตรกร โดยนายกฯกล่าวว่า ดีใจที่ได้พบนายประภัตรและนายวราวุธ รัฐบาลยืนยันไม่ได้เลือกข้าง ทุกคนต้องช่วยทำให้ประเทศเข้มแข็งยั่งยืน สัญญาไหม นักการเมืองต้องไม่ผิดสัญญา ไม่ขัดแย้งกันอีก ส่วนคดีใครถูกผิดว่าตามกระบวนการยุติธรรม ตนไม่ได้ใช้มาตรา 44 ไปตัดสินใคร และยอมรับว่าเศรษฐกิจไม่ดี แต่อย่าเอาการเมืองมาปนเศรษฐกิจ

ชทพ.ยันพร้อมเล่นตามกติกา

จากนั้นนายประภัตรได้ลุกขึ้นยืนพูดว่า ที่ นายกฯบอกว่าถ้าประเทศยังไม่ปรองดองก็ไม่ต้องเลือกตั้ง แต่มีข้อแม้นายกฯต้องลงพื้นที่บ่อยๆ การเลือกตั้งเร็วก็ไม่ได้ประโยชน์ เพราะยังทะเลาะกัน วันนี้ขอเพียงรัฐบาลแบ่งงบฯจากโครงการรถไฟ ความเร็วสูงมาช่วยชาวนาบ้าง เพราะหากปากท้องประชาชนอยู่ได้ นายกฯจะอยู่อีก 8 ปี 10 ปี ก็ไม่ว่า เพราะเวลานี้มีคนอยู่ได้ 2 ประเภทเท่านั้นคือข้าราชการที่กินเงินเดือน และพระสงฆ์ ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ตนไม่ได้ไปสร้างเงื่อนไขใหม่อย่างที่ใครบางคนพูด แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าจะต้องได้คนดี ขณะที่นายวราวุธกล่าวว่า พวกเราพร้อมสนองนโยบาย รัฐบาล การเลือกตั้งให้นายกฯเป็นคนตัดสิน พวกเรารอเล่นอย่างเดียวตามกติกา นายกฯกล่าวว่า “วันนี้เราใช้กติกาที่รัดกุม อย่าเอาผมไปเป็นผู้เล่นด้วย

วันนี้ผมทำหน้าที่เป็นกรรมการ พูดอย่างนี้เชื่อว่าพรุ่งนี้หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า รัฐบาลจะต่อท่ออำนาจ” ก่อนนายกฯจะหันไปแซวนายกรวีร์ว่า “บอกคุณพ่อด้วยบางทีคุณพ่อก็นะ ส่วนตัวรู้จักกันนานแล้ว ตอนเป็นทหารทุกคนเมตตาหมด ไม่มีใครเป็นศัตรู แต่ ทำไมมาเป็นนายกฯ ศัตรูเยอะก็ไม่รู้” จากนั้นนายกฯได้ทดลองขับรถเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงสาธิต โดยมีนายพิชิต เกียรติสมพร นักเรียนเกษตรกรรุ่นที่ 1 เป็นพี่เลี้ยง

ยันไม่เคยมองนักการเมืองเป็นศัตรู

ต่อมา นายกฯให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีโอกาสได้พบนักการเมืองที่ดีๆ ที่มีความเห็นสอดคล้องกัน ไม่เคยว่านักการเมืองหรือพรรคการเมืองไม่ดี ไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร ยินดีพบปะพูดคุย แต่ขอให้พูดคุยในเรื่องที่เป็นประโยชน์ ไม่ใช่พูดแล้วขัดแย้ง เปิดการประชุมปรองดองหลายครั้งแล้ว เรียกมาก็พูดแต่ปัญหาแล้วก็ไป ไม่ฟังที่รัฐบาลชี้แจง อย่างนี้ไม่จริงใจ ก็ไปคัดแยกให้ดีแล้วกันนะ ส่วนที่ทำมาจะเสียของหรือไม่ ต้องถามประชาชน ถามตนไม่ได้ ต่อให้ทำดีแทบตาย แต่หากยังขัดแย้งก็เสียของ

ทึ่งฝีมือคนไทยฝันให้ต่อเรือรบ

จากนั้นเวลา 15.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางถึง หมู่ 1 ต.บ้านแพน อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการทุ่งรับน้ำตามโครงการเปิดน้ำเข้านา ปล่อยปลาเข้าทุ่ง และเปิดประตูระบายน้ำบ้านแพนเข้านา ซึ่งมีพื้นที่นาทั้งหมด 6,011 ไร่ สามารถรับน้ำได้ทั้งหมด 20 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยนายกฯได้ปล่อยปลา 9 แสน 4 หมื่นตัว รวมถึง พันธุ์กุ้งก้ามกรามอีก 2 แสนตัว เพื่อทดลองเลี้ยงกุ้งในพื้นที่รับน้ำ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ดีใจที่มาเยี่ยมชม ร่วมพิธีปล่อยน้ำเข้านา ปล่อยปลาเข้าทุ่ง เป็นโครงการที่ดีอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่รัฐบาลเห็นด้วยเห็นชอบและจะทำต่อไป เมื่อกี้เดินผ่านเห็นเขาต่อเรือ หันไปถามผู้ว่าฯก็บอกเป็นจุดต่อ ก็ตาลุกว่าต่อเรือขนาดนี้เลยหรือ เดี๋ยวจะไปบอกให้กระทรวงกลาโหมดูว่าจะต่อเรือรบได้หรือไม่ เพราะโรงงานไม่มีอะไรมาก แต่ต่อเรือได้ขนาดนี้ นี่คือนวัฒกรรมของคนไทย แล้ววันหน้าจะต่อเรือดำน้ำได้หรือไม่ ให้กระทรวงกลาโหมรับไป เพราะคนไทยมีฝีมือทั้งนั้น

ลั่นทำให้แผ่นดินไม่เคยหาประโยชน์

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ในคณะรัฐมนตรีผ่านงบประมาณจำนวนมาก แค่สลึงเดียวตนยังไม่เห็นโครงการไหนมีปัญหา ขอให้ไปดูจะได้ตรวจสอบจับกุม พยายามทำมาตลอดให้คนจนมีรายได้ดี คิดมา 3 ปีแล้ว มันไม่มีความสุข บางคนคิดว่ามีความสุข กินจนร่ำรวย เอื้อประโยชน์นายทุนได้ประโยชน์นู่นนี่นั่น ไม่เคยได้อะไรจริงๆ ให้ตายดับต่อหน้าน้ำ ไม่มีใครได้อะไรเลยแค่ได้ทำเพื่อแผ่นดินนี้ ฝากถึงทุกคนอย่าโกรธเคืองตน โกรธไปก็ไร้ประโยชน์ ถึงอย่างไรก็อยู่แบบนี้ ฉะนั้น อย่าพูดดีกว่า ไม่ต้องกลัวไม่ทำร้ายใครเพราะจะไม่ทำร้ายประเทศของตน

ทนายฯ นปช.ยื่น อสส.รื้อคดีปี 53

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) นายวิญญัติ ชาติมนตรี นายโชคชัย อ่างเเก้ว ทนายความญาติผู้เสียชีวิตเหตุสลายการชุมนุม นปช.ปี 53 พร้อมญาติผู้เสียชีวิตเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ อสส.ให้แจ้งต่อ ป.ป.ช.ให้ไต่สวนคดี 99 ศพ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ต้องหาฐานทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เพื่อนำรวมกับสำนวนความผิดฐานเจตนาฆ่าที่ อสส.เคยสั่งฟ้องไปแล้ว แต่ศาลฎีกาฯวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องส่วนตัว เป็นการฟ้องเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นการกระทำกรรมเดียวกันกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองฐานความผิดฆ่าผู้อื่น ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง สรุปสำนวนเกี่ยวกับคดีอาญาให้ศาลฎีกาฯรับพิจารณาพิพากษาคดีอาญาสำหรับการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท โดยให้รับพิจารณาพิพากษาข้อหาก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าคนตาย โดยเรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงาน อสส. รับเรื่อง

บี้ ป.ป.ช.เปิดสำนวนไม่ชี้มูล

นายวิญญัติกล่าวว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาฯย่อมมีผลผูกพัน จึงมายื่นหนังสือเพื่อให้ อสส.พิจารณาส่งความเห็นการสั่งคดีสั่งการฆ่าเล็งเห็นผลที่ อสส.เคยสั่งคดีมาแล้วไปให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ส่วนประเด็นเรื่องพยานหลักฐานใหม่มีคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ พร้อมคำสั่งไต่สวนการตายที่มีมากกว่าเดิม ที่พร้อมจะยื่นประกอบเป็นพยานหลักฐานใหม่ โดยจะขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.มีการเปิดเผยสำนวนการไต่สวนที่เคยไม่ชี้มูลความผิดไปแล้วด้วย

ปชป.อัด “ณัฐวุฒิ” ปลุกระดม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. เรียกร้องให้ ป.ป.ช รื้อฟื้นคดีสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงปี 2553 ว่าข้อเรียกร้องของนายณัฐวุฒิไม่อยู่บนพื้นฐานและหลักการที่ถูกต้อง เพราะคดีถือว่ายุติเสร็จสิ้นไปแล้ว ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย จึงขอให้สังคมดูพฤติกรรมนายณัฐวุฒิว่าเป็นการปลุกระดมมวลชนสู่ความขัดแย้งอีกหรือไม่ ตนอยากถามความคืบหน้าคดีล้มการประชุมอาเซียนซัมมิต กับ ผบ.ตร.ว่าไปถึงไหนแล้ว อยู่ในชั้นตำรวจ หรืออัยการ

ฟ้อง “ประเวศ” ทนายฯหมิ่นเบื้องสูง

ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาฯ ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยและตรวจพยานหลักฐานคดีดำ อ.2368/60 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายประเวศ ประภานุกูล อายุ 57 ปี ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน เป็นจำเลย ผิดฐานดูหมิ่นเบื้องสูง ยุยงปลุกปั่น และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 25 ม.ค.-23 เม.ย. 2560 จำเลยเป็นผู้ใช้งานบัญชีเฟซบุ๊ก “ประเวศ ประภานุกูล” มีผู้ติดตาม 2,574 คน และมีเพื่อน 4,769 คน จำเลยนำข้อมูลที่เป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โพสต์ข้อความต่างๆลักษณะละเมิดกฎหมายซึ่งมิใช่แสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน หรือเป็นการดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม.และเกี่ยวเนื่องกันทั่วราชอาณาจักร

ปฏิเสธ–ไม่ยอมรับกระบวนการ ยธ.

โดยเจ้าหน้าที่เบิกตัวนายประเวศ จำเลยจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯมาศาล โดยศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟังแล้ว สอบถามว่าจะรับสารภาพหรือปฏิเสธ ซึ่งจำเลยได้แถลงปฏิเสธเกี่ยวกับคำให้การ พร้อมแจ้งว่า ประสงค์จะขอถอนทนายความจำเลย ทั้งนี้จำเลยยังแถลงต่อศาลว่า ไม่ขอยอมรับกระบวนการยุติธรรม และไม่ขอตรวจพยานหลักฐานในคดี ขณะที่อัยการโจทก์แถลงขอนำพยานเข้าสืบ 11 ปาก อาทิ ผู้ตรวจสอบเว็บไซต์ เอกสารหลักฐานข้อความที่โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก และพยานหลักฐานอื่นๆ ศาลพิจารณาอนุญาตและนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกวันที่ 8 พ.ค. 2561 เวลา 09.30 น.และนำตัวกลับเรือนจำทันที

“วีระ” ยื่นดีเอสไอสอบกรุงไทยปล่อยกู้

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ขอให้ดำเนินคดี ตามกฎหมายฟอกเงินกับผู้กระทำความผิดทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ ในคดีความผิดฐานฟอกเงินกับผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการทุจริตอนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัทในเครือกฤษดามหานคร และผู้มีชื่อรับเงินจากกลุ่มกฤษดามหานครทุกราย โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ เป็นผู้รับหนังสือ

คดี “โอ๊ค” อยู่ระหว่างสอบสวน

พ.ต.ต.วรณันกล่าวหลังรับเรื่องว่า จะส่งให้พนักงานสอบสวนสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 ที่ปัจจุบันปรับโครงสร้างเป็นกองคดีการเงินการธนาคาร เป็นผู้รับผิดชอบคดีดำเนินการ โดยก่อนหน้านี้ได้ชี้แจงไปแล้วว่า พนักงานสอบสวนได้พิจารณาเสร็จสั่งฟ้อง บุคคลและนิติบุคคล 13 รายและส่งสำนวนให้อัยการไปแล้ว ส่วนคดีฟอกเงินของนายพานทองแท้ ชินวัตร นั้น สำนักงาน ปปง. เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวในเดือน ธ.ค.59 และเพิ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมเข้ามา ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งจะเรียกนายพานทองแท้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนจะดำเนินการต่อไป

ตัวแทน ปปง.หายตัวไม่มาตามนัด

ผู้สื่อข่าวรายงานจากดีเอสไอว่า ก่อนหน้านี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ส่งหนังสือถึง พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล เลขาธิการ ปปง. ขอให้มอบหมายผู้แทนเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยระบุว่า จากกรณีที่ ปปง.มีหนังสือที่ ปง.0002.5/ 2254 ลงวันที่ 22 พ.ค.59 ถึงดีเอสไอ โดยเนื้อหาเป็นการกล่าวโทษบุคคลจำนวน 4 รายที่ได้รับโอน หรือเกี่ยวข้องกับเงินอันเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และขอให้ดีเอสไอพิจารณารวบรวมพยานหลักฐานนั้น กระทั่งดีเอสไอสอบสวนพบว่ามีบุคคลเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน จึงขอให้ ปปง.มอบหมายให้ผู้แทนให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในวันที่ 18 ก.ย. เวลา 10.00 น. ล่าสุด ตัวแทน ปปง.ขอเลื่อนการให้ปากคำต่อดีเอสไอออกไปก่อน โดยยังไม่ได้ระบุวันไหนจะเข้าให้ปากคำต่อ

องคมนตรีแนะเร่งปิดช่องโกง

วันเดียวกัน ที่โรงแรมริชมอนด์สไตลิช คอนเวนชั่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) จัดเสวนาและอภิปรายแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีด้านการพัฒนาและยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ธรรมาภิบาลกับการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ” ตอนหนึ่งว่า ทุกคน รู้ดีถึงปัญหาทุจริตในประเทศไทยว่าบั่นทอนชาติแค่ไหน ซึ่งเกิดจากหน่วยงานรัฐเป็นสำคัญ ยิ่งถ้ารัฐบาล ทำเองก็ไม่ต้องพูดอะไรกัน การปราบทุจริตเหมือนปราบยาเสพติด ฟอกเงิน ใช้นโยบายปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ นโยบายป้องกันจึงสำคัญที่สุด ต้องอุดช่องไม่ให้เกิดทุจริตซึ่งมีหน่วยงานมากมาย อาทิโครงสร้าง ป.ป.ช.เขียนไว้สมบูรณ์มาก แต่ถูกนำมาใช้ไม่รู้ถึง 10% หรือไม่ ทำให้ ป.ป.ช.และรัฐบาลถูกวิจารณ์ว่าทำงานช้า แม้ ป.ป.ช.จะทำงานหนักมาก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปัญหาทุจริตจะดีขึ้น แต่ต้องใช้เวลา และความกล้าหาญของผู้บริหารให้มากกว่านี้

คนโกงแผ่นดินหนีไม่พ้นกรรม

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า หน่วยงานที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ ท้องถิ่น แต่อย่ามองว่าท้องถิ่นทุจริตมากที่สุด ขอให้มองด้วยว่า ท้องถิ่นเจอปัญหาอะไรบ้าง จึงต้องแก้ปัญหาให้ท้องถิ่น ไม่ใช่ไปยุบทิ้ง คนมักพูดเสมอว่าคนทำเลวไม่เห็นเป็นอะไร คนทำดีไม่ได้ผลดีอะไร ต้องใช้เวลา อย่างน้อยคนทำเลวก็อยู่อย่างหวาดผวาตลอดเวลา คนโกงแผ่นดินไม่เคยเห็นได้ดีสักคน ไม่ว่ารัฐบาลใด คนชั่วไม่มีทางหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมได้ ไม่มีใครหลุดพ้นการทุจริต ถ้าหมดอำนาจเมื่อไรก็หนีไม่พ้นแน่

“มีชัย” เผย ก.ม. ป.ป.ช.เลิกระบบอนุ กก.

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ว่า หาก ป.ป.ช.กับอัยการเห็นต่างกันก็ให้ตั้งคณะทำงานร่วมกัน หากอัยการไม่ฟ้อง ป.ป.ช.ก็ฟ้องเองได้ ต่างมีอิสระ แต่บางเรื่อง ป.ป.ช.ต้องทำตาม หากอัยการบอกหลักฐานไม่พอ ป.ป.ช.ต้องสอบเพิ่มเติม ส่วนกระบวนการตรวจสอบ ปรับเปลี่ยนให้เลิกใช้ระบบอนุกรรมการที่ล่าช้า มาใช้ระบบไต่สวนเบื้องต้นโดยเจ้าหน้าที่เพื่อทำงานได้เร็วขึ้น กำหนดกรอบเวลา 2 ปี หากเกินกำหนดต้องสอบเจ้าหน้าที่ด้วยทำไมล่าช้า สำหรับการชี้มูลความผิดของเจ้าหน้าที่ กำหนดว่า ป.ป.ช.ต้องทำรายละเอียดให้รอบคอบและเป็นที่ยุติเพื่อไม่ให้เกิดกรณีซูเอี๋ยระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ที่ต้องถูกลงโทษ ป.ป.ช.ต้องแข็งแกร่งในการทำสำนวนมากขึ้น

ป.ป.ช.จังหวัดทำแค่งานพีอาร์

นายมีชัยกล่าวว่า ส่วน ป.ป.ช.จังหวัด ยังมีแต่ไม่ให้มีหน้าที่ตรวจสอบ เปลี่ยนให้มาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ส่วนการตรวจสอบทุจริตให้เป็นหน้าที่ ป.ป.ช.ภาค เพราะการทุจริตในพื้นที่หรือในจังหวัดไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นหากมีประเด็นร้องเรียนเรื่องทุจริตขึ้น ป.ป.ช.ส่วนกลางสามารถมอบหมายให้หน่วยงานระดับภาคเข้าไปสอบสวนในพื้นที่ได้ ยอมรับว่าทำกฎหมายนี้ยาก มีสองด้าน เรามุ่งเน้นให้ปราบทุจริตแต่ก็ให้อำนาจมากไม่ได้

โก้เก๋ดัน ก.ม.รับฟังความเห็น ปชช.

นายมีชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนการวางกรอบเพื่อจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนการจัดทำร่างกฎหมายนั้น ขณะนี้คณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อกำกับการปฏิรูปกฎหมายที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน อยู่ระหว่าง ยกร่าง เมื่อเสร็จจะส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณา สำหรับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อจัดทำร่างกฎหมายจะใช้เทคโนโลยีเข้าสนับสนุนการทำงาน จะประกาศร่างกฎหมายผ่านเว็บไซต์เพื่อให้ประชาชนที่มีความรู้และสนใจต่อตัวกฎหมายให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ โดยเตรียมเปิดลงทะเบียนเพื่อรับฟังเป็นข้อมูล และหากสำนักงานกฤษฎีกาพิจารณาร่างกฎหมายที่ประชาชนลงทะเบียนไว้จะเรียกมาให้ความเห็น รวมถึงจะมีแนวทางเปิดเวทีรับฟังความเห็นร่างกฎหมายที่สำคัญกระทบต่อสาธารณะ